[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

เด็ก นร.โวย ศธ.เพิ่มพีจีเอทำให้เครียดมากขึ้นชี้กระทบเอนทรานซ์ทั่วประเทศ แนะถามเด็กส่วนใหญ่ก่อนเปลี่ยนแปลง


ส.ว.ร่วมกับตัวแทนนักเรียนค้านนโยบายของ ''อดิศัย รมว.ศธ.กรณีเพิ่มค่าจีพีเอในการสอบเอนทรานซ์ ปี 2547 ชี้เป็นการบริหารงานแบบสวนทางไม่สอดคล้อง ส่งผลให้เด็กเครียดมากขึ้น และยังเปิดช่องให้ครูเอาเปรียบนักเรียน ด้าน ''ดร.รุ่ง'' เผยบางวิชาไม่จำเป็นต้องคิดค่าจีพีเอแนะ ศธ.ควรสอบถามเด็กส่วนใหญ่ก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยน 



วานนี้ (11 ธ.ค.)นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ส.ว.ฉะเชิงเทรา และนางประทีป อึ้งทรงธรรม ส.ว.กทม.พร้อมด้วยตัวแทนจากเด็ก และเยาวชนจากโรงเรียนต่างๆ ได้ร่วมกันแถลงข่าวที่รัฐสภา เพื่อคัดค้านกรณีที่ นายอดิศัย โพธารามิก รมว.ศึกษาธิการ ประกาศขึ้นค่าคะแนนสะสมหรือจีพีเอ และพีอาร์ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีการศึกษา 2547 โดยนายบุญเลิศ กล่าวว่า ตนเป็นห่วงในกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการต้องการเพิ่มค่าจีพีเอ เพราะจะกระทบต่อระบบเอนทรานซ์ทั่วประเทศ และจะทำให้เด็กนักเรียนเกิดความเครียดในการเรียนหนังสือมากขึ้น

นอกจากนี้เห็นว่านายอดิศัยเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งในกระทรวงศึกษาธิการได้ไม่นาน และยังไม่ได้ศึกษาข้อมูลอะไร ก็สั่งให้มีการลดด้านวิชาการ แล้วไปเพิ่มด้านสันทนาการ แต่วันดีคืนดีก็มาบอกว่าจะขอเพิ่มค่าจีพีเอ ซึ่งมันขัดแย้งกับนโยบายที่ออกมาก่อนหน้านี้ ถือเป็นการบริหารที่ไม่สอดคล้องกัน 

ด้าน พ.ท.พ.ญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี ประธานเครือข่ายพ่อแม่และเยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา กล่าวว่า การกำหนดค่าจีพีเอ แม้ว่าจะมีข้อดีที่ทำให้เด็กสนใจห้องเรียนมากขึ้น แต่ก็มีข้อเสียเช่นกันโดยคุณภาพของเด็กไทยจะลดลง และไม่มีศักยภาพ สุขภาพจิตแย่ลง เด็กที่มีเงินมากก็จะได้เกรดมากขึ้น 

อย่างไรก็ตามได้มีเด็กนักเรียนบางส่วน รวมทั้งนักศึกษามหาวิทยาลัยปี 2 เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ ควรเปิดให้เด็กนักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายด้านการศึกษาด้วย ที่ผ่านมามีการเปลี่ยนตัวผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงก็มีการเปลี่ยนนโยบาย ซึ่งการปฏิรูปการศึกษาที่ผ่านมา 3-4 ปีแล้วยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด 

ขณะที่ ดร.รุ่ง แก้วแดง เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวว่า โดยหลักการ การใช้จีพีเอเพื่อการเข้าศึกษาต่อเป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะช่วยให้การเรียนในห้องเรียนมีความหมายมากขึ้น ขณะเดียวกันหากจะเพิ่มค่าจีพีเอให้สูงขึ้นจะต้องสอบถามเด็กด้วยว่ามีความคิดเห็นอย่างไร ซึ่งอาจจะให้เด็กเลือกวิชาที่มีความถนัดมาคิดเป็นค่าจีพีเอ และบางวิชาอาจไม่จำเป็นต้องนำมาคิดค่าจีพีเอก็ได้ เช่น วิชาพลศึกษา เพราะเป็นวิชาที่เด็กมีความถนัดแตกต่างกัน

ทั้งนี้ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่จะเพิ่มค่าจีพีเอให้สูงขึ้นถึง 50-60% แต่สิ่งสำคัญที่รัฐจะต้องเร่งดำเนินการคือ ต้องยกระดับคุณภาพการศึกษาของแต่ละโรงเรียนให้มีมาตรฐานที่เท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อเด็กจำนวนมาก ดังนั้นก่อนที่จะมีการปรับเปลี่ยนอะไร ก็ควรอธิบายให้เด็กได้เข้าใจ ไม่ใช่สอบถามความคิดเห็นของเด็กเพียงไม่กี่คนแล้วถือเป็นความคิดเห็นของเด็กทั้งหมด 

นายแบงค์ งามอรุณโชติ นักเรียนจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน วิทยาลัย กล่าวว่า การที่เพิ่มค่าจีพีเอเหมือนเป็นการส่งเสริม เป็นการเอื้อให้เด็กต่างจังหวัดสอบเอนทรานซ์ได้มากขึ้น ทั้งที่เด็กต่างจังหวัดก็มีโควตาแต่ละจังหวัดอยู่แล้วน่าจะเพียงพอ นอกจากนี้ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ไม่จำเป็นต้องใช้ค่าพีจีเอ เพราะเป็นเกรดเฉลี่ยโดยรวมและในบางคณะ อย่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เกรดของวิชาชีววิทยาเข้ามาสอบ ดังนั้นตนคิดว่าควรที่จะให้มหาวิทยาลัยแต่ละที่กำหนดค่าพีจีเอและเกรดของแต่ละวิชาขึ้นมาเอง ว่าแต่ละคณะนั้นต้องการคนมีความรู้ความสามารถในด้านใด






ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: กรุงเทพธุรกิจ ฉบับที่ 5559 [หน้าที่ 12 ] ประจำวันที่ 12 ธันวาคม 2546

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง