[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ร.ร.ดังขานรับวิธีคัดป.1-ม.1 ห่วงใช้ผล''เอ็นที''ทำลำบาก


โรงเรียนดังขานรับแนวคิด สพฐ. รับเด็ก ป.1-ม.1 โดยไม่ต้องสอบ ให้เด็กนอกพื้นที่เข้าเรียนได้ไม่เกิน 50% แต่ห่วงใช้ผลสอบ''เอ็นที''ทำให้คัดลำบาก ร.ร.ในเขตกรุงเทพฯนัดหารือทุกเขตพื้นที่ฯเสนอข้อสรุปได้ในสัปดาห์นี้ เผยตัวเลขนักเรียนพลาดเข้าเรียนต่อ ม.1 ปีละกว่า 1 แสนคน ส่วนเข้ามหาวิทยาลัยปีหน้ารับได้ 6 แสนคน ที่เหลืออีก 1 แสนไปสายอาชีพ

จากที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้ข้อสรุปในกรอบแนวทางการรับนักเรียนชั้น ป.1 และม.1 ประจำปีการศึกษา 2547 โดยไม่มีการสอบคัดเลือก สำหรับนักเรียนชั้น ม.1 ให้พิจารณาจากผลการทดสอบวัดความรู้ระดับชาติหรือ เอ็นที (National Test)เป็นหลัก และให้โรงเรียนยอดนิยมทั้งโรงเรียนชื่อดังใน กทม. และโรงเรียนประจำจังหวัด ได้เปิดโอกาสรับเด็กนอกเขตพื้นที่บริการด้วยรวมไม่เกิน 50% ของจำนวนรับ โดยพิจารณาความสามารพิเศษ อาทิ ด้านกีฬา ดนตรี วิชาการนั้น 

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม นางรังสิมา เจริญศิริ ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีวิทยา กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว โดยในส่วนของโรงเรียนในเขตกรุงเทพฯทั้งหมดจะต้องมาประชุมร่วมกับทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตใน กทม. เพื่อวางรายละเอียดตามกรอบแนวทางของ สพฐ.ดังกล่าว คาดว่าจะนำเสนอรายละเอียดต่อ สพฐ.ได้ภายในสัปดาห์นี้ ทั้งนี้ การให้โรงเรียนดีเด่นดังเปิดกว้างรับเด็กนอกเขตพื้นที่บริการได้สูงสุดถึง 50% ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ยังมีความเป็นห่วงเรื่องของการใช้ผลการสอบเอ็นทีซึ่งจะต้องเน้นระบบความโปร่งใส และเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่าย 

นายโอสถ ทองมี ผู้อำนวยการโรงเรียนพระปฐมวิทยาลัย จ.นครปฐม กล่าวว่า การใช้แนวทางเดิมคือ สัดส่วน 70% ให้รับเด็กในเขตพื้นที่บริการ และอีก 30% ให้รับเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ผู้มีอุปการคุณ และจากการสอบคัดเลือก เป็นแนวทางที่ดีและเป็นที่ยอมรับอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม การกำหนดให้โรงเรียนรับได้เองสูงสุดถึง 50% ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่การจะให้ใช้ผลการสอบเอ็นที แทนการสอบของโรงเรียนก็อาจจะลำบากที่จะพิจารณาคัดเลือกเด็กได้ อย่างไรก็ตาม คิดว่าควรจะต้องสอบถามความเห็นจากพ่อแม่ ผู้ปกครองประกอบการพิจารณาวางแนวทางรับนักเรียนด้วย 

นางสิริกร มณีรินทร์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทางที่ สพฐ.เสนอ แต่ได้ตั้งข้อสังเกตไปว่าการใช้ผลสอบเอ็นทีจะต้องทำด้วยความเหมาะสม อย่างช่วงเวลาสอบควรทำตอนที่เด็กจบหลักสูตรแล้ว และข้อสอบจะต้องเน้นทุกด้าน โดยเฉพาะการคิดวิเคราะห์ ไม่ควรเน้นแต่การท่องจำ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในแต่ละปีจะมีเด็กที่พลาดโอกาสเข้าเรียนต่อชั้น ม.1 อันเนื่องจากการเรียนซ้ำชั้น และลาออกกลางคัน รวมจำนวนหลายแสนคน โดยจากข้อมูลพื้นฐานทางการศึกษาของ สพฐ.ในปีการศึกษา 2546 นี้ พบว่าตัวเลของนักเรียนซ้ำชั้นในปีการศึกษา 2545 ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 มีจำนวนรวมถึง 104,715 คน จากจำนวนนักเรียนทั้งหมดทั่วประเทศประมาณ 4.5 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 2.29 แยกเป็นชั้น ป.1 ซ้ำชั้น 47,380 คน ป.2 ซ้ำชั้นจำนวน 18,491 คน ป.3 ซ้ำชั้นจำนวน 10,156 คน ป.4 ซ้ำชั้นจำนวน 11,084 คน ป.5 ซ้ำชั้นจำนวน 9,757 คน และ ป.6 ซ้ำชั้นจำนวน 7,847 คน นอกจากนี้ ในระดับประถมศึกษามีจำนวนนักเรียนที่ออกกลางคันด้วยสาเหตุต่างๆ โดยเฉพาะความยกจน รวมถึง 30,696 คน และระดับมัธยมศึกษาตอนต้น รวมจำนวน 43,287 คน 

ด้านนายสุชาติ เมืองแก้ว รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กอ.) กล่าวว่า การรับนิสิตนักศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) ในปีการศึกษา 2547 คาดว่าจะรับได้รวมเพิ่มขึ้นจากปีการศึกษา 2546 ถึง 12% หรือจะรับได้ประมาณ 600,000 คน แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยรัฐที่จำกัดที่นั่งรับ 100,000 คน มหาวิทยาลัยรัฐแบบไม่จำกัดที่นั่ง รับ 250,000 คน มหาวิทยาลัยเอกชน 100,000 คน สถาบันราชภัฏ(รภ.) 100,000 คน สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล(รม.) 60,000 คน วิทยาลัยชุมชน 3,000 คน นอกจากนี้ ยังมีสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดอื่นที่รับนักศึกษาระดับปริญญาตรี เช่น วิทยาลัยพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข รับประมาณ 3,000 คน และวิทยาลัยพยาบาลสังกัดเหล่าทัพ รับประมาณ 1,500 คน 

นายสุชาติกล่าวต่อว่า การรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยรัฐที่จำกัดที่นั่ง ซึ่งรับรวมประมาณ 100,000 คน จะแบ่งเป็นรับตรงและโควตารวมประมาณ 50,000 คน และรับผ่านการสอบเอ็นทรานซ์ประมาณ 50,000 คน ส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนเปิดรับตรงประมาณ 60,000 คน และรับผ่านเอ็นทรานซ์ 40,000 คน สำหรับรภ.และรม.ส่วนใหญ่รับตรง จะมีรับผ่านเอ็นทรานซ์บ้างรวมประมาณ 3,000 คนเท่านั้น 

''ในปีการศึกษา 2547 จะมีนักเรียนที่จบ ม.6 ประมาณ 500,000 คน และจบ ป.วช.ประมาณ 200,000 คน รวม 700,000 คน โดยมหาวิทยาลัยในสังกัด สกอ.สามารถรองรับนักศึกษาได้ถึง 600,000 กว่าคน ส่วนนักเรียนที่เหลือส่วนหนึ่งจะเลือกเรียนในสายอาชีพหรือสถาบันที่สอนเฉพาะทาง และอีกส่วนหนึ่งจะไปทำงานก่อน'' นายสุชาติกล่าว 





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: มติชนรายวัน ฉบับที่ 9398 [หน้าที่ 1 ] ประจำวันที่ 2 ธันวาคม 2546

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง