[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ปชป.เปิดแผนรัฐคว่ำ พ.ร.บ.ครู ตั้งผู้บริหารศธ. หวังผลเลือกตั้ง


ปชป.แฉเบื้องหลัง รัฐบาลจงใจคว่ำร่าง พ.ร.บ.ครู หวังฉวยโอกาส ตั้งตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา เพื่อใช้เป็นฐานเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า จับโกหกทักษิณ อ้างบัญชีเงินเดือนครูแนบท้าย เป็นการสร้างภาระทางการคลัง แต่กลับผลาญเงิน นโยบายประชานิยม นับแสนล้าน ด้านผู้นำฝ่ายค้าน ชี้ เรียกร้องคนไทย หันกลับมาทบทวน บทบาทของรัฐบาล ว่าลุแก่อำนาจหรือไม่ 

ฝ่ายค้านยังคงออกมาถล่มร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่รัฐบาลใช้เสียงข้างมากลากไปทั้งที่มีข้อผิดพลาด ส่งผลให้ทางเลขาธิการสำนักพระราชวังต้องส่งกลับคืนมา ก่อนที่ทางสมาชิกรัฐสภาจะตีตกไป เปิดช่องให้ทางรัฐบาลฉวยโอกาสแต่งตั้งผู้บริหารทางการศึกษาเพื่อหวังผลทางการเมือง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลเจตนาให้เกิดความล่าช้าต่อการใช้ พ.ร.บ.ครู เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองในการเลือกตั้งคือ เมื่อยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้ จะทำให้ฝ่ายการเมืองสามารถเข้าไปมีอำนาจในการแต่งตั้งผู้บริหารทางการศึกษา ตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการสำนักงานเขตการศึกษา และเจ้าหน้าที่บริหารทางการศึกษาระดับรองลงมา ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระดับรักษาการ จะทำให้ต้องคอยเอาใจรัฐบาลเพื่อหวังตำแหน่ง 

เห็นได้ชัดเจนจากคำให้สัมภาษณ์ของนายอดิศัย โพธารามิก รมว.ศึกษาฯ ที่พูดอย่างชัดเจนว่าจะออกกฎระเบียบ ในการแต่งตั้งข้าราชการการศึกษา โดยไม่ต้องรอ พ.ร.บ.ครู ที่จะออกมาใช้ใหม่ ซึ่งจะสามารถเอาคนของตัวเองเข้าไปยึดกุมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพราะถ้ากฎหมายออกมาแล้วจะทำไม่ได้เพราะต้องให้คณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินการ นายองอาจ ระบุ

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงอีกเหตุผลหนึ่งว่า การที่ร่าง พ.ร.บ.ครูตกไปโดยไม่มีบัญชีเงินเดือน และการที่นายกฯ อ้างว่าจะสร้างภาระการคลัง นั้น เป็นการอ้างแบบโกหก แสดงให้เห็นธาตุแท้ว่าไม่เห็นความสำคัญของครู ทั้งที่ครูเป็นหัวใจของการศึกษาทั้งระบบ เพราะที่ผ่านมานายกฯ บริหารงานแบบซีอีโอ ใช้เงินนอกงบประมาณนับแสนล้าน พรรคประชาธิปัตย์อยากจะตั้งคำถามว่า ไม่คิดว่าเงินที่มาใช้ในนโยบายประชานิยมนับแสนล้านบาท เป็นภาระการคลังเช่นเดียวกับเงินเดือนครูหรือ

เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลและนายกฯ ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นว่า ปัญหาเรื่องร่างพ.ร.บ.ครูเกิดขึ้นจากความเหิมเกริมจากเสียงข้างมากลากไปจนเกิดปัญหาต่อการศึกษาโดยรวม นายองอาจ กล่าว 

ส่วนการที่นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ นายกฯพบประชาชน โดยพยายามสร้างความเข้าใจผิดว่าร่าง พ.ร.บ.ครูของฝ่ายค้านที่มีการแนบบัญชีเงินเดือนครูนั้นเป็นการเสนอเข้าไปแบบชุ่ยๆนั้น นายองอาจ ชี้แจงว่า ร่างของฝ่ายค้านยืนยันได้ว่าไม่ได้เสนอแบบชุ่ยๆ แต่ได้มีการศึกษาอย่างรอบด้าน โดยมีบุคคลในแวดวงการศึกษาและคณะทำงานด้านการศึกษาของพรรคทำการศึกษาอย่างรอบคอบ ดังนั้นนายกฯ รู้ตัวหรือไม่ว่าได้พูดชุ่ยๆเพราะนายกฯได้เซ็นรับรองบัญชีแนบท้ายด้วยมือตัวเอง หากเห็นว่าร่างของฝ่ายค้านชุ่ยก็ไม่ควรจะเซ็นรับรอง 

นายกฯ ไม่ควรจะกล่าวเช่นนั้น เพราะทำให้คนเข้าใจผิด และไม่เป็นธรรมกับฝ่ายค้าน ซึ่งอยากให้นายกฯ ยอมรับความจริงว่า การที่พระเจ้าอยู่หัว ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย เนื่องจากเกิดความบกพร่องผิดพลาดของรัฐบาลคือ ใช้เสียงข้างมากลากไปไม่ให้ความสำคัญกับระบบรัฐสภา ไม่แยแสในการนำร่าง พ.ร.บ.ที่บกพร่องขึ้นทูลเกล้าฯ การที่ในหลวง ทรงคืนร่าง พ.ร.บ.กลับมาเพื่อต้องการให้นำกลับมาพิจารณาร่วมกัน ไม่ใช่ผูกขาดด้วยเสียงข้างมาก ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ไม่ใช่จากทางเทคนิคแต่เป็นเจตนาของรัฐบาลที่จะนำเรื่องเงินเดือนครูมาใช้หาเสียงช่วงเลือกตั้ง สุดท้ายความผิดพลาดที่เกิดขึ้น นายกฯและรัฐมนตรีศึกษาต้องรับผิดชอบ หากไม่แสดงสำนึกด้วยการลาออก ก็เท่ากับไม่ใส่ใจต่อการใช้พระราชอำนาจในการพระราชทานคืน นายองอาจ กล่าวในตอนท้าย

โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ทางพรรคจะเดินสายชี้แจงกับข้าราชการครูทั่วประเทศ โดยพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งร่างของรัฐบาลและฝ่ายค้าน ว่าครูจะได้รับประโยชน์อย่างไร รวมถึงเรื่องการปฏิรูปการศึกษาด้วย อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าพรรคไม่ได้ต้องการปลุกระดมหรือสร้างความไขว้เขวกับครูหรือต้องการใช้เป็นฐานเสียง แต่เป็นเพราะครูส่วนใหญ่เป็นผู้เรียกร้องเอง เพราะไม่สามารถไปฟังข้อเท็จจริงจากปากผู้มีอำนาจรัฐได้ โดยจะมีแกนนำคณะทำงานด้านการศึกษา เช่น นายวิจิตร ศรีสอ้าน ประธานคณะทำงาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ชี้แจง 

ด้านบัญญัติ บรรทัดฐาน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ประวัติศาสตร์ของสถาบันนิติบัญญัติไทยต้องจากรึกไว้ ที่พระมหากษัตริย์ไม่ทรงเห็นชอบด้วยกับร่าง พ.ร.บ.ซึ่งนายกฯ ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และพระราชทานคืนมายังรัฐสภา ถือเป็นครั้งแรกในรัชกาลปัจจุบัน ที่ทรงยับยั้งร่างกฎหมาย 

แต่ที่เป็นเหตุให้วิจารณ์กันมาก ก็คือ เมื่อทราบว่าร่าง พ.ร.บ.นั้นบกพร่อง เหตุใดจึงนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และใครผู้ใดควรจะเป็นผู้ต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ ซึ่งทั้งนายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ก็ยังมีท่วงทำนองปฏิเสธความรับผิดชอบ เช่น บอกว่ารัฐบาลเป็นแค่นายไปรษณีย์ หรือทางผ่านเท่านั้น โดยโยนให้เป็นเรื่องของรัฐสภา นายบัญญัติ กล่าวและว่า คงเป็นเรื่องของคนไทยที่ต้องหันกลับมาทบทวนกันว่า เราจะยังคงพึงพอใจกับการกระทำที่ลุแก่อำนาจ แล้วทำผิดพลาดก่อให้เกิดปัญหาอย่างร้ายแรง โดยปราศจากการแสดงความรับผิดชอบต่อไปอีกหรือไม่






ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: กรุงเทพธุรกิจ ฉบับที่ 5548 [หน้าที่ 18 ] ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2546

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง