|
|
|
หลังประกาศใช้พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เป็นยุคของการปฏิรูปการศึกษา สิ่งหนึ่งที่ตามมาก็คือเปิดโอกาสให้มี ''สื่อเสรี'' ในการเรียนการสอน โดยสถานศึกษาไม่จำต้องใช้หนังสือที่ผลิตจากหน่วยงานของรัฐเหมือนก่อน บริษัทเอกชน หรือแม้แต่สถานศึกษาเองก็สามารถผลิตสื่อการเรียนการสอนเองได้ เมื่อมีสื่อเสรี สื่อที่วางขายตามท้องตลาดก็จะมีความหลากหลายมากขึ้น สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) หน่วยงานของรัฐ ซึ่งมีภารกิจในการส่งเสริมและดำเนินการประเมินมาตรฐานแบบเรียน แบบฝึกหัด เอกสารของวิชาการ สื่อ อุปกรณ์การเรียนการสอน และการประเมินมาตรฐานการจัดการศึกษาด้าน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี จึงได้จัดทำ ''มาตรฐานสื่อสิ่งพิมพ์วิชาวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์'' เพื่อให้สถานศึกษา ครู และนักเรียนได้ใช้สื่อสิ่งพิมพ์ที่มีมาตรฐาน ซึ่งถือว่าเป็นปรากฏการณ์ใหม่ในแวดวงการศึกษาของไทย ประเทศไทยประกาศสื่อเสรีเป็นอันดับสองของโลก โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรก สื่อที่อเมริกามีความหลากหลายมาก และมีการจัดทำมาตรฐานสื่ออย่างคร่าวๆ เพื่อเป็นแนวทางในการใช้ แต่มาตรฐานสื่อสิ่งพิมพ์ในประเทศไทยมีรายละเอียดย่อยๆ มากกว่า ทั้งเกณฑ์ย่อย ตัวชี้บ่ง และคำแนะนำตอนท้ายด้วยว่าถ้าประเมินเสร็จแล้วจะมีข้อสรุปอย่างไร จะใช้แบบฟอร์มใดในการประเมิน ในมาตรฐานสื่อสิ่งพิมพ์วิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ประกอบไปด้วยเกณฑ์ 7 ด้านใหญ่ๆ ได้แก่ เกณฑ์ที่ 1 การแสดงจุดมุ่งหมายของบทเรียนต่อผู้เรียน สื่อต้องแสดงถึงจุดมุ่งหมายของบทเรียนอย่างชัดเจน เพื่อให้นักเรียนได้รู้ว่าเมื่อจะใช้หนังสือเรียนเล่มนี้ในการเรียนการสอนของตัวเอง มีจุดมุ่งหมาย เป้าหมายอะไร เกณฑ์ที่ 2 มีรายละเอียดที่แสดงแนวคิดและผู้เรียน เนื่อหาในสื่อที่จะให้นักเรียนได้ใช้มีรายละเอียดของเนื้อหาสาระที่แสดงถึงกระบวนการอย่างชัดเจนเพียงพอที่นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ เมื่ออ่านแล้วเข้าใจ เกณฑ์ที่ 3 ให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้โดยใช้ปรากฏการณ์ที่มีความสัมพันธ์กับเรื่องที่กำลังศึกษา เนื่องจากวิชาทั้งวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ไม่สามารถที่จะแยกออกจากสภาพแวดล้อม หรือสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้ ฉะนั้นตัวสื่อที่มีคุณภาพก็จะต้องแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตัวนักเรียนในเนื้อหาสาระหรือกระบวนการที่นำเสนอ อย่างเช่นนำความรู้หรือภูมิปัญญาในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ เกณฑ์ที่ 4 ส่งเสริมผู้เรียนให้พัฒนาและใช้แนวคิดทางวิทยาศาสตร์ จะต้องส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียนได้มีการพัฒนาและใช้แนวคิดทางวิทยาศาสตร์ที่ตัวเองได้เรียนรู้มา เกณฑ์ที่ 5 ส่งเสริมผู้เรียนให้มีโอกาสคิดเกี่ยวกับปรากฏการณ์ ประสบการณ์ และความรู้ โดยส่งเสริมสนับสนุนให้ตัวเองหรือผู้เรียนได้มีโอกาสคิดที่เกี่ยวข้องกับทั้งปรากฏการณ์ ประสบการณ์ ความรู้เดิมของตัวเอง หรือความรู้ที่มีอยู่ ซึ่งข้อนี้สำคัญมากเพราะว่าช่วยการฝึกความคิด ทั้งความคิดในเชิงสร้างสรรค์ คิดมีวิจารณญาณ วิพากษ์วิจารณ์ เป็นเหตุเป็นผล เพื่อใช้ในการตัดสินใจ เกณฑ์ที่ 6 ประเมินความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของผู้เรียน สื่อสิ่งพิมพ์จะต้องให้ในส่วนของการประเมินผลไว้ด้วยเพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสประเมินความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของตนเอง อาจจะเป็นในรูปของแบบฝึกหัด ปัญหา หรือเป็นคำถาม กิจกรรมที่ท้าทายความรู้ความสามารถของนักเรียน เกณฑ์ที่ 7 ส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สิ่งนี้นับว่าเป็น ''หัวใจสำคัญ'' มากๆ หลายคนไม่ชอบเรียนวิทยาศาสตร์ เพราะคือเนื้อหาก็หนักอยู่แล้ว แถมบรรยากาศในห้องเรียนยังเคร่งเครียดด้วย ฉะนั้นสื่อสิ่งพิมพ์ที่ดีจะต้องส่งเสริมบรรยากาศในการเรียนรู้ คือทั้งท้าทาย ยั่วยุ กิจกรรมน่าสนใจ ไม่ทำให้เกิดความเครียดมาก นักเรียนได้มีโอกาสทำกิจกรรมอย่างเต็มที่ ประกอบไปกับการเรียนรู้ในเชิงเนื้อหาสาระ ทั้งหมดคือใจความสำคัญของมาตรฐานสื่อสิ่งพิมพ์ทั้งวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ เนื่องจากสื่อการเรียนการสอนที่ใช้กันแพร่หลายมากที่สุดก็คือสื่อสิ่งพิมพ์ สสวท.ได้จัดทำมาตรฐาน ''สื่อสิ่งพิมพ์'' ขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนมาตรฐานของสื่อการเรียนการสอนชนิดอื่นคงมีตามมาอีกในไม่ช้า ส่วนจุดมุ่งหมายหลักของการจัดทำมาตรฐานสื่อสิ่งพิมพ์ คือ เพื่อให้สถานศึกษาใช้เป็นแนวทางในการผลิตสื่อของตนเอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับทุกฝ่ายตั้งแต่โรงพิมพ์ นักเรียน จนกระทั่งครูผู้สอน เพื่อให้สื่อหรือเอกสารที่จัดทำขึ้นมีมาตรฐาน ครูที่ต้องเทียบเคียงกับมาตรฐานนี้ ดร.ปรีชาญ เดชศรี ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สสวท. กล่าวว่า มาตรฐานที่เราจัดทำขึ้นมาถึงแม้ว่าจะมุ่งตรงไปในทางวิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์ แต่เนื้อหาสาระในมาตรฐานก็สามารถให้กลุ่มวิชาอื่นนำไปใช้ได้ โดยการปรับหรือเทียบเคียงนิดหน่อย แต่ว่าเนื้อหาสาระหลักๆ ตามเกณฑ์ 7 ประการคงจะไม่นอกเหนือจากนี้มาก ''จริงๆ แล้วถ้าพูดถึงทั้งทฤษฎีและปฏิบั้ติ หนังสือเล่มหนึ่งอาจจะไม่สมบูรณ์ 100% บางเล่มเนื้อหาสาระดีแต่มีกิจกรรมน้อย บางเล่มอาจจะมีการทดลองดีแต่เนื้อหาสาระไม่ดี บางเล่มอาจจะปฏิบัติการดีแต่คำถามหรือปัญหาไม่ดี เมื่ออ่านบทสรุปของคำแนะนำก็จะบอกได้ว่ามีจุดด้อยตรงไหน มีความสมบูรณ์เท่าไหร่ แล้วถ้าจะให้สมบูรณ์มากขึ้นควรจะหาเล่มไหนมาเสริม ซึ่งเป็นส่วนที่ สสวท.จะดำเนินการต่อไป'' ดร.ปรีชาญ อธิบาย หากนักเรียนมีสื่อการเรียนการสอนที่ทันสมัย ถูกต้อง และไม่คลาดเคลื่อนแล้ว ก็จะมีผลต่อการเรียนการสอนมากทีเดียว ยิ่งถ้าครูมีความเข้าใจในเนื้อหาสาระ และกระบวนการเรียนการสอน คิดว่าการเรียนการสอนของไทยก็จะประสบความสำเร็จมากขึ้น แต่ถ้าสื่อมีความผิดพลาด ล้าสมัย ไม่ทันต่อเหตุการณ์ ก็คงจะทำให้เด็กเรียนรู้ได้ไม่ทันกับความก้าวหน้า เพราะวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าไปเร็วมาก ล่าสุด สสวท.ได้จัดพิมพ์มาตรฐานสื่อสิ่งพิมพ์วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์เป็นรูปเล่ม แจกจ่ายไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ 30,000 กว่าแห่ง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้นยังได้เผยแพร่ไว้ในเว็บไซต์ของ สสวท. www.ipst.ac.th ให้ผู้สนใจได้ดาวน์โหลดไปใช้ฟรี ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สาขาประเมินมาตรฐาน สสวท. โทร.0-2392-4021 ต่อ 1203-1209 หรือสั่งซื้อหนังสือได้ที่บริษัทรากขวัญ โทร.0-2392-4021 ต่อ 3108-9 |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ข่าวสด ฉบับที่ 4750 [หน้าที่ 38 ] ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|