[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

สัมภาษณ์ / ประสิทธิ์ จันทร์ดา นักบริหารการเปลี่ยนแปลง กล้าคิด กล้าทำ นำองค์กรสู่ความสำเร็จ

ถ้าเอ่ยชื่อ “ประสิทธิ์ จันทร์ดา” น้อยคนที่จะไม่รู้จัก เพราะชื่อนี้ปรากฏอยู่ตามสื่อมวลชนมายาวนาน ในฐานะผู้นำทางความคิดสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เขาทำได้ทั้งในข้อจำกัดด้านคน เงินและวัสดุอุปกรณ์ แม้แต่กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคก็ยังสามารถนำความสำเร็จมาสู่องค์กรได้อย่างที่ใครๆ ก็ไม่สามารถคาดเดาได้ เมื่อปี 2508 เขาเริ่มต้นเป็นครูชั้นจัตวา เงินเดือน 600 บาท ที่โรงเรียนบ้านสวงษ์ ต.หัวเสือ อ.ขุขันธ์ จ.ศรีสะเกษ สอน 2 ชั้น ป.1 และป.2 เด็กอ่านหนังสือไม่ออกและขาดเรียนมาก เขาตามจนถึงบ้านและสอนเด็กจนอ่านออกเขียนได้ทุกคน 

“เด็กนักเรียนบ้านสวงษ์ รุ่นนั้นไปเรียนต่อจบแล้วมีงานทำเป็นข้าราชการกว่าครึ่งห้อง” เขากล่าว ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นครูใหญ่โรงเรียนวัดบ้านประอาง ในอำเภอเดียวกัน เป็นโรงเรียนศาลาวัดในถิ่นทุรกันดารห่างไกล ผลการเรียนนักเรียนอยู่ในลำดับสุดท้าย และเด็กขาดเรียนมากที่สุดของจังหวัด เขาใช้เวลาแค่ 2 ปี หางบประมาณสมทบสร้างอาคารเรียนเป็นอาคารเอกเทศถาวร มีสภาพแวดล้อมที่ดี เด็กไม่ขาดเรียน นักเรียนมีผลการเรียนอยู่แนวหน้าของจังหวัด ซึ่งเขากล่าวว่า “เขาได้รับรางวัลครูดีเด่นของจังหวัด และได้รับแต่ตั้งไปทำหน้าที่หัวหน้าหมวดการศึกษาอำเภอ” 

เขาจุดประกายการศึกษา ที่อ.กันทรลักษ์ ด้วยการตั้ง “ศูนย์วิชาการอำเภอ” ให้เป็นศูนย์บริการสื่อการเรียนการสอน มีคนไปศึกษาดูงานทั้งในประเทศและต่างประเทศ ปี2528 ปีเดียว ถึง 201 คณะ กลายเป็นต้นแบบของศูนย์วิชาการจังหวัดและกลุ่มโรงเรียน 
ของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ(สปช.) ในเวลาต่อมา 

ด้วยความเชื่อว่า “การแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคมของชาติ การเมืองจะต้องมีความเข้มแข็ง” เขาจึงเที่ยวตระเวนออกอบรมผู้นำชุมชนเพื่อติดอาวุธทางการเมืองและอบรมแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองให้ประชาชน “ขยันอย่างฉลาด ปราศจากอบายมุข และพึ่งตนเองอย่างมีศักดิ์ศรี” ทางผู้ว่าราชการจังหวัด จึงมอบรางวัลผู้นำศาสนาพัฒนาประชาชนดีเด่นของจังหวัดให้ ในการทำงานมวลชนยิ่งนานวันผลกระทบยิ่งมาก กลุ่มผู้มีอิทธิพลผู้ค้าและผู้เสพยาเสพติด ผู้ขายเหล้าและการพนัน สั่งผ่านไปทางผู้บังคับบัญชาให้หยุดการอบรม จึงเลี่ยงการเผชิญหน้าไปสอบเป็นผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด และสอบได้ สร้างประวัติศาสตร์หัวหน้าการประถมศึกษาอำเภอ คนแรกของประเทศ ที่สอบเป็นผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัด โดยไม่ผ่านการเป็นผู้ช่วยฯมาก่อน 

เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีโครงการโรงเรียนครูหลังม้า(ที่ถูกบันทึกไว้ในกินเนสบุ๊ก) โรงเรียนพึ่งตนเอง(ต้นแบบโครงการเกษตรเพื่อชีวิต) แผนการสอนแบบบูรณาการ(ต้นแบบการสอนโดยเด็กเป็นศูนย์กลาง) การแก้ไขกฎ กค.ยกเว้นคุณสมบัติครูใหญ่ และฯลฯ ซึ่งเขากล่าวว่า “การบริหารการ ศึกษาที่แม่ฮ่องสอน ถ้ายึดรูปแบบเหมือนในกรุงเทพฯ หรือใช้ระเบียบกฎเกณฑ์เดียวกันกับจังหวัดอื่นๆ เราจะไม่สามารถจัดการศึกษาภาคบังคับได้ทั่วถึงและมีคุณภาพได้” 

ในตำแหน่งผู้อำนวยการการประถมศึกษาจังหวัดตั้งแต่จังหวัดแม่ฮ่องสอน บุรีรัมย์ และขอนแก่น “ประสิทธิ์ จันทร์ดา” เป็นผู้บริหารที่นำสำนักงานฯชนะการประกวดเป็นลำดับที่ 1 ของภาคและอยู่แนวหน้าในด้านบริหารและจัดการตลอดมา สิ่งที่เขาภูมิใจที่สุดคือ 

“หลวงพ่อคูณอนุญาตให้สร้างพระยอดธงนำรายได้ไปสร้างและพัฒนา สปจ.ในฝัน จ.นครราชสีมา ราคาเกือบ 30 ล้านบาท โดยไม่ได้ใช้จ่ายเงินของทางราชการ” เขากล่าว 

เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหาร และรองเลขาธิการคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ (สปช.) ตามลำดับ เขาร่วมกับ กพ.ทำยุทธศาสตร์การปรับปรุงประสิทธิภาพ สปช.(ที่มาของเขตพื้นที่การศึกษาในปัจจุบัน) การขอกำหนดตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายใน สปจ.ทั่วประเทศ เป็นระดับ 8 (ภายใต้เงื่อนไขมติ ครม.ห้ามเพิ่มซีและห้ามขยายหน่วยงาน) เร่งรัดการตรวจผลงานผู้บริหารสถานศึกษาที่กำหนดตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนที่ค้างตรวจกว่าหมื่นราย และจัดทำหลักสูตรอบรมผู้บริหารทางไกล ทำให้ประหยัดเวลาจาก 20 ปี เหลือ 45 วัน ประหยัดงบประมาณจาก 169 ล้านบาท เหลือเพียง 13 ล้าน 

เขาย้ายไปอีก 2 กรม และได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการระดับ 10 เขาเป็นผู้พลิกบทบาทการเป็นผู้ตรวจราชการให้มีคุณค่า สะท้อนภาพที่เป็นจริงไปยังผู้บริหารระดับสูง เพื่อให้ทราบความก้าวหน้าของงานนโยบายและทราบปัญหาเพื่อจะได้แก้ไขให้นโยบายของรัฐบาลถูกนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง ซึ่งเขากล่าวว่า “เราจะเป็นอะไร ตำแหน่งไหนไม่สำคัญ ความสำคัญอยู่ที่ว่าเราได้ทำหน้าที่ของเราดีที่สุดหรือยัง” 

วันนี้เขาดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ใครๆ กำลังจับตามอง ในสายธารการบริหารจากรากหญ้าจนถึงวังจันทรเกษมอันยาวนาน กว่า 40 ปี แต่ละที่ แต่ละตำแหน่งมีปัญหาให้แก้และคิดสร้างสรรค์งานใหม่ๆ มากมายเหลือคณานับ ที่ใครๆ ก็คาดคิดไม่ถึงว่าเขาจะทำได้ แต่เขาก็ทำสำเร็จมาแล้ว เราจึงไม่สามารถเอามาตรฐานทั่วๆ ไปตัดสินได้ เขาจะทำอะไรก็ได้ตราบเท่าที่เขาคิดว่ามันจำเป็นจะต้องสร้างหรือไปยังสิ่งต้องการไป 

เขาจะต้องทำให้ได้และทำสำเร็จ 





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: สยามรัฐ ฉบับที่ 18466 [หน้าที่ 7 ] ประจำวันที่ 17 พฤศจิกายน 2546

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 3

อ่าน 0 ครั้ง