[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ปรับทิศมหา'ลัยรับเศรษฐกิจโต''อดิศัย''เน้นนักการตลาด-กม.


ครูอดิศัย ประกาศวิสัยทัศน์ใหม่กลางที่ประชุมอธิการบดีทั่วประเทศ ตั้งเป้าปรับทิศทางการผลิตบัณฑิตใหม่ เน้นนักการตลาดและนักกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตั้งเป้าเอาไว้ร้อยละ 10 ในอีก 2-3 ปี ด้าน วิจิตร แนะเร่งสร้างต้นทุนทางปัญญาเพราะจะช่วยยกฐานะและลดความเสี่ยงต่อความยากจน มหาวิทยาลัย ต้องเร่งปฏิรูปเพื่อให้พึ่งพาตนเอง และแข่งขันกับต่างประเทศ

นายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา เรื่อง มหาวิทยาลัยกับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ พร้อมกับกล่าวปาฐกถาพิเศษว่า มหาวิทยาลัยเป็นตัวจักรสำคัญในการผลิตคนให้เข้าสู่ในระบบเศรษฐกิจและสังคมที่ดี ดังนั้น กระบวนการเรียนรู้ต้องไม่สะดุด ทั้งนี้ การผลิตบัณฑิตนับจากนี้ไปจะต้องพิจารณาถึงทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมด้วยว่าจะเป็นไปในแนวทางใด โดยเฉพาะนโยบายต่างๆ ที่รัฐบาลกำหนดไว้ เช่น ที่นายกรัฐมนตรีได้ตั้งเป้าว่า เศรษฐกิจจะโตปีหน้าร้อยละ 8 และอีก 2-3 ปีจะไปถึงร้อยละ 10 ซึ่งการที่จะเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีฝันไว้หรือไม่ อยู่ที่บุคลากรที่จะมารองรับด้วย ดังนั้น จึงขอให้มหาวิทยาลัยได้ดูแนวทางด้านนี้เป็นสำคัญและหาทางปรับเปลี่ยนให้มีความสอดคล้องกัน

อย่างไรก็ตาม ในเบื้องต้นเห็นว่ามหาวิทยาลัยควรจะผลิตบัณฑิตและสร้าง นักการตลาด และ นักกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ใช่ผลิตแต่นักบริหารอย่างเดียวไม่ใช่ผลิตแต่นักบริหารอย่างเดียว ที่สำคัญคือ เด็กที่ออกมาจะต้องสามารถทำงานได้ทันที รวมทั้งการผลิตต้องเน้นที่ผู้ประกอบการรายย่อยให้มากๆ 

ด้าน ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร กล่าวในการบรรยายพิเศษเรื่อง เศรษฐกิจฐานความรู้ในบริบทสังคมไทย ในงานเดียวกันว่า ปัจจุบัน ประเทศไทยต้องจ้างที่ปรึกษาจากต่างประเทศในราคาที่แพง เพราะประเทศไม่ค่อยมีต้นทุนทางปัญญาและทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งการศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญที่ลดความเสี่ยงต่อความเป็นคนจน เพราะคนที่ได้รับการศึกษายิ่งสูงจะยิ่งเสี่ยงต่อความจนลดลง ทั้งนี้ จากการสำรวจพบว่า คนจนที่จบปริญญามีไม่ถึงร้อยละ 1 

ขณะเดียวกันการศึกษายังเป็นตัวสร้างโอกาส รวมถึงทางเลือกต่อการประกอบอาชีพ และเพิ่มผลผลิต การศึกษาจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนยกฐานะจากความจนและเป็นปัจจัยเกื้อหนุนการได้เปรียบในการแข่งขัน และสามารถสร้างความมั่งคั่งสร้างความร่ำรวยในยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ 

ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบเศรษฐกิจฐานความรู้คือระบบเศรษฐกิจที่ต้องอาศัยการผลิต การแพร่กระจาย และใช้ความรู้เป็นตัวขับเคลื่อน ทั้งนี้ เศรษฐกิจฐานความรู้จะขับเคลื่อนไม่ได้ถ้าการศึกษาไม่เอื้อ แต่ขณะนี้ประเทศไทยพัฒนาในบางเรื่องไม่ได้เพราะไม่มีคน และสิ่งที่ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ในเวลานี้มีเพียง 3 เรื่องได้แก่ อาหารไทย รำไทยและมวยไทย 

ดังนั้น การผลิตคนจึงเป็นเรื่องสำคัญของทุกองค์กร โดยเฉพาะสถาบันอาชีวศึกษา และมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม กำลังหลักในการผลิตคนก็ยังคงอยู่ที่สถาบันอุดมศึกษาเพราะมีภารกิจหลายอย่าง การศึกษาจึงต้องปฏิรูปเพื่อให้พึ่งตนเองและแข่งขันได้ โดยเฉพาะในยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ จึงต้องให้การศึกษาสร้างคน สร้างความรู้ และนำไปสู่ความเป็นเลิศ






ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: ผู้จัดการรายวัน ฉบับที่ 4048(4046) [หน้าที่ 6 ] ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2546

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง