|
|
|
ในหลวงรับสั่งรัฐบาล แจงยอดคนตาย 2.5พัน จากสงครามยาเสพติด ทรงแนะผู้ว่าฯซีอีโอ ต้องเข้าใจปัญหาต่างๆ ในจังหวัดที่ตัวเอง เข้าไปรับตำแหน่ง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ทรงแนะการปฏิรูปการศึกษาต้องให้เด็กสงสัยได้ ส่วนมาตรการปราบปรามยาเสพติด ทรงขอให้รัฐบาลชี้แจงที่มีผู้เสียชีวิต 2,500 คนให้คนไทยทราบ ทรงเตือนสตินายกฯ อย่าลืมตัว อย่าลอย ขาต้องเหยียบดิน ทรงแนะนายกฯ รับฟังสื่อมวลชนวิพากษ์วิจารณ์ หากอันไหนลงถูกต้องขอบใจ หากลงไม่ถูกต้องชี้แจง เมื่อเวลา 16.30 น.วานนี้ (4 ธ.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ได้เสด็จฯลง ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต โดยทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี และคู่สมรส เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 76 พรรษา โดยมีคณะบุคคล 639 คณะ จำนวนกว่า 22,294 คน เฝ้ารอรับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสแก่คณะผู้เข้าเฝ้าฯ ความว่า ขอขอบใจนายกฯ และท่านทั้งหลายที่ได้มาชุมนุมกันเพื่อให้พรในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ซึ่งนับว่าเป็นกำลังใจที่จะมีชีวิตการทำงานต่อไป ที่นายกฯ ได้พูดถึงกิจการที่ได้ปฏิบัติมาในรอบปี ส่วนตัวไม่ได้ทำอะไรมากนัก เพราะกำลังกายไม่ค่อยดี ไปเข้าโรงพยาบาลหลายครั้ง และเมื่อเข้าโรงพยาบาลจะต้องฟื้นกำลัง วันนั้นไปที่ปราณบุรี มีการปลูกป่าชายเลน เดินไปดูเขาอธิบายเกี่ยวข้องกับการปลูกป่าชายเลน มีผู้เชี่ยวชาญทะเลมาพูดถึงป่าบนภูเขา คนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดูแลทรัพยากรทางทะเล แต่มาพูดถึงป่า ไม่พูดถึงป่าชายเลน ไปพูดถึงป่าบนเขา อธิบายยืดยาว ทำให้ยืนอยู่นาน ไม่ได้นั่ง คนอื่นก็เดือดร้อนไปด้วย ผู้เฒ่าคนหนึ่งเขาว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่นั่ง ก็ไม่นั่งด้วย ยืนขาชาอยู่ 2 ชั่วโมงครึ่ง สำหรับผู้เฒ่าก็ไม่ใช่น้อย ดูนิทรรศการ ส่วนที่ภาคใต้ ก็ไปดูเขาอธิบายว่าคลองทำไม่ได้ ต้องตัดต้นไทร ชาวบ้านว่าต้นไทรตัดไม่ได้เพราะว่ามีผี เป็นที่ประหารผู้ร้าย สร้างศาลเล็กๆ เพื่อที่จะทำให้ผีผู้ร้ายไม่อาละวาด แต่ถ้าตัดต้นไทรแล้วทำคลองตรงไป ชาวบ้านบอกว่าน่ากลัว เขาจะโดนลงโทษ นึกว่ามีวิธีทำง่ายๆ คือ อ้อมต้นไทร ชาวบ้านมาเล่าให้ฟังว่าถ้าให้ชลประทานขุดคดไปหน่อย จะว่าอะไรไหม ชาวบ้านว่าไม่เป็นไร เลี่ยงต้นไทรไป รัฐมนตรีก็อยู่ที่นั่น อธิบดีกรมชลประทานก็รับไปทำ น้ำก็ไหลได้ดี ไปดูป่าชายเลน ก็ได้ผลในการพัฒนานครศรีธรรมราช ไปเจอผู้มาจากพิษณุโลก ชาวบ้านคนนั้นมาจากที่อยู่ใกล้แควน้อย ที่จะไหลมาลงแม่น้ำน่าน จำได้ว่ามีที่ที่จะใช้น้ำเพื่อทำเขื่อนที่นับว่าใหญ่พอสมควร ช่วยในเรื่องขาดน้ำ กักน้ำแล้วปล่อยลงมาสำหรับทำนา ทำการเกษตร ในหน้าน้ำ น้ำมามาก จะทำให้พิษณุโลกน้ำท่วมทุกปี ถ้าทำเขื่อนนี้ได้ก็จะดี ก็ถามชาวบ้านว่าเห็นด้วยไหม ชาวบ้านว่าไม่ขัดข้อง มีคนที่เดือดร้อนอาจจะสัก 200-300 คน ก็เลยให้ไปเจรจากับพรรคพวกว่าราชการจะช่วยหาที่ให้ และจะมีความเป็นอยู่ดีขึ้น เขาก็รับ รัฐมนตรีและอธิบดีก็รับว่าจะไปดู นายกฯก็รับว่าจะไปดู อย่างที่บอกว่า 4 ปี 80 ก็สร้างเสร็จ จะช่วยพิษณุโลกและช่วยเขตใต้แม่น้ำเจ้าพระยาด้วย ทำให้น้ำไม่ท่วม ไม่แล้ว เขื่อนจะจุได้มาก มีคนโวยวายว่าถ้าสร้างแล้วจะมีแผ่นดินไหว ก็บอกว่าต้องศึกษา กลัวว่าจะเกิดรอยร้าวในดิน เราจะเดือดร้อน แต่ที่เดือดร้อนที่สุด คือร้อยร้าวในคน คนเดียวก็ร้าวได้ อย่างที่กระดูกร้าวต้องปะด้วยกาวอีพ็อคซี่ แต่ในหมู่คนมีรอยร้าว ก็ลำบากมาก ต้องหาวิธีที่จะประสานสมานความร้าว แถวหน้าทั้งแถว ผู้ใหญ่ทั้งนั้น รอยร้าวกันเยอะ ระหว่างคนหลายพวก ติดๆ กัน ไม่ติด ร้าว ไม่สามัคคีกัน ควรจะพูดตอนท้ายให้ท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กันอย่าให้มีรอยร้าว มีความสมานสามัคคีกัน ทรงชี้''ปราบความจน''ก่อการร้ายจะบรรเทา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสต่อว่า ที่ปราณบุรี ใช้ใจบินไปที่นครศรีธรรมราช ไปเยี่ยมต้นไทรที่มีผีหลอก และไปที่พิษณุโลก สร้างเขื่อน วันนั้นไปคุ้ม ไปดูเขาปลูกต้นโกงกาง แล้วก็ได้ทำโครงการเพิ่มเติม หมายความว่า ไม่ต้องไปไหนมาก แต่ก็ด้วยใจ เราสามารถไปพัฒนาทั่วประเทศ พัฒนาทั่วทุกแห่ง จากที่นายกฯพูดว่ายังมีมากที่ควรจะทำ และที่ท่านนายกฯ พูดว่ามีสื่อมาถามว่าจะต่อสู้ลัทธิที่คุกคามประเทศไทยเวลานั้น เขาถามจริงๆ เป็นเวลา 20 กว่าปีนั้น เป็นเวลาวุ่นวาย เขามาสัมภาษณ์หลายครั้ง จำได้ทีเดียว ถามในห้องทำงาน มีแผนที่อยู่บนฝา ให้เขาดูว่าเราไปทำอะไรที่ไหน เขาจึงถามว่า ที่ทำนี่เพื่อต่อสู้ก่อการร้ายใช่ไหม เราก็ถามว่าก่อการร้ายอะไร ที่เราไปดูไม่ใช่ไปปราบก่อการร้าย แต่ปราบความจน ความเดือดร้อนของประชาชน ก่อการร้ายก็จะบรรเทา ไม่มี จึงต้องปราบความจน ในการปราบความจน ต้องพัฒนาอาชีพ ความเป็นอยู่ของประชาชน ไม่ใช่เพียงแต่ปลูกผักงา แต่เป็นเรื่องความอยู่ดีกินดี ความรู้การศึกษา ต้องช่วยให้การศึกษาดีขึ้น เพราะหากการศึกษาไม่ดี คนไม่สามารถทำงาน การศึกษาระดับสูง นักวิทยาศาสตร์ ถ้าไม่มีการเรียนขั้นประถม ไม่มีทางที่จะให้คนไทยขึ้นไปเรียนในขั้นสูง หรือเรียนขั้นสูงก็เรียนไม่ดี เมื่อไม่รู้เรื่อง ก็จะทำเรื่องที่น่ากลัว เช่น คนที่ทำระเบิดได้ แต่ก่อนนึกว่ายาก แต่แท้จริงไม่ยาก ที่เขาระเบิดในตะวันออกกลางเร็วๆ นี้ ไม่ได้ใช้ระเบิดปรมาณูอย่างที่กลัวกัน ใช้ปุ๋ยระเบิดทั้งตึก ที่ไทยก็มีเอาระเบิดปุ๋ยมาใช้ แต่โชคดีมีผีอยู่ ทำให้เจอว่ามีระเบิดปุ๋ย ถ้าไม่มีผีที่อยู่ในระเบิด ผีจริงๆ คนเขาฆ่าใส่ไปในถังปุ๋ย ผีทำไงไม่ทราบ โวยวายจนคนเจอ ทำให้เรื่องราวรถบรรทุกระเบิดปุ๋ยมาชนกับรถจักรยานยนต์ เพราะเขากลัวว่าถ้าแล่นต่อไปถูกจับ แต่ก็ถูกจับอยู่ดี ผีอยู่ในระเบิด จึงเจอ ระเบิดเลยเป็นหมัน ระเบิดตึกในแบกแดด ก็ใช้ระเบิดปุ๋ย หมายความว่า วิชาการที่เรียนเอาปุ๋ยมาระเบิดตึก ไม่ใช่วิชาการชั้นสูง ทรงแนะปฏิรูปศึกษาต้องให้เด็กสงสัยได้ ตอนที่มีก่อการร้ายแถวบุรีรัมย์ มีทหารยศพันโทเกษียณแล้วมาพูด เขาใช้ระเบิดปุ๋ยทดลอง ถ่ายภาพยนตร์วิดีโอให้ดูว่าระเบิดแรง เราไม่มีอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูง ใช้อย่างนี้ก็ดี เขาก็ใช้ปุ๋ยมาเป็นระเบิด เพราะเครื่องมือราชการก็ไม่ได้มีมากนัก แต่ว่าทหารในสนามก็คิดพัฒนาอาวุธที่จะทำให้ร้ายแรงระเบิดศัตรูได้ พูดถึงคนที่มีความรู้ ถ้ามีความคิดพลิกแพลงได้ ก็ทำอะไรได้มากมาย ทหารคนนั้นเรียนจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ก็แสดงว่าสอนดีเหมือนกัน ถ้ามีความคิดแหวกแนวแต่เด็ก ก็ทำอะไรได้มาก ถ้ามีความคิดสูงจะยิ่งดี เร็วๆ นี้ นักเรียนไปแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ครั้งหลังนับว่าดีขึ้น ได้เหรียญทองมาเพิ่มเติม เมื่อก่อนไม่ได้ สมเด็จกรมหลวงฯพี่สาว สนใจมาก มาบ่นว่านักเรียนมีความรู้ไม่พอเพราะฐานรากของการเรียนไม่พอ ไม่ดี ฐานรากจะมาจากโรงเรียน ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยม จนถึงอุดมศึกษา ต้องพัฒนาให้ดี พัฒนาวิธีคิดให้มีความซุกซนในความรู้ อยากเรียนรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ข้าพเจ้าเองเรียนตั้งแต่เด็ก เริ่มต้นที่เมืองไทย เข้าอนุบาลอายุ 3-4 ขวบ กระทั่งเข้าโรงเรียนอายุ 5 ขวบ แต่ไม่ได้เรียนต่อในเมืองไทยต้องตามเสด็จฯไปต่างประเทศ ตั้งแต่ 6-17 ขวบ ไปอยู่โรงเรียนอนุบาลถึงขั้นมัธยม ก็พยายามศึกษาในหลักสูตรของโรงเรียนที่มีการสนับสนุนให้คิด ไม่ใช่อย่างที่เมืองไทยเขาหาว่า ครูบังคับนักเรียน วิธีที่คิดใหม่ของรัฐบาล ต้องให้นักเรียนสอนครู ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะเด็กเพิ่งเกิด เพิ่งเห็นโลก จะสอนครูได้อย่างไร แต่ครูบางคนก็สอนไม่เป็น รัฐมนตรีบางคนก็สอนไม่เป็น แต่ถ้าสอนให้ถูกหลัก จะทำให้เด็กสอนครูได้ ไม่ใช่เด็กสอนครู แต่เมื่อเด็กมีปัญหา ต้องยอมให้เด็กพูดขึ้นมา เป็นการสอนครู การปฏิรูปการศึกษาต้องให้เด็กสงสัยได้ ถ้าเด็กร้องต้องฟังเขา หมายถึงฟังเด็ก เพราะเด็กไม่ได้เรียนรู้มา บางคนมีความคิดแหวกแนว ต้องฟังเขา ที่บอกอย่างนี้เพราะประสบการณ์เราเมื่อเด็กๆ เมื่อเราร้องเอ๊ะ ครูฝรั่งก็อธิบายว่าที่เอ๊ะน่ะ แปลว่าอะไร ท่านนายกฯเห็นว่า เด็กๆ ควรสอนครูได้ ถูกต้อง แต่สอนกระทั่งครูไม่สอนเด็ก ก็ไม่ได้ ครูที่ดียังมี ในที่นี้มีคนหนึ่งคือท่านนายกฯ เวลานายกฯไปสอนเด็ก ให้เด็กสอนครู แต่ท่านนายกฯไม่ยอมให้เด็กสอนครู สังเกตดูได้ เห็นท่านนายกฯสอนแบบโบราณ แต่ท่านนายกฯไม่ชอบ ชอบสมัยใหม่ แต่ไม่ต้องน้อยใจ ข้าพเจ้าก็เจอ ทรงเตือนผู้ว่าฯซีอีโอต้องเข้าใจปัญหาพื้นที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสอีกว่า ตอนนั้นนายกฯ ไปประชุมก่อการร้ายที่มาเลย์ มีรองนายกฯมาพูดเรื่องบูรณาการซีอีโอ เราก็มึนเหมือนกัน เราไม่ทราบว่าท่านพูดอะไร ก็เลยอยากถามท่าน เพราะท่านเป็นครู ทำไปทำมา มาสอนให้เราสอนซีอีโอ เราก็บอกมิบังอาจที่จะสอนซีอีโอ ซีอีโอเขาใหญ่ เขาสั่งได้ทุกอย่าง ตอนหลังถ้าถามเขา ไปเจอซีอีโอที่หัวหิน ที่เอเปค กรุงเทพฯ แล่นรถไม่ได้ น้ำท่วม ได้เจอผู้ว่าฯซีอีโอ เขาก็งง เพราะผู้ว่าฯซีอีโอเป็นคนเก่ง แต่ซีอีโอสั่งไม่ได้ เพราะคนที่สั่งต้องรู้เรื่อง ท่านผู้ว่าฯ เพิ่งมา 2 อาทิตย์ ไม่รู้จักที่ ไม่เคยมา ผู้ใต้บังคับบัญชาก็ทำหน้าที่ซีอีโอ เขาบอกที่ถนนมีน้ำ 1 เมตร รถแล่นไม่ได้ ทำไปมาภายในชั่วโมง เขาว่าเหลือน้ำเพียง 10 เซนติเมตร หมายความว่า ผู้ว่าฯซีอีโอภายใน 1 ชั่วโมงท่านสั่งไม่ให้ปล่อยน้ำมาทางนี้ ลงท้ายก็แล่นรถมาได้ ขากลับก็แห้ง จึงให้เงิน 18 ล้าน 1 แสนแก่เขา เพราะน้ำถูกกัก น้ำทะเลไม่เข้า แต่ปล่อยน้ำเขื่อนลงมา วิธีปราบน้ำท่วม ถ้าน้ำแล้งต้องกั้นไว้ใช้ประโยชน์ แต่ถ้าน้ำมากต้องปล่อยออกไป แต่ไม่มีทางออก น้ำจึงท่วม ไม่มีทางออก จึงต้องตัดถนน หรือตัดเขื่อน ที่เขื่อนเพชร รับน้ำจากแม่น้ำเพชร ยกระดับน้ำขึ้นสำหรับดันให้เข้าไปตามคลองส่งน้ำ ใช้ในนาสวนที่ต้องการน้ำยามปกติ ที่เพชรบุรีไม่มีคลองระบายน้ำ มีแต่คลองส่งน้ำ เอาน้ำส่งไปที่ที่ต้องการระบายน้ำ เป็นการระบายน้ำออกจากที่ที่ไม่ต้องการ ไม่มีประตูควบคุมน้ำ ประตูกั้นน้ำ ทำให้วุ่นวาย ไม่ใช่ความผิดผู้ว่าฯซีอีโอ แต่ท่านไม่รู้ ไม่เคยเรียนชลประทาน ไม่เคยเรียนดูแผนที่ แต่ท่านเรียนเร็ว ลงท้ายก็เรียบร้อย ปีหน้าเชื่อว่าไม่มีน้ำท่วมเพชรบุรี แต่ต้องทำโครงการให้ครบถ้วน โครงการอ่างเก็บน้ำกุยบุรี เก็บน้ำได้ 32 ล้านลูกบาศก์เมตร ปล่อยน้ำทำให้น้ำมาสมทบที่ประจวบ ที่ทำเขื่อนไม่สูงไม่ใหญ่ เพราะไม่มีเวลา สมัยก่อสร้างมีก่อการร้าย ช่างไม่กล้าชักช้า มีคนถูกยิงตาย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ถูกระเบิด ภายหลังคนเข้าไปมากขึ้น เลยลำบากที่จะสร้างเพิ่มเติม และยังมีช้างมาก่อการร้ายพวกที่เข้าไปอยู่ในนั้น ไปกินสับปะรด เท่ากับว่ากรรมสนองกรรม ต้องทำโครงการช่วยช้าง สร้างเขื่อนให้เก็บน้ำดีขึ้น 2 เมตรกว่าๆ จะได้น้ำเพิ่ม 9 ล้านลูกบาศก์เมตร สู้ที่อื่นไม่ได้ แต่ดีกว่าที่ไม่มี ทรงแนะต้อง''พอเพียง''ในด้านปกครอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังทรงมีพระราชดำรัสถึงเศรษฐกิจพอเพียง ว่า ที่จะปลูกข้าวพอเพียง ทำให้ประเทศชาติเจริญในทุกทาง ทั้งไม่จน มีกิน มีอาหารใจที่จะทำศิลปะให้มากๆ ความสะดวกให้สามารถสร้างอะไรได้ สำคัญว่าจะต้องรู้จักขั้นตอน นึกว่าจะทำอะไรเร็วเกินไปไม่พอเพียง ช้าไปก็ไม่พอเพียง อาจจะเร็ว แต่ต้องไม่ทำให้คนเดือดร้อน เราพูดเศรษฐกิจพอเพียงมา 10 ปีแล้ว ต้องปฏิบัติด้วย ที่วัดมงคลชัยพัฒนา เริ่มมา 15 ปีแล้ว ก่อนถึงอายุ 60 ก่อนมีมูลนิธิชัยพัฒนาด้วยซ้ำ ใช้เงินเพื่อนฝูง ซื้อที่คนละพันสองพัน เราก็ไปจัดการ 15 ไร่ นั่นคือ จุดเริ่มต้นเศรษฐกิจพอเพียง ขยายไปทั่วจนรัฐบาลสนใจ ตอนนี้ไม่ต้องโฆษณาแล้ว เพราะคนส่วนใหญ่เข้าใจ ถ้าเข้าใจที่พูดมา ก็เป็นพรที่ดีที่สุด พอใจ ในด้านปกครอง วิชาการทั้งหลายก็มีพอเพียงเช่นกัน รัฐศาสตร์พอเพียง ถ้าไม่พอเพียงก็ใช้ไม่ได้ ทำให้เละเทะไปหมด ให้พอเพียงในความคิด ทำอะไรพอเพียง จนสามารถอยู่ได้ กองทัพก็ต้องพอเพียง กองทัพทำอะไรพอเพียงเยอะ การลอยไม่เหยียบดิน''ใช้ไม่ได้'' ต้องพูดเพราะว่านายกฯ มาพูดเมื่อวานนี้ ที่สนามหลวง ถือธง ถือธงชนะๆ ไชโย ทราบดีว่านายกฯ ไม่ชอบให้ใครเตือน เพราะว่าเตือน ใครเตือนเรา มันเคือง เดี๋ยวเล่าให้ฟัง สมเด็จพระบรมราชชนนี เราอายุ 40-50 แล้ว ท่านชม...โอ๊ย...เก่ง แม่ชอบ แต่ท่านบอกว่าอย่าลืมตัว ท่านว่าอย่างนั้น อย่าลืมตัว อย่าลอย ขาต้องอยู่กับดิน ท่านบอกว่าชื่อลูก ภูมิพล ภูมิพลต้องเหยียบดิน ไอ้การลอยไม่เหยียบดินเสร็จ ใช้ไม่ได้ ภูมิพล เหยียบดิน (กระทืบเท้า) ถึงเดิน เดินบนดิน ห้ามไม่ให้ลอย จนกระทั่งอายุเกือบ 60 ท่านหยุด ท่านไม่เตือนแล้ว แม่ชอบ ถ้าทำอะไรดีให้รู้ว่าดี แต่อย่าไปเห่อมากเกินไป ทรงขอให้ชี้แจงกรณีฆ่าตัดตอน แต่อย่างนี้ ขอโทษนายกฯ (หัวเราะ) ไม่ใช่ ต้องระวัง ไอ้ชัยชนะการปราบยาเสพติดนั้น ดีที่ปราบ แล้วที่เขาตำหนิ คนตายตั้ง 2,500 คน เรื่องเล็ก 2,500 คน ถ้านายกฯไม่ได้ทำ นายกฯไม่ได้ทำทุกปี แต่ละปีจดไว้นะ มีมากกว่า 2,500 คนที่ตาย ที่ตายทั้งคนที่เสพติด แล้วขึ้นไปฆ่าคน เผาอะไรต่างๆ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ต้องไปปราบปกติก็ตายมากเหมือนกัน แต่ไม่พูดถึง ไม่ไปนับ พวกที่ค้า พวกที่ทำ ก็ตายเยอะเหมือนกัน แต่ก่อนนี้ แต่ไม่พูดถึง เชื่อว่าพอๆ กับที่จดว่ามีผู้ที่ตายในสงครามต่อสู้ยาเสพติด พวกที่ทางเจ้าหน้าที่ได้สังหารไม่ใช่ 2,500 คน ที่เขาสังหารกันเอง แล้วเราจะรับผิดชอบได้ยังไง นายกฯทำสงคราม ทำให้คนตาย 2,500 คน ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น เขานับแต่ว่าพวกที่ตายเป็นส่วนใหญ่เป็นพวกที่เขาฆ่ากันเอง พวกที่ค้า พวกที่ผลิต เขาฆ่ากันเองจำนวนมาก ที่ทางราชการจะรับผิดชอบก็อาจจะมีจำนวนหนึ่ง ก็ลองถามทางท่านผู้บัญชาการตำรวจไปจำแนกว่าเป็นเท่าไร ก็เชื่อว่าใน 2,500 เนี่ยมีมากที่เขาฆ่ากันเอง และความผิดของเขา มาโยนความผิดให้ท่านซูเปอร์นายกฯ นายกฯสั่งให้รองนายกฯ รองนายกฯก็เป็นซีอีโอ แต่นายกฯก็เป็นซีอีโอ ก็ซูเปอร์นายกฯ ก็โยนให้ เพราะว่าบอกว่าเป็นผู้ชนะ กลายเป็นว่าผู้ชนะฆ่าหมดเลย ลูกน้องก็ต้องรับผิดชอบ ซีอีโอไม่รับผิดชอบอะไรเลย ต้องให้รองนายกฯ รับผิดชอบ และต้องมี 7 คนใช่ไหม รองนายกฯ 7 คน เป็นผู้รับผิดชอบ และรองนายกฯ 7 คน เขาก็ผลักให้พวกปลัดกระทรวง รัฐมนตรีก่อน พวกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบ รัฐมนตรีก็บอกว่าไม่รับผิดชอบ ต้องรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ก็ไม่รับผิดชอบ ผู้ช่วย ปลัดต้องรับผิดชอบ นายกฯบอกแล้ว ไม่ให้ทำอะไร รองปลัด รองปลัดก็รับผิดชอบหมด อย่างนี้เป็นการบอกว่าไม่รับผิดชอบ ลงท้ายใครรับผิดชอบ ประชาชนซีอีโอทุกคนรับผิดชอบหมด แต่เชื่อว่าท่านพูดเล่น ท่านรับผิดชอบ ในที่สุดท่านก็ต้องรับผิดชอบ 2,500 คน และ 2,500 คน ท่านต้องไปถามท่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่าจำแนกออกเป็นอย่างไร 2,500 คน และจำแนกไปจำแนกมา ประกาศให้ประชาชนทราบ 2,500 คน ไม่น่าจะพ้นที่ท่านรับผิดชอบ ถ้ารับผิดชอบคนเดียว คนก็ชี้คนเดียว ตอนนี้มีท่านองคมนตรีต่างๆ ท่านก็ขัดคอรัฐบาล ท่านขัดคอรัฐบาลผ่านพระเจ้าอยู่หัว คือท่านไม่รับผิดชอบอะไร ดูรัฐธรรมนูญ ผู้ที่รับผิดชอบคนเดียวก็คือท่านรัฐบุรุษ ท่านรัฐบุรุษรับผิดชอบ เพราะว่าเวลามีองคมนตรีใหม่มา ท่านเป็นผู้รับสนองฯ ไม่ใช่นายกฯ คนส่วนมากเข้าใจว่าตั้งองคมนตรีต้องเป็นนายกฯ รับสนองฯ ไม่ใช่ ท่านประธานองคมนตรีรับสนองฯ ซึ่งก็เพราะว่าเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญเขาว่าอย่างนั้น ก็เป็นเรื่องแปลก คือว่าเมืองไทยประหลาดในวิธีปกครอง แต่อย่างไรก็ตาม นายกฯรับผิดชอบทุกอย่าง ท่านรับผิดชอบทุกอย่าง ก็ต้องยอมรับการตำหนิ คือถ้าจะรับผิดชอบทุกอย่าง ผมใหญ่เพียงคนเดียว อย่าไปว่าผมสั่งคนเดียว ถ้าเป็นอย่างนั้น คนก็ชี้คนเดียว ถ้ารับผิดชอบคนเดียว คนก็ชี้คนเดียว แต่ถ้าทำดี เรียบร้อย ทุกคนได้รับประโยชน์ทั้งหมด ทุกคนได้รับประโยชน์ และตัวเองก็ได้รับประโยชน์ เพราะว่าทำอะไรรับผิดชอบ สิ่งที่ทำดีก็โก้ คนรับผิดชอบที่ดีที่ถูกต้องอันนี้ที่สำคัญ ฉะนั้นไม่ต้องโกรธ ต้องภูมิใจ แต่ว่าต้องพยายามที่จะพิจารณาว่าอะไรมันจริง อะไรไม่จริง ถ้าสื่อตำหนิถูกต้องก็ขอบใจเขา อ่านหนังสือพิมพ์เขาบอกว่า โอ้..รัฐบาลทำไม่ดี ทำรุนแรงเกินไป ไปพิจารณา ให้อ่านหนังสือพิมพ์ อ่านเหล่านั้น เขาเขียนหนังสือพิมพ์เขาติ ตำหนิเรา ก็ฟังเขา ว่าเขาตำหนิอะไร ถ้าเขาตำหนิถูกต้องก็ขอบใจเขา ถ้าตำหนิไม่ถูก ไอ้นี่มันไม่ถูก เบาๆ หน่อย แต่ว่าที่เดือดร้อน คนที่เดือดร้อนก็คือพระมหากษัตริย์เดือดร้อน เพราะว่าใครตำหนิไม่ได้ เราไม่ได้บอกนะ ท่านที่เขียนรัฐธรรมนูญบอกว่า พระมหากษัตริย์ใครตำหนิไม่ได้ ใครละเมิดไม่ได้ ทำไมเขียนอย่างนั้นไม่ทราบ ไอ้ละเมิดไม่ได้ ถ้าละเมิดไม่ได้ เราก็ไม่รู้ว่าเราทำถูกหรือไม่ถูก ท่านไม่อยู่แล้วคือแม่ ต้องเชื่อ เราเชื่อคนเดียว เชื่อแม่คนเดียว แต่ท่านอยู่บนสวรรค์ เดี๋ยวนี้ท่านก็อยู่ ท่านก็ตักเตือนอยู่ว่าให้คิดดี ทำดี ถูกต้อง นี่ก็ให้โอวาทกับตัวเอง เพราะว่าไม่มีใครให้โอวาทแล้ว และสบายใจ ก็เข้าใจว่าท่านทั้งหลายอาจจะได้ยินสมเด็จพระบรมราชินีให้โอวาทลูก แล้วเราก็ให้โอวาทข้าราชการ ใครต่อใครที่อยู่ในที่นี้ ประชาชนทั่วไปว่าทำอะไร ถ้าทำดีก็ปลาบปลื้มกัน ถ้าทำไม่ดีก็พิจารณาตัวเองว่าไม่ดี เว้นไว้ อันนี้ที่ควรจะเป็น พวกนี้ก็ประชาชนเหมือนกัน พวกนี้บางทีเขาก็นึกว่าไม่เป็นประชาชน จริงๆ ก็เป็นประชาชน ถูกให้โอวาทเหมือนกัน คนเขาว่าไม่ได้ให้โอวาท คนเขาว่าให้โอวาทจนเสียงแหบ ถ้าไม่ฟังก็เป็นเรื่องของเขา เหมือนกันถ้าให้โอวาทท่านทั้งหลายไม่ฟัง จนเราเสียงแหบ ก็ไม่เป็นไร ท่านเดือดร้อนเอง ท่านเดือดร้อนจริงๆ ถ้าสมมติให้โอวาทแล้วท่านไม่ฟัง ท่านต้องเดือดร้อน แต่ว่าถ้าฟังเอาไปคิด ก็เชื่อ ไม่ใช่ว่าอวดว่าพูดดี ว่าพูดถูกต้องทุกอย่าง แต่ว่าพยายามอย่างน้อยที่จะพูดให้คนคิด คำว่าบอกให้แต่ละคนคิดดีๆ ก็ไม่เสียหายอะไร เพราะว่าทำให้งานที่ท่านทำ ท่านเป็นผู้ใหญ่ผู้โต งานผู้ใหญ่ผู้โตทำ ก็ทำให้มีเกิดประโยชน์กว้างขวางออกไปได้ ถ้าคนที่ไม่ได้ถือตัวว่าเป็นผู้ใหญ่ผู้โต ทำอะไรก็ไม่ได้เกิดประโยชน์มากนัก แต่ผู้ใหญ่ผู้โตทำให้เกิดผลแก่คนอื่นมากมาย รู้สึกว่าพูดพอแล้ว มันชักเหนื่อย แต่ท่านก็เหนื่อยเหมือนกัน นั่งอยู่นี่ก็ฟัง แล้วฟังบางคนก็อาจจะหนาวๆ ร้อนๆ ก็ที่เย็นที่หนาว เพราะเครื่องเย็นใช้ไฟฟ้า ที่ร้อนเพราะว่าไฟที่นี้มันร้อน คนที่อยู่ข้างนอกหนาวๆ เย็นๆ เพราะว่าตอนนี้ค่ำแล้ว ค่ำแล้วน้ำค้างลง แต่ร้อนก็เพราะว่าอากาศมันร้อน ก็อย่าไปคิดอะไรว่า ที่บอกว่าหนาวๆ ร้อนๆ แต่ว่ายังไงขอให้ทุกๆ ท่านที่มาทุกทั่วทุกแห่ง ทั้งข้างนอกและข้างในให้มีความร่มเย็น ให้มีความเจริญทุกคน งานการอะไรที่ทำให้มีผลสำเร็จที่ดี ขอขอบใจท่านทั้งหลายที่มา นายกฯนำขรก.ทั่วประเทศถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนหน้านั้น เวลา 15.30 น. วันเดียวกัน ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จเป็นองค์ประธานในงานพิธีเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวามหาราช ที่ท้องสนามหลวง โดยทรงประกอบพิธีถวายเครื่องราชสักการะหน้าพระบรมรูป พร้อมกับทรงกล่าวสดุดีถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 76 พรรษา โดยมี พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน 5 ธันวามหาราช ประจำปี 2546 พร้อมพสกนิกรเฝ้ารับเสด็จ ขณะที่ในช่วงเช้า ที่หน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เพื่อเป็นข้าราชการที่ดี และพลังของแผ่นดินของข้าราชการทั่วประเทศ เพื่อแสดงความจงรักภักดี และถวายเป็นราชสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวามหาราช โดยมีคณะรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงร่วมงานอย่างพร้อมเพรียงกัน “การจัดให้มีพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตน เพื่อเป็นข้าราชการที่ดี และพลังของแผ่นดิน เป็นวาระที่ทำให้ข้าราชการทั้งหลายได้มารวมพลังแสดงกตเวทิตาธรรม น้อมเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยการถวายสัตย์ปฏิญาณว่า จักจงรักภักดี จักทำแต่ความดี ละเว้นบาปชั่วทั้งปวง และจักทำงานด้วยประโยชน์สุขของประชาชน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างความสามัคคีในชาติ สนองพระราชปณิธานอันประเสริฐสุด และส่งเสริมความเจริญสมบูรณ์พูนสุขแก่ประเทศ และประชาชนตลอดไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณครั้งนี้ จัดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ โดยในต่างจังหวัด จะมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในพิธี เช่นเดียวกับส่วนราชการในกระทรวง จะมีตัวแทนหัวหน้าส่วนราชการดำเนินการพร้อมกันเช่นกัน |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: กรุงเทพธุรกิจ ฉบับที่ 5552 [หน้าที่ 1 ] ประจำวันที่ 5 ธันวาคม 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|