[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ชี้รัฐยื้อกม.ครู‘ตั้งผู้บริหาร’หนุนการเมือง


ปชป.แฉเบื้องหลังรัฐบาลจงใจคว่ำ พ.ร.บ.ครู ฉวยโอกาสตั้งตำแหน่งผู้บริหารการศึกษา หวังใช้เป็นฐานเสียงเลือกตั้งครั้งหน้า จับโกหก‘แม้ว’ อ้างเงินเดือนครูสร้างภาระการคลัง แต่ผลาญในนโยบายประชานิยมนับแสนล้าน 


นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ‘นายกฯทักษิณ พบประชาชน’ โดยพยายามสร้างความเข้าใจผิดในเรื่อง ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคคลากรทางการศึกษา ว่า ร่างของฝ่ายค้านที่มีการแนบบัญชีเงินเดือนครูเป็นการเสนอเข้าไปแบบชุ่ยๆนั้นว่า การที่ฝ่ายค้านเสนอร่างดังกล่าวยืนยันว่า ไม่ได้เสนอแบบชุ่ยๆ แต่ได้มีการศึกษาอย่างรอบด้าน โดยมีบุคคลในแวดวงการศึกษา และคณะทำงานด้านการศึกษาของพรรคทำการศึกษาอย่างรอบคอบ


“นายกฯรู้ตัวหรือไม่ว่าได้พูดชุ่ยๆ เพราะนายกฯได้เซ็นรับรองบัญชีแนบท้ายด้วยมือตัวเอง หากเห็นว่า ร่างของฝ่ายค้านชุ่ยก็ไม่ควรจะเซ็นรับรอง” 


นายองอาจ กล่าวว่า คำกล่าวของท่านนายกฯ ทำให้คนเข้าใจผิดและไม่เป็นธรรมกับฝ่ายค้าน ซึ่งอยากให้นายกฯยอมรับความจริงว่า การที่พระเจ้าอยู่หัว ไม่ทรงลงพระปรมาภิไธย เนื่องจากเกิดความบกพร่องผิดพลาดของรัฐบาลที่เห็นว่าตัวเองมีเสียงข้างมาก ดังนั้นสิ่งนี้ชี้ให้เห็นถึงเจตนาของรัฐบาลได้ 5 ประการ คือ1. รัฐบาลใช้เสียงข้างมากไม่ให้ความสำคัญกับระบบรัฐสภา 2.รัฐบาลไม่แยแสว่าจะนำร่าง พ.ร.บ.ที่บกพร่อง ขึ้นทูลเกล้าฯ โดยใช้เสียงข้างมากในสภาผ่านร่าง 3.การที่พระเจ้าอยู่หัวทรงคืนร่าง พ.ร.บ.กลับมาเพื่อต้องการให้นำกลับมาพิจารณาร่วมกัน ไม่ใช่ผูกขาดด้วยเสียงข้างมาก 4. ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ใช่จากทางเทคนิค หรือธุรการ แต่เป็นเจตนาของรัฐบาลที่ต้องการให้เกิดความล่าช้า เพื่อประโยชน์ทางการเมืองโดยนำเรื่องเงินเดือนครูมาใช้หาเสียงช่วงเลือกตั้ง และ 5. เมื่อเป็นความผิดพลาดของรัฐบาล นายกฯและรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ต้องรับผิดชอบ หากไม่แสดงสำนึกด้วยการลาออก ก็เท่ากับไม่ใส่ใจต่อการใช้พระราชอำนาจในการพระราชทานคืน


โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลเจตนาให้เกิดความล่าช้าต่อการใช้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อหวังผลประโยชน์ทางการเมืองในการเลือกตั้ง 2 ประการคือ1. เมื่อยังไม่มีกฎหมายบังคับใช้ จะทำให้ฝ่ายการเมืองสามารถเข้าไปมีอำนาจในการแต่งตั้งผู้บริหารทางการศึกษา ตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการ สำนักงานเขตการศึกษา และเจ้าหน้าที่บริหารทางการศึกษาระดับรองลงมา ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระดับรักษาการ จะทำให้ต้องคอยเอาใจรัฐบาล เพื่อหวังตำแหน่ง เห็นได้ชัดเจนจากคำให้สัมภาษณ์ของ นายอดิศัย โพธารามิก รมว.ศึกษาธิการ พูดอย่างชัดเจนว่า จะออกกฎระเบียบ ในการแต่งตั้งข้าราชการการศึกษา โดยไม่ต้องรอ พ.ร.บ.ครูที่จะออกมาใช้ใหม่ ซึ่งจะสามารถเอาคนของตัวเองเข้าไปยึดกุมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศไทย เพราะถ้ากฎหมายออกมาแล้วจะทำไม่ได้ เพราะต้องให้คณะกรรมการเป็นผู้ดำเนินการ


2. การที่ร่าง พ.ร.บ.ครู ตกไปโดยไม่มีบัญชีเงินเดือน และการที่นายกฯอ้างว่าจะสร้างภาระทางการคลังนั้น เป็นการอ้างที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และแสดงให้เห็นธาตุแท้ว่า ไม่เห็นความสำคัญของครู ทั้งที่ครูเป็นหัวใจของการศึกษาทั้งระบบ เพราะที่ผ่านมานายกฯบริหารงานแบบซีอีโอ ใช้เงินนอกงบประมาณนับแสนล้าน 


“พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะตั้งคำถามว่า ไม่คิดว่าเงินที่มาใช้ในนโยบายประชานิยมนับแสนล้านบาท เป็นภาระการคลังเช่นเดียวกับเงินเดือนครู จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล และนายกฯ ยอมรับความจริงที่เกิดขึ้นว่า ปัญหาเรื่อง ร่าง พ.ร.บ.คร ูเกิดขึ้นจากความเหิมเกริมจากเสียงข้างมากลากไปจนเกิดปัญหาต่อการศึกษาโดยรวม” 


นายองอาจ ยังกล่าวถึงการเดินสายชี้แจงกับข้าราชการครูทั่วประเทศของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า พรรคจะพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และชี้แจงว่า กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับครู ที่ฝ่ายค้านจะเสนอมีข้อเด่น และครูจะได้รับประโยชน์อย่างไร รวมถึงเรื่องการปฏิรูปการศึกษาด้วย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าพรรคไม่ได้ต้องการปลุกระดม หรือสร้างความไขว้เขวกับครู หรือต้องการใช้เป็นฐานเสียง แต่เป็นเพราะครูส่วนใหญ่เป็นผู้เรียกร้องเอง เพราะไม่สามารถไปฟังข้อเท็จจริงจากปากผู้มีอำนาจรัฐได้ โดยจะมีแกนนำคณะทำงานด้านการศึกษา เช่น นายวิจิตร ศรีสอ้าน ประธานคณะทำงาน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ชี้แจง 





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: ผู้จัดการรายวัน ฉบับที่ 4048(406) [หน้าที่ 14 ] ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2546

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง