[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส


ไม่มีพระมหากษัตริย์ในประเทศใดแล้ว ที่ทรงสละสุขส่วนพระองค์ ทรงตรากตรำพระวรกายเพื่อช่วยเหลือพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศ เสมอเหมือนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คุ้มเกล้าเหนือหัวของเหล่าปวงชนชาวไทย 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นนักคิด นักพัฒนาอย่างแท้จริง 

มูลนิธิ 5 ธันวามหาราช จัดทำหนังสือ “5 ธันวามหาราช มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 75 พรรษา” โดยรวบรวมพระราชกรณียกิจที่ทรงคุณค่าในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนหนึ่งได้คัดสรรพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสที่สำคัญไว้หลายตอน ซึ่งแม้พระบรมราโชวาทบางตอนจะผ่านมานานหลายปี แต่เมื่ออ่านในวันนี้ยังเปี่ยมด้วยประโยชน์ เป็นสิ่งที่พสกนิกรสามารถนำมาใช้ในชีวิตเพื่อความสุขและพัฒนาตนเอง รวมทั้งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองสมควรนำมาปฏิบัติตามเพื่อสนองพระราชดำริด้วย 

ดังนี้จึงขอนำพระบรมราโชวาท และพระราชดำรัส จากหนังสือ 5 ธันวามหาราชฯ มาถ่ายทอด เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่า 

“ ... การพัฒนาชนบทเป็นงานที่สำคัญ เป็นงานที่จะต้องทำให้ได้ด้วยความสามารถ ด้วยความฉลาด คือทั้งเฉลียวทั้งฉลาด ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจมิได้มุ่งหมายหากินด้วยวิธีใด ๆ ใครอยากหากิน ขอให้ลาออกจากตำแหน่งไปทำการค้าขายดีกว่า เพราะว่าทำผิดพลาดไปแล้ว บ้านเมืองล่มจม และเมื่อบ้านเมืองล่มจมแล้ว เราก็อยู่ไม่ได้เท่ากับเสียหายหมดทุกอย่าง ....” 

พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

“ ...ความรู้นั้นเปรียบเหมือนศาสตราวุธ ย่อมจะเป็นคุณหรือโทษให้เท่ากัน สำคัญอยู่ที่ใช้ คือถ้าใช้ถูกทางก็ป้องกันอันตรายได้ ถ้าใช้ไม่ถูกทางก็จะกลับเป็นอันตราย ประหารตัวเเอง และแม้ผู้อื่นด้วย...” 

พระบรมราโชวาท พระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2507 

“...คำว่า “ปัญญาชน” ที่ใช้กันในทุกวันนี้ รู้สึกว่าจะมีความหมายกลายไปจากเดิมคือ แทนที่จะใช้หมายถึง “คนที่มีปัญญา” กลับไปใช้หมายถึงคนที่กำลังแสวงหาปัญญา? ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นผู้ที่ตกหลุมพรางหลงสำคัญผิด ตามความคิดของคนอื่นไปง่าย ๆ ด้วย...” 

พระราชดำรัสพระราชทาน แก่สามัคคีสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการประชุมใหญ่ประจำปี 2511 

“...ชาวเขาตามที่รู้ เป็นผู้ที่ทำการเพาะปลูกโดยวิธีที่จะทำให้บ้านเมืองของเราไปสู่หายนะได้ โดยที่ถางป่าและปลูกพืชโดยวิธีที่ไม่ถูกต้อง ถ้าพวกเราทุกคนไปช่วยเขา ก็เท่ากับช่วยบ้านเมืองให้มีความดี ความอยู่ดี กินดี และปลอดภัยได้อีกทั่วประเทศ เพราะถ้าสามารถทำโครงการนี้ได้สำเร็จ ให้ชาวเขาอยู่เป็นหลักแหล่งสามารถที่จะมีความอยู่ดี กินดีพอสมควร และสนับสนุนนโยบายที่จะรักษาป่าไม้ รักษาดินให้เป็นประโยชน์ ต่อไป ประโยชน์อันนี้จะยั่งยืนมาก...” 

พระราชกระแสด้านการทำการเกษตรบนพื้นที่สูง พระราชทานเมื่อ พ.ศ. 2512 

“...งานพัฒนาบ้านเมืองนั้น ต้องอาศัยบุคคลสองประเภท คือนักวิชาการ กับผู้ปฏิบัติ นักวิชาการเป็นผู้วางโครงการ เป็นผู้นำ เป็นผู้ชี้ทาง เป็นที่ปรึกษาของผู้ปฏิบัติ ส่วนผู้ปฏิบัตินั้นเป็นผู้ลงมือลงแรงกระทำงาน งานจะได้ผลหรือไม่เพียงไร ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลสองฝ่ายนี้ ถ้ามีความเข้าใจ และร่วมงานกันก็ไม่มีอุปสรรค ได้ผลงานเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ห้าหากไม่เข้าใจกัน ก็เกิดอุปสรรคล่าช้า ซึ่งมักปรากฏอยู่เสมอ และจำเป็นต้องแก้ไข...” 

พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2513 

“...หนังสือนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง ในการที่จะทำให้คนเรามีความเจริญก้าวหน้า เพราะว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาแล้ว ต้องหัด ต้องเรียน ทั้งในทางกาย ทั้งในทางใจ เพื่อที่จะมีความสามารถ และมีความรู้ที่จะดำรงชีพได้ มนุษย์นี้ต่างกับสัตว์ทั้งหลาย มนุษย์คิดใช้สมองมาทำให้ความก้าวหน้า ไกลมากไปกว่าสภาพที่เกิดมาเป็นกายคนอย่างสัตว์ ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดมาแล้ว...” 

พระบรม ราโชวาทพระราชทานแก่คณะสมาชิกห้องสมุดทั่วประเทศ ในโอกาสที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท 
ณ ศาลาดุสิดา ลัย สวนจิตรลดาฯ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2514 

“...การทำสิ่งที่ดีงามนั้น ไม่ใช่ของที่พ้น สมัยหรือที่น่ากระดากอาย หากเป็นของที่ทุกคนทำได้ไม่ยาก และให้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า เพราะความดีนั้นทรงค่า และทรงผลดีอยู่ตลอดกาล มิได้เปลี่ยนแปลง มีแต่ค่านิยมในความดีเท่านั้น ที่เปลี่ยนแปลงไป...” 

พระราชดำรัสพระราชทาน เพื่อเชิญไปอ่านในพิธีเปิดการประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ 13 
ที่วิทยาลัยครูนครปฐม จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2516 

“...ขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่จะให้เมืองไทย พออยู่ พอกิน มีความสงบและทำงาน ตั้งจิตอธิษฐาน ตั้งปณิธาน ในทางนี้ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบ พออยู่ พอกิน ไม่ใช่ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่ว่ามีความพออยู่ พอกิน มีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่น ๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่ พอกินนี้ได้ เราก็จะยอดยิ่งยอดได้...” 

ตอนหนึ่งในพระราชดำรัส ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2517 

“...ถ้าท่านทั้งหลายช่วยกันคิด ช่วยกันทำ แม้จะมีการเถียงกันบ้าง ก็เถียงกัน แต่เถียงด้วยรากฐานของเหตุผล และเมตตาซึ่งกันและกัน และสิ่งที่สูงสุดคือ ประโยชน์ ร่วมกัน คือความพอมี พอกิน พออยู่ ปลอดภัยของประเทศชาติ...” 

ตอนหนึ่งในพระราชดำรัส ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2517 

“...เราต้องทำในสิ่งที่ดีที่ชอบตลอดไป เป็นเวลานาน อาจน่าเบื่อ แต่แม้ กระนั้น อย่าเพิ่งท้อใจ บางทีเราทำตลอดชีวิตแล้ว ก็ยังไม่พอ...” 

ตอนหนึ่งในพระราชดำรัส ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2518 

“...ความเมตตานั้น ดูเหมือนว่าเป็นเรื่องที่กินไม่ได้ แต่ความเมตตานั้นก็นำมา สู่ความเอื้อเฟื้อซึ่งกันและกัน ความเอื้อเฟื้อ ซึ่งกันทั้งในด้านความเป็นอยู่ ทั้งในความปลอดภัย ทั้งในความเจริญ ความก้าวหน้า และความสุขที่เพิ่มขึ้นได้...” 

ตอนหนึ่งในพระราชดำรัส ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2519 

“...ระเบียบการนี้ มีความสำคัญอย่างยิ่ง ระเบียบการนี้ก็หมายถึง มีวินัย มีวินัยที่ จะปฏิบัติ มีระเบียบการ มีกฎเกณฑ์ ซึ่งกฎเกณฑ์นี้ คำว่ากฎเกณฑ์ กฎนั้นเขียนอย่างหนึ่ง แต่กดอย่างกดหัว กดขี่ เขียนอีกอย่างหนึ่ง แต่ว่าโดยมากเวลาพูดถึงกฎเกณฑ์หรือกฎ หมาย กฎบังคับ มักไม่ค่อยชอบ เพราะนึกว่ากดหัว แต่ต้องมี ต้องมีกฎหมาย กฎเกณฑ์ กฎบังคับ แต่ไม่ต้องกดหัวกัน เพราะว่า แต่ละคนมีคาามฉลาด พอที่จะเข้าใจว่าต้องมีกฎเกณฑ์ ...” 

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ผู้นำลูกเสือชาวบ้าน กรุงเทพมหานคร ณ พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2521 

“...คนทำงานคือคนมีระเบียบ ได้แก่ระเบียบในความคิด และในการทำงาน ผู้ไม่ฝึกระเบียบไว้ ถึงจะมีวิชา มีเรี่ยวแรง มีความกระตือรือร้นอยู่เพียงไร ก็มักจะทำงานให้สำเร็จดีไม่ได้ เพราะความคิดอ่านสับสนว้าวุ่น ทำอะไรไม่ถูกลำดับขั้นตอน มีแต่ความลังเลและขัดแย้ง ทั้งในความคิด ทั้งในการปฏิบัติงาน...” 

พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ ข้าราชการพลเรือน เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2527 

“...ตัวการที่ทำให้แก้ปัญหาไม่ออก และทำให้ปัญญายิ่งยุ่งเหยิงหนักเข้านั้น คือใจ หรือความคิดเห็นที่ไม่เป็นกลาง ซึ่งเรียกว่า อคติ หรือความลำเอียง...” 

พระราชดำรัสพระราชทานแก่สามัคคีสมาคม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการเปิดประชุมใหญ่ ประจำปี 2522 ระหว่างวันที่ 29-31 มีนาคม พ.ศ. 2522 

“...ในการปฏิบัติหน้าที่นั้น ขอให้ทำหน้าที่ เพื่อหน้าที่ อย่านึกถึงบำเหน็จรางวัลหรือผลประโยชน์ให้มาก ขอให้ถือว่าการทำหน้าที่ได้สมบูรณ์เป็นทั้งรางวัล และประโยชน์อย่างประเสริฐ จะทำให้บ้านเมืองไทยของเราอยู่เย็นเป็นสุข และมั่นคง...” 
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือน 

เนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2533 ณ พระตำหนักจิตรลดาฯ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2533 

“...ราษฎรที่ยากจนนี้ เขาไม่มีกำลังที่จะตอบแทนอะไรได้เลย แม้จะทำงานก็ไม่ค่อยได้ เพราะความยากจน แต่ว่าถ้าเราสามารถที่จะทำให้เขาอยู่ดีกินดีขึ้นหน่อย เขาจะสามารถหารายได้ได้มากขึ้น เราก็จะลดการสงเคราะห์ลงได้...” 

ตอนหนึ่งในพระราชดำรัส ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2534 

“...ขอให้นึกอยู่เสมอว่า การเกษตรนั้นเป็นรากฐานของชีวิต สำหรับประเทศ ของเรา และเกษตรกรรมในยุคปัจจุบันนี้ จำเป็นต้องได้รับการวางแผน และการพัฒนาอย่างถูกต้อง ทุกคนจึงควรจะได้ถือเป็นภาระหน้าที่ที่จะต้องช่วยกันศึกษาคิดค้น และปฏิบัติทดลองหาวิธีการที่ดี ที่เหมาะสมยิ่ง ๆ ขึ้น เพื่อให้การเกษตรในประเทศของเรา ได้พัฒนาก้าวหน้าไปได้อย่างมั่นคง...” 

ตอนหนึ่งในพระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาสาขาวิชาต่าง ๆ ของสถาบันเทคโนโลยีการเกษตรแม่โจ้ เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 

“...ทฤษฎีใหม่นี่ มีไว้สำหรับป้องกันความขาดแคลน ในยามปกติก็จะทำให้ร่ำรวยมากขึ้น ในยามที่มีอุทกภัย ก็สามารถที่จะฟื้นตัวได้เร็ว ไม่ต้องให้ทางราชการไปช่วยมากเกินไป...” 

ตอนหนึ่งในพระราชดำรัส ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2538 

“...การสอนนี่มีการแบ่งเป็นอบรม แล้วก็บ่ม นิสัย แต่ถ้าไม่มีผู้ที่อบรม ไม่มีผู้ที่บ่มนิสัย หรือผู้ที่อบรม หรือผู้ที่บ่มนิสัย เป็นคนที่มีคุณภาพต่ำ ผู้ที่ได้รับอบรมบ่มนิสัย ย่อมมีคุณภาพต่ำเหมือนกัน อาจจะยิ่งร้ายกว่า แม้จะมีเทคโนโลยีชั้นสูง...” 

ตอนหนึ่งในพระราชดำรัส ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2539 

“...การปฏิบัติงานทุกอย่างของข้าราชการ มี ผลเกี่ยวเนื่องถึงประโยชน์ส่วนรวมของบ้านเมืองและประชาชนทุกคน เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่ข้าราชการทุกคน จะต้องทำหน้าที่ทุก ๆ ประการให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ โดยเต็มกำลัง สติปัญญา ความรู้ ความสามารถเพื่อผลการปฏิบัติราชการทุกอย่าง จักได้บรรลุความสำเร็จอย่างสูง และบังเกิดประโยชน์อย่างดีที่สุดแก่ตน แก่หน้าที่ และแก่แผ่นดิน...” 

พระบรมราโชวาท ณ พระตำหนักจิตรลดาฯ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2541 

“...จะอย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจพอเพียงนี้ ขอย้ำว่า เป็นทั้งเศรษฐกิจ หรือความประพฤติที่ทำอะไรเพื่อให้เกิดผล โดยมีเหตุ และผล คือเกิดผล มันมาจากเหตุ ถ้าทำเหตุที่ดี ถ้าคิดให้ดี ได้ผลที่ออกมาคือสิ่งที่ติดตามเหตุการณ์กระทำก็จะเป็นการกระทำที่ดี และผลของการกระทำนั้นก็จะเป็น การกระทำที่ดี ดี แปลว่า มีประสิทธิผล ดี แปลว่า มีประโยชน์ ดี แปลว่า ทำให้มีความสุข...” 

ตอนหนึ่งในพระราชดำรัส ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. พ.ศ. 2543 

“...คนที่มีดับเบิล สแตนดาร์ดเนี่ย อาจจะมีความเจริญของเขาได้ แต่ว่าถ้าเรามี ดับเบิล สแตนดาร์ด ในตัวเราเอง เราขัดขาตัวเอง คือเดินเดินไป ถ้าเดินไป ขามันขัดกันเราไปขัดขาคนอื่น ไม่เป็นไร คนอื่นเขาหกคะเมน แต่ว่าถ้าเราขัดขาตัวเอง ไม่มีปัญหา เราต้องหกคะเมน เราอาจไม่หกคะเมนได้ แต่ถ้าไปขัดขาคนอื่น เราอาจหกคะเมนได้เหมือนกัน ฉะนั้นไอ้การมีดับเบิล สแตนดาร์ดในตัวเอง อันนี้สิอันตรายที่สุด...” 

ตอนหนึ่งในพระราชดำรัส ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. พ.ศ. 2544 

“...ทรรศนะของแต่ละคน ความคิดของแต่ละคน ก็มีความคิดดีทั้งนั้น แต่ว่าทรรศนะของอีกคน หรือความคิดหรือเกมของคนอื่น มันไม่เหมือนกันก็ขัดกัน ถ้าเรามีความคิดอย่างหนึ่งแล้ว ก็มาพูดกับอีกคน เขาบอกไม่ถูก ก็มีสิทธิที่จะบอกว่าไม่ถูก แต่ตอนนี้เราจะทำอย่างไร ถ้าหากว่ามีความคิดในงานอะไรอย่างหนึ่ง แล้วก็บอกคนหนึ่ง บอกต้องทำอย่างนี้ อีกคนบอกทำอีกอย่าง ขัดกันมันจะสำเร็จได้อย่างไร มันไม่มีทางสำเร็จ แต่ว่าทางสำเร็จมันมีอยู่ ที่จะต้องลดทิฐิ...” 

ตอนหนึ่งในพระราชดำรัส ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาฯ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2544 

“...ผู้ที่ทำงานให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวม ย่อมเป็นคุณแก่ตนด้วย ผู้ที่ทำงาน โดยเห็นแก่ตัว เบียดเบียนประโยชน์ส่วนรวม ย่อมบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ และที่สุดก็จะเอาตัวไม่รอดข้าราชการทุกคนต้องทำงานทุกอย่างด้วยสติ สำนึกถึงหน้าที่ ที่จะต้องปฏิบัติเพื่อส่วนรวมอยู่เสมอ...” 

พระบรมราโชวาท พระราชทานแแก่ ข้าราชการพลเรือน ณ วังไกลกังวล เมื่อวันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2545. 






ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: เดลินิวส์ ฉบับที่ 19776 [หน้าที่ 26 ] ประจำวันที่ 5 ธันวาคม 2546

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 1

อ่าน 0 ครั้ง