[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

รุมค้านจีพีเอ-พีอาร์ หนัก ดร.รุ่ง-ส.ว.ชี้ทำให้เด็กเครียด


สว. นำเด็กนักเรียนและประธานเครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครอง คัดค้านการขึ้นค่า GPA เอนทรานซ์ ชี้ “อดิศัย” เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ไม่ศึกษาข้อมูล แต่กำหนดเป็นนโยบาย ระบุทำให้เด็กเกิดความเครียด กลายเป็น “เด็กเอ๋อ” เห็นแก่ตัวมากขึ้นและทำให้ครูเอาเปรียบออกข้อสอบยากเพื่อหวังได้เงินจากการสอนพิเศษ วอนให้เด็กมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายด้านการศึกษาด้วย

ตามที่ก่อนหน้านี้นายอดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้มอบนโยบายการปรับเปลี่ยนแนวทางการคัดเลือกนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาว่า ให้เพิ่มสัดส่วน GPA-PR จากเดิม 10% เป็น 20-25% ให้ทันใช้ในปีการศึกษาหน้า (2547) แต่ภายหลังจากมีเสียงคัดค้านเป็นจำนวนมาก นายอดิศัยจึงปรับเปลี่ยนเพิ่มขึ้นเป็น 15% เท่านั้น โดยเพิ่มในส่วนของ GPA เป็น 10% แต่ PR เท่าเดิม 5% อย่างไรก็ตามนายอดิศัย ยังยืนยันที่จะใช้ GPA-PR 25% ในปีการศึกษา 2548 

ต่อเรื่องดังกล่าว นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ส.ว.ฉะเชิงเทรา และนางประทีป อึ้งทรงธรรม ส.ว.กทม.พร้อมด้วยตัวแทนจากเด็กและเยาวชนจากโรงเรียนต่าง ๆ ได้ร่วมกันแถลงข่าวในวันนี้ (11 ธ.ค.) เพื่อคัดค้านกรณีที่นายอดิศัย โพธารามิก รมว.ศึกษาธิการ จะประกาศขึ้นค่าคะแนนสะสมหรือ GPA และPR ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีการศึกษาหน้า 

โดยนายบุญเลิศ กล่าวว่า เราเป็นห่วงในกรณีที่กระทรวงศึกษาที่ต้องการเพิ่มค่า GPA เพราะจะกระทบต่อระบบเอนทรานซ์ทั่วประเทศ และจะทำให้เด็กนักเรียนเกิดความเครียดในการเรียนหนังสือ นอกจากนี้นายอดิศัยเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งในกระทรวงศึกษาได้ไม่นาน และยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลอะไรก็ให้มีการลดด้านวิชาการ และไปเพิ่มการด้านสันทนาการ แต่วันดีคืนดี ก็มาบอกว่าจะขอเพิ่มค่า GPA ซึ่งมันขัดแย้งกับนโยบายที่ออกมาก่อนหน้านี้ ถือเป็นการบริหารที่ไม่สอดคล้องกัน และทำให้เด็กไปทำกิจกรรม แต่พยายามเรียนให้มาก ๆเพื่อให้ได้เกรดสูงขึ้น ส่งผลให้เด็กเอาตัวรอดและครูได้เอารัดเอาเปรียบเด็กมากขึ้น 

นายจุลศักดิ์ แก้วกาญจน์ นักเรียนจากโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ หอวัง นนทบุรี กล่าวว่า การขึ้นค่า GPA ทำให้เกิดปัญหา 5 ประการ 1.ปัญหาของครูที่ออกข้อสอบยากเกินไป เพื่อที่จะทำให้มีช่องทางในการที่จะสอนพิเศษ ซึ่งเด็กที่มีเงินจะได้เปรียบกว่าเด็กที่ยากจน 2. หลักสูตรขาดคุณภาพและยังไม่มีผลวิจัยแน่ชัดว่า การเรียนในห้องที่มากขึ้นจะทำให้เด็กฉลาดหรือมีไอคิวสูงขึ้น 3. ความเครียดซึ่งจากงานวิจัยพบว่าเด็กไทยฆ่าตัวตายจากปัญหาครอบครัวและการเรียน 40.4% การเพิ่มค่า GPA แม้จะทำให้เด็กตั้งใจเรียน แต่ทำให้เด็กขาดไหวพริบและรู้เท่าทันกลายเป็นเด็กเอ๋อ วิตกจริต เครียดมากขึ้นส่งผลให้อนาคตของชาติขาดคุณภาพ และ 5. การจัดการศึกษาทุกระดับควรที่จะให้ทุกฝ่ายได้ร่วมมือกัน และแก้ปัญหาแบบบูรณาการไม่ควรผลักภาระไปให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด 

ด้านนายแบ็งค์ งามอรุณโชติ นักเรียนจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน วิทยาลัย กล่าวว่า หลักสูตรการศึกษาที่ผ่านมายังด้อยคุณภาพ ซึ่งจะทำให้มีปัญหาในเรื่องของค่า GPA เพราะหลักสูตรแต่ละโรงเรียนมีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน ซึ่งการที่เพิ่มค่า GPA เหมือนเป็นการส่งเสริม เป็นการเอื้อให้เด็กต่างจังหวัดสอบเอนทรานซ์ได้มากขึ้น ทั้งที่เด็กต่างจังหวัดก็มีโควตาแต่ละจังหวัดอยู่แล้วน่าจะเพียงพอ 

นอกจากนี้ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่จำเป็นต้องใช้ค่า GPA เพราะเป็นเกรดเฉลี่ยโดยรวมและในบางคณะ อย่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เกรดของวิชาชีวะวิทยาเข้ามาสอบ ดังนั้น ตนคิดว่าควรที่จะให้มหาวิทยาลัยแต่ละที่กำหนดค่า GPA และเกรดของแต่ละวิชาขึ้นมาเอง ว่าแต่ละคณะนั้นต้องการคนมีความรู้ความสามารถในด้านใด 

ด้าน พท.พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี ประธานเครือข่ายพ่อแม่และเยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่าหลักสูตรที่เรียนอยู่ในขณะนี้ ไม่ได้มีเครื่องพิสูจน์ว่าทำให้เด็กดีขึ้น ฉลาดขึ้น และมีศักยภาพมากขึ้น การกำหนดค่า GPA เป็นเพียงการทำให้เด็กต่างจังหวัดสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยมากขึ้น 

ตราบใดที่หลักสูตรยังไม่มีคุณภาพเมื่อเด็กมุ่งเรียนทุกวิชา จะส่งผลให้เด็กทั้งประเทศโง่ลง แม้ว่าระบบนี้จะมีข้อดีที่ทำให้เด็กสนใจห้องเรียนมากขึ้น และเด็กต่างจังหวัดมีโอกาสมากขึ้น แต่ก็มีข้อเสียเช่นกันโดยคุณภาพของเด็กไทยจะลดลง และไม่มีศักยภาพ สุขภาพจิตแย่ลง เด็กที่มีเงินมากก็จะได้เกรดมากขึ้น ขณะที่ไม่มีมาตรการในการลงโทษครู และทำให้เด็กเห็นแก่ตัวมากขึ้น 

ทั้งนี้ไม่ขัดข้องที่จะนำระบบ GPA มาใช้ เพียงแต่ขอให้หลักสูตรควรที่จะมีคุณภาพ อย่างไรก็ตามในขณะนี้รัฐบาลควรที่จะนำระบบการสอบเอนทรานซ์รวมมาใช้ในการสอบเอนทรานซ์ ซึ่งถือว่ามีมาตรฐานที่เด็กทั่วประเทศสามารถสอบได้ 

อย่างไรก็ตามเด็กนักเรียนคนอื่นรวมทั้งนักศึกษามหาวิทยาลัยปี 2 เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการควรให้เด็กนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายด้านการศึกษาด้วย ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงก็มีการเปลี่ยนนโยบาย ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมา 3-4 ปีแล้วยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด รวมทั้งกรณีที่มีแนวคิดให้ช่วงบ่ายของการเรียนเป็นวันฟรีของเด็กที่ให้เด็กเรียนวิชาที่ต้องการนำไปประกอบอาชีพ แต่ปรากฏว่าแนวคิดนี้ได้หายไป ทั้งๆที่เป็นแนวคิดที่ดี ทำให้เด็กสามารถกำหนดอนาคตตัวเองได้ 






ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: ผู้จัดการรายวัน ฉบับที่ 4058(4056) [หน้าที่ 6 ] ประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2546

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง