|
|
|
กลายเป็นประเด็นร้อนในช่วงนี้ไปแล้ว เมื่อผู้ใหญ่ในสังคมที่มีเจตนาดี อยากเห็นเยาวชนไทยเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาอย่างถูกต้อง เหมาะสม รู้จักการคุมกำเนิดเมื่อมีเพศสัมพันธ์ และจากจุดเริ่มต้นนี้เอง ที่ขยายวงกลายเป็นกระทู้ว่า “เห็นด้วยหรือไม่ ถ้ามีตู้ขายถุงยางอนามัย ในสถาบันการศึกษา” คำตอบ แรกที่ได้ยินแว่วๆ คือ เห็นด้วย เพราะเท่ากับเป็นการสอนการมีเพศสัมพันธ์อย่างถูกวิธี และบอกกล่าวถึงข้อดีของการใช้ถึงยางอนามัย ที่สามารถป้องกันการตั้งครรภ์และโรคที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ การตั้งตู้ขายถุงยางอนามัยในสถานศึกษาจึงเป็นเรื่องธรรมดา ที่ท่านผู้ใหญ่ว่าน่าจะสนับสนุน... นั่นคือ มุมแรก...ฝ่ายแดง...! ส่วนอีกมุมหนึ่ง...ฝ่ายน้ำเงิน...!ไม่เห็นด้วย กลุ่มที่ไม่เห็นด้วย เริ่มต้นจากพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่ต้องกุมขมับ วิตกกังวลถึงอนาคตของกุลบุตร กุลธิดาว่า จะใช้เวลาในสถาบันการศึกษาอย่างไร และเมื่อมาถึงสถานศึกษา ครู ก็เปรียบเสมือนพ่อแม่ คนที่สองที่ทำหน้าที่อบรมให้ความรู้แก่เยาวชน และแน่นอนที่ ครูก็อดเป็นห่วงอนาคตลูกศิษย์ของตนไม่ได้ เช่นกัน ไม่ใช่ ไม่เห็นด้วยกับการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาและการคุมกำเนิด ตรงกันข้าม ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าถึงเวลาแล้วที่เราควรใส่ใจ และเริ่มต้นที่จะให้ความรู้เรื่องเพศกับเยาวชนในวันนี้อย่างจริงจัง ไม่มีใครอยากเห็นข่าว นักศึกษาสาวทำแท้ง หรือเด็กสาวใจแตกทิ้งซากทารกในถังขยะเพื่อหนีปัญญา หรือข่าวอัตราการเพิ่มจำนวนของคนที่ติดเชื้อ HIV โรคเอดส์ในสังคมไทย เพราะข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์เหล่านี้ มันสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพชีวิต ผลสัมฤทธิ์ของการขัดเกลาทางสังคม และอะไรอีกหลายๆ อย่างได้ทุกภาพข่าวกลายเป็นภาพที่เจ็บปวดสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง... แต่ “จำเป็นแล้วหรือ... ที่ต้องมีตู้ขายถึงยางอนามัยในสถาบันการศึกษา” มันเป็นตัวบ่งชี้ให้เห็นหรือว่า การมีตู้ขายถุงยางอนามัยในสถานศึกษา จะช่วยทำให้เยาวชนรู้จักการป้องกันคุมกำเนิดดีขึ้น ระวังการมีเพศสัมพันธ์มากขึ้น เป็นการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เชิงรุก เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และเกิดประสิทธิผลสูงสุด ผู้เขียนก็มีบทบาทเป็นครู และรู้สึกชื่นชมเยาวชนไทยในเชิงรุก เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และเกิดประสิทธิผลสูงสุด ผู้เขียนเองก็มีบทบาทเป็นครู และรู้สึกชื่นชมเยาวชนไทยกลุ่มหนึ่งที่ไปออกรายการ “ถึงลูกถึงคน”ของคุณสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา เกี่ยวกับประเด็นนี้ ตัวแทนนิสิต นักศึกษาจากสถาบันต่างๆ ให้ทัศนะที่ตรงใจครูเหลือเกินว่า พวกเขาเห็นด้วยกับการรณรงค์ให้ความรู้เรื่องเพศศึกษา แต่พวกเขาไม่เห็นด้วยถ้าจะต้องติดตั้งเครื่องขายถุงยางอนามัยอัตโนมัติในสถาบันการศึกษาเพราะสถาบันการศึกษาเป็นสถานที่ที่ทรงเกียรติ เป็นแหล่งที่ให้ความรู้ และยิ่งไปกว่านั้น หากมีการขายจริง พฤติกรรมของวัยรุ่นก็จะเปลี่ยนไป แน่นอนสังคมก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย ต่อไปเราคงได้ยินหัวข้อสนทนาของ นักศึกษาที่ไม่ใช่เรื่องวิชาการ แต่กลับกลายเป็น เรื่องกลิ่น สี ชนิดของถุงยางอนามัยที่พวกเขาสามารถหาซื้อได้ง่ายในสถานบันของพวกเขาเอง ...และถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ พวกครูนี่แหละที่จะเป็นคนกลุ่มแรกที่อดรู้สึกหดหู่ใจไม่ได้ผู้เขียนเองยังถามตัวเองเลยว่ “...จะรู้สึกอย่างไร ถ้าเห็นนักศึกษาชาย หรือนักศึกษาหญิงกำลังหยอดเหรียญเพื่อซื้อถุงขายอนามัยในรั้วการศึกษา หรือหน้าห้องพักครู...” ผู้เขียนตอบตัวเองได้ทันทีเลยว่า ความรู้สึกแรงคงรู้สึกดีใจที่เห็นลูกศิษย์เห็นคุณค่าความสำคัญและรู้จักการป้องกันตนเอง ในการมีเพศสัมพันธ์ จะได้ไม่เกิดปัญหาสังคมที่ตามมาเป็นหางว่าว แต่ก็คงรู้สึกเศร้าใจไม่น้อยที่จะต้องจินตนาการต่อไปว่า นักศึกษาคู่นี้จะไปมีกิจกรรมทางเพศในเขตรั้วการศึกษาหรือเปล่า และตัวครูเองจะทำอย่างไร ทุกอย่างมันเป็นเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เรื่องเพศศึกษาเป็นเรื่องเปราะบางมากสำหรับคนไทย เป็นเรื่องที่น่าอาย เรื่องในมุ้ง สุดแท้แต่จะเรียนในอดีต...แต่สังคมปัจจุบัน เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เยาวชนในสมัยนี้เขารู้เรื่องเพศศึกษากันมากขึ้น การพูดคุยเรื่องเพศมีมากขึ้น นอกจากการตอบปัญหาทางเพศตามหน้าหนังสือพิมพ์แล้ว เรายังสามารถเรียนรู้ได้จากรายการสนทนาตอบปัญหาทางสื่อโทรทัศน์ และที่ยิ่งไปกว่านั้น ถุงยางอนามัยที่เราพูดถึงกันตอนนี้ สามารถซื้อหาได้ง่าย ตามร้านสะดวกซื้อ Convenience Store ทั่วไป ...ไม่ใช่พวกเขา เหล่าเยาวชนทั้งหลายไม่รู้ แต่เขารู้ดีต่างหาก วอนท่านผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้อง ทบทวนประเด็นนี้ และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกันดีๆ เมื่อไรที่มีการตั้งตู้จำหน่ายถุงยางอนามัยในสถาบันการศึกษา เมื่อนั้นเยาวชนอาจคิดว่าผู้ใหญ่กำลังเริ่มเปิดกว้าง ยอมรับการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรของพวกเขา โปรดเห็นใจหัวอกครูที่ต้องทนเห็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรของลูกศิษย์ตนด้วยเถอะ เพราะอย่างไรมันก็เห็นเต็มสองตา ลองทบทวนคิด หาวิธีอื่นในการรณรงค์ดีกว่าไหม ถ้าคิดไม่ออก ลองถามเจ้าตัวเขาเองเลยดีกว่า ลองนั่งคุยกับเยาวชนตาดำๆ ดูว่าเขาคิดอย่างไร ไม่แน่ว่าไอเดียดีๆ ที่สร้างสรรค์อาจพรั่งพรูออกมา อย่างไม่น่าเชื่อก็ได้ ลองทำดู…! โดย อรนุช สุดประเสริฐ / สถาบันราชภัฎสวนดุสิต |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: สยามรัฐ ฉบับที่ 18481 [หน้าที่ 7 ] ประจำวันที่ 2 ธันวาคม 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|