|
|
|
เอสเอ็มอีแบงก์ล่อใจ ขรก.เข้าร่วมโครงการเกษียณก่อนกำหนด เตรียมปล่อยกู้ 6 พันล้าน ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน พร้อมลงทุนจัดฝึกอบรมการทำธุรกิจแบบครบวงจรให้เสร็จสรรพ ฝันปั้นผู้ประกอบการรายใหม่ 5 พันราย ดีเดย์ปล่อยกู้ 1 ม.ค. ''วิษณ''รื้อระบบสัญญาจ้างงานแบบใหม่ ส่วนราชการผุดลูกจ้างรัฐพันธุ์ใหม่ ''พนักงานราชการ'' สัญญาจ้าง 4 ปี เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า เอสเอ็มอีแบงก์จัดทำโครงการปล่อยสินเชื่อแก่ข้าราชการที่เข้าร่วมโครงการ ''จำใจจาก'' ของรัฐบาล ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ จำนวนรวม 6,000 ล้านบาท โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ''ผมได้หารือกับนายไพโรจน์ สุขสัมฤทธิ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ซึ่งกระทรวงแรงงานตกลงให้การสนับสนุนเงินทุนในจำนวนดังกล่าวแล้ว คาดว่าอัตราดอกเบี้ยน่าจะต่ำกว่าอัตราที่ใช้กับลูกค้าเงินกู้รายใหญ่ชั้นดีแบบมีระยะเวลา(เอ็มแอลอาร์) และเป็นอัตราแบบคงที่ คาดว่าโครงการนี้จะสร้างผู้ประกอบการใหม่ได้ไม่น้อยกว่า 4,000-5,000 ราย'' นายโชติศักดิ์กล่าว กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ กล่าวว่า โครงการนี้เอสเอ็มอีแบงก์จะลงทุนจัดฝึกอบรมการทำธุรกิจแบบครบเครื่อง ทั้งเรื่องการบริหารจัดการ การวางแผนธุรกิจ การส่งออก การตลาด การผลิต รวมทั้งการพัฒนาบุคลากร โดยธนาคารจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2547 ที่สาขาของธนาคาร และสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ ขณะที่นายสีมา สีมานันทน์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริหารงานลูกจ้างระบบสัญญาจ้างที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณาหลักเกณฑ์ วิธีการ และการบริหารระบบพนักงานราชการ ซึ่งเป็นระบบสัญญาจ้างงานแบบใหม่ของส่วนราชการ ที่ต้องการความหลากหลาย ยืดหยุ่น และคล่องตัว เพื่อรองรับการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐแนวใหม่ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบดังนี้ 1.เรียกระบบการบริหารงานนี้ว่า ''ระบบพนักงานราชการ'' และเรียกผู้ปฏิบัติงานว่า ''พนักงานราชการ'' ซึ่งจะนำมาใช้แทนระบบลูกจ้างประจำหรือภารกิจอื่นตามความจำเป็น 2.พนักงานราชการมี 2 ประเภทคือ (1)ประเภททั่วไป ได้แก่ กลุ่มงานสนับสนุนที่ไม่ซ้ำซ้อนกับหน้าที่ของข้าราชการ หรืออาจเป็นงานของข้าราชการได้ แต่ต้องมีระยะเวลาสิ้นสุดตามความจำเป็นและเร่งด่วนของงาน และเป็นงานที่ไม่มีลักษณะการใช้อำนาจตามกฎหมาย (2)ประเภทพิเศษ ได้แก่ งานที่มีลักษณะที่ปรึกษา และงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญระดับสูงพิเศษ 3.การจ้างงานให้ยึดตามหลักขีดสมรรถนะและความสัมฤทธิ์ของผลงาน พนักงานราชการจะมีความมั่นคงในงานตราบที่มีผลงานเป็นที่น่าพอใจและผ่านการประเมิน ส่วนการจ่ายค่าตอบแทน จะพิจารณาตามผลงานและประสบการณ์ด้วย 4.จ้างงานด้วยการใช้สัญญา จะมีวาระไม่เกิน 4 ปี แล้วแต่ภารกิจและลักษณะงาน และสามารถต่อสัญญาได้โดยไม่จำกัดวาระ 5.มีการประเมินผลการปฏิบัติงานอย่างเข้มข้นทุกปี รวมถึงการประเมินประจำปีเพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือน การประเมินเพื่อเลิกจ้าง รวมทั้งการประเมินเพื่อต่อสัญญา 6.การเลิกสัญญาสามารถทำได้ใน 2 กรณีคือ (1)สิ้นสุดสัญญา หรือ (2)รายการขอเลิกสัญญาก่อนหมดวาระ เนื่องจากปฏิบัติงานไม่บรรลุผลตามที่ตกลงไว้ในสัญญา 7.การต่อสัญญาจะกระทำได้เมื่อสัญญายุติแต่ภารกิจยังไม่เสร็จสิ้น และส่วนราชการยังจำเป็นต้องใช้พนักงานสำหรับภารกิจนั้นต่อไป 8.อัตราค่าตอบแทน จะพิจารณาโดยใช้อัตราเงินเดือนขั้นพื้นฐานตามกลุ่มงานของราชการแล้วบวกเงินเพิ่มให้ เพื่อสร้างแรงจูงใจในลักษณะเดียวกับการจ้างงานของภาคเอกชน กล่าวคือ พนักงานราชการจะได้ค่าตอบแทนสูงกว่าข้าราชการแต่ได้รับสวัสดิการน้อยกว่า และมีบัญชีเงินเดือนหลายบัญชีตามลักษณะงาน เช่น งานบริการ หรืองานลักษณะเชี่ยวชาญ เลขาธิการ ก.พ.กล่าวว่า ระบบนี้จะช่วยเสริมความเข้มแข็งในการบริหารทรัพยากรบุคคลแก่ส่วนราชการอย่างเต็มที่ โดยคณะกรรมการจะมอบอำนาจการบริหารการจ้างงานแก่ส่วนราชการให้มากที่สุด ส่วนราชการสามารถบริหาร กำหนดอัตราค่าจ้าง ทำสัญญาจ้าง และดำเนินการทั้งหมดได้เองตามกรอบใหญ่ที่คณะกรรมการกำหนด เมื่อประกาศใช้ระเบียบนี้แล้วจะสามารถดำเนินการได้ทันทีกับกลุ่มพนักงานราชการประเภทพิเศษที่ต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญระดับสูงพิเศษด้วยค่าตอบแทนสูงมากๆ โดยในระยะแรก คณะกรรมการจะช่วยพิจารณาการจ้างให้แก่ส่วนราชการก่อน และจะมอบอำนาจในการจ้างให้แก่ส่วนราชการในระยะต่อไป นายสีมากล่าวว่า คณะกรรมการจะประชุมร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 12 ธันวาคม ก่อนนำเสนอแนวทางและหลักการในการดำเนินการต่อที่ประชุม ครม.ในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ หากที่ประชุม ครม.เห็นชอบ เชื่อว่า จะสามารถประกาศใช้ได้ทันในวันที่ 1 มกราคม 2547 ''ระบบพนักงานราชการนี้จะช่วยบรรเทาปัญหาการขาดแคลนคนทำงานได้ทันที และสามารถลดคนทำงานได้ทันทีเช่นกัน เมื่อภารกิจนั้นเสร็จสิ้นลง สำนักงาน ก.พ.จะเชิญส่วนราชการมาให้ความคิดเห็นต่อการใช้ระบบพนักงานรายการในวันที่ 2, 8 และ 9 ธันวาคมนี้ ที่สถาบันพัฒนาข้าราชการพลเรือน สำนักงาน ก.พ.'' เลขาธิการ ก.พ.กล่าว |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: มติชนรายวัน ฉบับที่ 9398 [หน้าที่ 1 ] ประจำวันที่ 2 ธันวาคม 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|