|
|
|
ปัญหาหนึ่งของการเรียนในมหาวิทยาลัยคือ นักศึกษาไม่มีโอกาสที่จะเรียนรู้ทักษะการทำงานจากของจริงมากนัก จึงทำให้ขาดมุมมองในแง่ของแรงกระตุ้นที่จะก่อให้เกิดความอยากทำงานเท่าที่ควร โดยเฉพาะในยุคที่กระแสการเรียนรู้กำลังเป็นพระเอก ทุกคนมุ่งไปที่กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้แทบทั้งสิ้น และเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการแข่งขันโครงการ AJF Young Fund Manager Award ครั้งที่ 3 ของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อยุธยาเจเอฟ จำกัด โดยมีเป้าหมายเพื่อต้องการให้ความรู้ เตรียมความพร้อมในการพัฒนาวิชาชีพ และเสริมทักษะในการบริหารการลงทุน ให้กับนิสิต นักศึกษา และทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทการบริหารเงินลงทุนในตราสารหนี้ คือทีมจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประกอบด้วย นายทศวรรษ บุญเฉลียว ,น.ส.นฤมล แก้วประดับ และนายพงศ์พัฒน์ มาลีสะท้าน ซึ่งทั้งหมดเรียนอยู่ภาควิชาการเงินและการธนาคาร คณะบริหารธุรกิจ ชั้นปีที่ 4 โดยทั้งหมดได้สะท้อนมุมมอง และวิธีคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ไว้น่าสนใจ นฤมล แก้วประดับ กล่าวถึง ผลที่ได้หลังการเข้าร่วมแข่งขันครั้งนี้ว่า นอกจากความภูมิใจจากรางวัลชนะเลิศที่เราได้รับแล้ว แน่นอนที่สุดทำให้เราได้เรียนรู้โลกกว้างขึ้น มากกว่าการเรียนในห้องเรียน โดยเฉพาะการได้ลงมือปฏิบัติจริง รู้วิธีแก้ปัญหาว่าควรจะทำอย่างไร รู้วิธีบริหารกองทุนที่เหมือนของจริง รู้จักการทำงานที่เป็นระบบ และที่สำคัญ ทำให้รู้จักการทำงานเป็นทีม เพราะว่าทุกคนในทีมจะต้องช่วยกันและมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ และตัดสินใจในหุ้นกู้แต่ละตัว ทุกคนในทีมจะต้องช่วยกันออกความคิดเห็น เพราะเกมการแข่งขันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารหนี้ เป้าหมายของเราก็คือ ทำอย่างไรที่จะบริหารเงินทุนที่มีอยู่ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากที่สุด ซึ่งหมายถึงผู้ชนะการแข่งขัน ''ตอนเรียนในชั้นเรียนอาจารย์ก็จะสั่งให้ทำรายงาน ซึ่งเราก็จะเรียนรู้เฉพาะแค่ทฤษฎีในตำรา แต่เราไม่รู้ว่าของจริงนั้นทำกันอย่างไร นึกภาพไม่ออก แต่พอได้ลงมาเล่นจริงๆ ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดก็คือ เราเข้าใจในสิ่งที่เรียนในห้องเรียนมากขึ้น มันเหมือนเป็นห้องเรียนที่ให้เราได้ปฏิบัติ ไม่ใช่แค่ทำรายงานส่งอาจารย์แล้วก็จบ'' นฤมล บอกว่า สิ่งที่พวกเธอต้องทำเป็นกิจวัตรประจำวันในช่วงที่แข่งขันตลอดกว่า 1 เดือน ก็คือ ความกระตือรือร้นในการติดตามข่าวสาร ติดตามภาวะทางเศรษฐกิจประจำวัน ทั้งนี้ เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการวิเคราะห์ เพราะหากวิเคราะห์ผิดหรือตัดสินใจผิดก็อาจจะทำให้ทีมแพ้การแข่งขันได้ ''แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่เกมที่จัดขึ้น แต่มันก็คล้ายกับของจริงมาก ซึ่งถ้าเป็นสนามลงทุนจริงๆ แล้ววิเคราะห์ผิด ตัดสินใจผิด ก็อาจจะถึงขั้นขาดทุนจนหมดตัวได้ โดยทุกวันทางเอเจเอฟ จะมีคำสั่งให้ผู้เข้าแข่งขันต้องทำ ซึ่งเราต้องติดตามตลอดเวลาว่ามีอะไรออกมาบ้าง ทุกวันหลังจากเลิกเรียนตอนบ่าย ทุกคนในทีมจากต้องมาประชุมกัน เพื่อจะลงทุนในหุ้นต่างๆ ซึ่งก็จะช่วยกันดูจากแหล่งข้อมูลหลายๆ แหล่ง ทั้งติดตามข่าวสารของบริษัทที่เราสนใจ ต้องเช็คพอร์ตทุกวัน'' ทศวรรษ บุญเฉลียว อีกหนึ่งในทีมชนะเลิศ เล่าว่า การได้เข้ามาแข่งขันการบริหารเงินลงทุนในตราสารหนี้ครั้งนี้ สำหรับตนเองแล้วถือว่าเป็นความท้าทาย เนื่องจากตรงกับสิ่งที่เราเรียนมา ก็เลยคิดว่าน่าจะช่วยทำให้ตัวเองมีความเข้าใจในเนื้อหาวิชาการมากขึ้น และที่สำคัญทางผู้จัดการแข่งขันบอกว่าทุกอย่างจะคล้ายกับของจริงมากที่สุด แม้แต่ข้อมูลภาวะการขึ้นลงของหุ้นแต่ละตัวก็ใช้ของจริง มีเพียงแค่เงินลงทุนเท่านั้นที่ถูกสมมติขึ้นมา เพราะฉะนั้น ประโยชน์ที่ได้รับนอกจากจะได้เรียนรู้ในภาคปฏิบัติแล้ว ยังทำให้ตัวเรามีความรอบคอบ และมีความใจเย็นมากขึ้นด้วย ''ข้อมูลราคาของหุ้นมีการขึ้นลงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งเราต้องมั่นใจในข้อมูลด้วยว่ามันเปลี่ยนแปลงไปเพราะอะไร ควรที่จะถือไว้หรือไม่ ที่สำคัญ เราควรศึกษาพื้นฐานของหุ้นแต่ละตัวให้ดี และอย่าตื่นเต้นไปกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งเทคนิคต่างๆ เหล่านี้ พวกเราจะเรียนรู้ไปพร้อมๆ กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ซึ่งจะไม่เหมือนกัน'' ทศวรรษกล่าวพร้อมกับเล่าถึงบทเรียนที่ได้รับว่า บางครั้งเราตัดสินใจผิดลงทุนในหุ้นที่คิดว่าพื้นฐานดี แต่มันกลับไม่ดี เราเกิดตื่นเต้นตกใจไปกับมันจึงรีบเทขาย ตอนนั้นทำให้ขาดทุนมาก ''เงินลงทุนของเราลดลงน่าตกใจ จึงคิดได้ว่าแทนที่จะใจเย็นๆ วิเคราะห์ข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ ซึ่งก็อย่างที่บอกไปว่าหุ้นมันไม่แน่นอนมีขึ้นมีลง อยู่ที่เราจะเลือกจังหวะช่วงเวลาที่ดีที่สุดได้แค่ไหน'' การแข่งขันแม้จะเป็นเพียงสนามจำลองการบริหารเงินลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งผู้เข้าแข่งขันต้องใช้ความรู้ความสามารถที่มีอยู่อย่างเต็มที่ แต่ก็ต้องคอยลุ้นผลการแข่งขันของทีมตัวเองตลอดเวลา ทศวรรษ เล่าว่า ตอนแรกที่เข้ามาแข่งขันก็เพียงแค่คิดว่าต้องการหาความรู้และหาประสบการณ์ ไม่ได้คิดว่าจะต้องได้รางวัลอะไร แต่พอเริ่มแข่งไปอันดับของเราเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ก็เลยเกิดความตั้งใจที่จะเรียนรู้มากขึ้น พวกเราสนุกกับการได้ลุ้นอันดับของตัวเอง ทำอย่างไรที่จะรักษาระดับของทีมตัวเองไว้ ขณะที่ พงศ์พัฒน์ มาลีสะท้าน บอกว่า ปัญหาหนึ่งที่พบในการแข่งขัน ก็คือการไม่ตั้งใจจริงของผู้เข้าแข่งขันหลายๆ คน ที่บางคนไม่ได้ติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพราะการแข่งขันใช้เวลานานเป็นเดือน จึงเกิดอาการสนใจบ้างไม่สนใจบ้าง พอเบื่อก็จะนัดกันไปเที่ยว ทำให้ได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน การวิเคราะห์ตัดสินใจผิดพลาด และทำให้ไม่ได้ความรู้อย่างที่คาดหวังไว้ ''ผมว่ามันเป็นงานที่ต้องใช้ความอดทนสูง เพราะคุณต้องเช็คติดตามข้อมูลทุกวัน ต้องรู้จักการแบ่งงานกันทำ ต้องมีคนคอยเช็คตลอดเวลา หากใครไม่ว่างก็ต้องมีคนทำแทน และต้องติดต่อกันตลอดเวลา ก็เลยอยากฝากไปยังรุ่นน้องที่สนใจเข้าร่วมแข่งขันว่า ควรต้องตั้งใจเล่น เพราะถึงแม้จะไม่ชนะแต่ก็ได้ความรู้ได้ประสบการณ์จริง ซึ่งถือเป็นเป้าหมายหลักมากกว่ารางวัลที่เป็นเพียงผลพลอยได้'' พงศ์พัฒน์กล่าวในที่สุด แม้จะเป็นเพียงสนามการประลองเล็กๆ แต่ก็ทำให้เห็นว่าหากมีความตั้งใจและมุ่งมั่นที่จะทำ ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ ดังตัวอย่างของทีมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทีมนี้ ที่แสดงให้เห็นถึงวิธีการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ ที่จะต้องมีทั้งความกระหายที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ สนใจสิ่งที่ทำ มีความตั้งใจจริง และสนุกไปกับมันเท่านั้น |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: กรุงเทพธุรกิจ ฉบับที่ 5559 [หน้าที่ 3 ] ประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|