[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

คำชี้แจงกระทรวงแรงงาน ฉบับที่ 3

คำชี้แจงกระทรวงแรงงาน
   
 ฉบับที่ 3
  
 เรื่อง ประกาศกระทรวงตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
 
  
           โดยที่มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บัญญัติให้ รัฐมนตรีประกาศกำหนด ลักษณะหรือสภาพของงานที่ให้เรียกหรือรับเงินประกันจาก ลูกจ้าง ตลอดจนจำนวนเงินและวิธีการเก็บรักษา
   
 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง  
           มาตรา 10 ภายใต้บังคับมาตรา 51 วรรคสอง ห้ามมิให้นายจ้างเรียกหรือรับเงิน ประกันการทำงานหรือเงินประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้าง เว้นแต่ลักษณะ หรือสภาพของงานที่ทำนั้นลูกจ้างต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้างได้ ทั้งนี้ ลักษณะหรือสภาพของงานที่ให้เรียก หรือรับเงินประกันจากลูกจ้างได้ ตลอดจนจำนวนเงินและวิธีการเก็บรักษา ให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
   
           ในกรณีที่นายจ้างเรียกหรือรับเงินประกัน หรือทำสัญญาประกันกับลูกจ้างเพื่อ ชดใช้ความเสียหายที่ลูกจ้างเป็นผู้กระทำ เมื่อนายจ้างเลิกจ้าง หรือลูกจ้างลาออก หรือ สัญญาประกันสิ้นอายุ ให้นายจ้างคืนเงินประกันพร้อมดอกเบี้ย ถ้ามี ให้แก่ลูกจ้างภาย ในเจ็ดวันนับแต่วันที่นายจ้างเลิกจ้างหรือวันที่ลูกจ้างลาออก หรือวันที่สัญญาประกัน สิ้นอายุ แล้วแต่กรณี
   
           มาตรา 51 ห้ามมิให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างของลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กให้แก่บุคคลอื่น   ห้ามมิให้นายจ้างเรียกหรือรับเงินประกันเพื่อการใด ๆ จากฝ่ายลูกจ้างซึ่งเป็นเด็ก  ประกาศกระทรวงออกตามมาตรา 10 กำหนดไว้ดังนี้ 
   
           อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ. 2541 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมจึงออก ประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
   
 ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า ''ประกาศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับเงินประกันการทำงานหรือเงินประกัน
         ความเสียหาย ในการทำงานจากลูกจ้าง''
   
 ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
   
 ข้อ 3 ในประกาศนี้    ''เงินประกัน'' หมายความว่า เงินที่นายจ้างเรียกหรือรับจากลูกจ้างเพื่อประกันการ ทำงานของลูกจ้างหรือประกันความเสียหายในการ  
         ทำงานที่ลูกจ้างได้ก่อให้เกิดขึ้น
   
 ข้อ 4 งานเกี่ยวกับการเงินหรือทรัพย์สินที่นายจ้างจะเรียกหรือรับเงินประกันการ ทำงานหรือเงินประกันความเสียหายในการทำงานจากลูกจ้างได้ ได้แก่
   
  (1) งานสมุห์บัญชี
(2) งานพนักงานเก็บและหรือจ่ายเงิน
(3) งานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สิน ของนายจ้างหรือที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของนายจ้าง
(4) งานติดตามหรือเร่งรัดหนี้สิน
(5) งานควบคุมหรือรับผิดชอบยานพาหนะ
(6) งานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้เช่าทรัพย์ ให้เช่าซื้อ ให้กู้ยืม รับฝากทรัพย์ รับจำนำ เก็บของในคลังสินค้า 
       รับประกันภัย รับโอนหรือรับจัด ส่งเงิน หรือการธนาคาร ทั้งนี้ เฉพาะลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ควบคุมเงินหรือทรัพย์สินเพื่อการ ที่ว่านั้น
   
 ข้อ 5 ในกรณีที่นายจ้างเรียกหรือรับเงินประกันตามข้อ 4 จำนวนเงินหรือรับได้ จะต้องไม่เกินหกสิบเท่าของอัตราค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจ้างได้รับอยู่ใน
         วันนาย จ้างรับเงินประกัน
   
 ข้อ 6 ในกรณีที่เงินประกันซึ่งนายจ้างเรียกหรือรับไว้ตามข้อ 5 ลดลง เนื่องจาก นำไปชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นายจ้างตามเงื่อนไขของการเรียกหรือรับเงิน
         ประกัน หรือ ตามข้อตกลงหรือได้รับความยินยอมจากลูกจ้างแล้ว นายจ้างจะเรียกหรือรับเงินประกัน เพิ่มได้ไม่เกินจำนวนเงินที่กำหนดตามข้อ 5 เท่า
         นั้น
   
 ข้อ 7 ให้นายจ้างนำเงินประกันฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินอื่น โดยจัดให้มีบัญชีเงินฝากของลูกจ้างแต่ละคน และให้แจ้งชื่อธนาคาร
         พาณิชย์หรือสถาบัน การเงินอื่น ชื่อบัญชี และเลขที่บัญชีให้ลูกจ้างทราบเป็นหนังสือภายในเจ็ดวันนับแต่วัน ที่รับเงินประกัน ทั้งนี้ นายจ้างจะเก็บรักษา
         เงินประกันโดยวิธีอื่นหรือนำไปจัดหาผล ประโยชน์อื่นใดนอกจากที่กำหนดไว้นี้มิได้
   
 เจตนารมย์ของกฎหมาย  
          เพื่อคุ้มครองลูกจ้างมิให้เดือดร้อนในการหาเงินประกันมาวางโดยไม่จำเป็น
   
 คำชี้แจง  
          เป็นหลักการที่กำหนดให้นายจ้างเรียกเงินประกันการทำงานหรือเงินประกันความ เสียหายในการทำงานได้เฉพาะกรณีที่ลูกจ้างมีหน้าที่การงานที่ต้อง
รับผิดชอบเกี่ยวกับ การเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้างเท่านั้น อันได้แก่
   
  งานสมุห์บัญชี 
งานพนักงานเก็บและหรือจ่ายเงิน 
งานเฝ้าดูแลสถานที่หรือทรัพย์สินของนายจ้างหรือที่อยู่ในความรับผิดชอบ ของนายจ้าง 
งานติดตามหรือเร่งรัดหนี้สิน 
งานควบคุมหรือรับผิดชอบยานพาหนะ 
งานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้เช่าทรัพย์ ให้เช่าซื้อ ให้กู้ยืม รับฝากทรัพย์ รับจำนำ เก็บของในคลังสินค้า รับประกันภัย รับโอน หรือรับจัดส่งเงิน หรือการธนาคาร ทั้งนี้ เฉพาะลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ควบคุมเงิน หรือทรัพย์สินเพื่อการที่ว่านั้น 
  
           กรณีที่นายจ้างเรียกหรือรับเงินประกันนั้น จำนวนเงินหรือรับได้จะต้องไม่เกินหก สิบเท่าของอัตราค่าจ้างรายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจ้างได้รับอยู่ในวันที่นายจ้างรับเงินประกัน และสำหรับการเรียกเก็บเงินจากค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วง เวลาในวันหยุดของลูกจ้างได้ โดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง แต่หักได้ไม่เกินร้อยละ 10 เว้นแต่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง เช่น ลูกจ้างทำงานในหน้าที่แคชเชียร์ ได้รับ เงินเดือน ๆ ละ 6,000 บาท โดยกำหนดงวดการจ่ายค่าจ้างเดือนละ 1 ครั้ง นายจ้าง เรียกเงินประกันการทำงานจากลูกจ้างดังกล่าวได้ แต่ไม่เกิน 60 เท่าของอัตราค่าจ้าง รายวันโดยเฉลี่ยที่ลูกจ้างได้รับอยู่ในวันที่นายจ้างรับเงินประกัน หรือเท่ากับค่าจ้างของ ลูกจ้างรายเดือนเป็นเวลา 2 เดือน ดังนั้น นายจ้างจึงเรียกเงินประกันได้ 12,000 บาท ส่วนการเรียกเก็บเงินประกันนั้น นายจ้างประสงค์จะหักจากค่าจ้างของลูกจ้างต้องได้ รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน ซึ่งจะหักได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของค่าจ้างที่ลูกจ้างได้ รับแต่ละงวด หรือเท่ากับ 10 เปอร์เซ็นต์ของ 6,000 บาท เป็นเงิน 600 บาท แต่ถ้า นายจ้างประสงค์จะหักค่าจ้างเป็นเงิน 1,200 บาท ซึ่งมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ ต้องได้ รับความยินยอมของลูกจ้างก่อน จึงจะหัก ค่าจ้างดังกล่าวเป็นเงินประกันได้
   
           กรณีที่เงินประกันซึ่งนายจ้างเรียกหรือรับไว้ ลดลง เนื่องจากนำไปชดใช้ค่าเสียหาย ให้แก่นายจ้างตามเงื่อนไขของการเรียกหรือรับเงินประกัน หรือตามข้อตกลงหรือได้รับ ความยินยอมจากลูกจ้างแล้ว นายจ้างจะเรียกหรือรับเงินประกันเพิ่มได้ไม่เกินจำนวนเงิน ที่กำหนด คือ หกสิบเท่าของอัตราค่าจ้างรายวัน โดยเฉลี่ยที่ลูกจ้างได้รับเท่านั้น
   
           สำหรับเงินประกันที่นายจ้างเรียกเก็บนั้น นายจ้างต้องไปฝากไว้กับธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงินอื่น ๆ ในบัญชีเงินฝากของลูกจ้างแต่ละคนที่นายจ้างเรียกเก็บเงิน ประกัน และต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบสถานที่ฝากเงิน เลขบัญชี ชื่อบัญชี ภายใน 7 วัน นับแต่ วันที่รับเงินประกันครั้งแรกจากลูกจ้าง
  





http://www.labour.go.th/home/th/LAWS/laws_2/explanation03.html


โดย:
งาน: งานบริหารแผนกอาคารสถานที่
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง