[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

บทความด้าน HR : ยิ่งสูง ยิ่งต้องเลือกมาก เลือกยากและโอกาสเสี่ยงสูง

ณรงค์วิทย์ แสนทอง
www.peoplevalue.co.th


“ยิ่งสูง ยิ่งหนาว” น่าจะยังเป็นคำกล่าวที่ใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย เพราะใครก็ตามที่ปีนต้นไม้ขึ้นไปสูงมากขึ้นเท่าไหร่ กิ่งของต้นไม้เริ่มอ่อนลงมากขึ้นเท่านั้น และบริเวณที่จะให้เรายึดจับมีน้อยลง ทำให้คนปีนรู้สึกกลัว รู้สึกหวาดเสียว รู้สึกขาดความมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น ยิ่งมีลมพัดมาแรงๆยิ่งน่ากลัวเพิ่มขึ้นอีก

คนทำงานในองค์กรก็เช่นเดียวกัน ยิ่งมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงขึ้นมากเท่าไหร่ เพื่อนเหลือน้อยลงเท่านั้น เพราะอดีตเพื่อนร่วมงานก็จะกลายเป็นลูกน้องไปหมดแล้ว ทำให้ผู้บริหารหลายคนขาดสังคมภายในองค์กร ทำให้รู้สึกขาดที่ปรึกษา ต้องปกปิดการแสดงออกที่ทำให้เห็นว่าอ่อนแอหรือขาดความมั่นใจให้ใครเห็นมากขึ้น จะไปบ่นกับใครก็ยากขึ้น ในขณะเดียวกันปัญหาจะเริ่มวิ่งเข้ามาหาให้ตัดสินใจไม่เว้นแต่ละวัน และปัญหาที่เข้ามาเริ่มตัดสินใจยากขึ้นเรื่อยๆ เพราะถ้าตัดสินใจง่ายๆลูกน้องคงจะตัดสินใจกันไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ การตัดสินใจแต่ละครั้งแต่ละเรื่องมีโอกาสถูกกับผิดใกล้เคียงกันหรือไม่ก็มีโอกาสผิดมากกว่าถูก เพราะบางปัญหาไม่เคยเจอมาก่อน เป็นเรื่องใหม่ๆ ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน จึงทำให้ผู้บริหารระดับสูงอยู่ในสถานะที่ไม่แตกต่างอะไรไปจากคนปีนต้นไม้สูงดังกล่าว

ผู้บริหารบางคนเคยเป็นคนเก่ง เคยทำงานดี เคยมีผลงานดีเด่นมาก่อนในสมัยที่เป็นพนักงานหรือผู้จัดการในระดับที่ต่ำกว่า แต่พอยิ่งมีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงมากขึ้น บางครั้งทำให้คนเคยเก่งกลับกลายเป็นคนที่ไม่เก่งไปเลยก็มี เพราะคนเคยเก่งส่วนใหญ่มักจะมั่นใจในตัวเองสูง ไม่เคยผิดหวัง แต่พอต้องเติบโตสูงมากขึ้นเท่าไหร่จะต้องมีโอกาสเจอกับความล้มเหลวมากขึ้น คนบางคนทำใจรับกับความล้มเหลวไม่ได้(เพราะไม่เคยล้มเหลวมาก่อน) เหมือนเด็กเรียนเก่ง แค่เพียงผลการเรียนตกลงมานิดหน่อยก็รับไม่ได้ (ทั้งๆที่ผลการเรียนโดยรวมยังอยู่ในระดับดีมากเมื่อเทียบกับคนอื่นหรือมาตรฐาน) ทำให้คนเคยเก่งหลายคนขององค์กรถูกดับอนาคตเพราะปีนขึ้นยอดไม้เร็วเกินไป ความสามารถอาจจะถึงแต่ใจยังไม่ถึง (ฝีมือดีแต่กระดูกยังไม่แข็ง) เหมือนกับการที่เราให้ผู้ใหญ่ปีนต้นไม้แข่งกับเด็ก จะพบว่าในช่วงแรกๆเด็กอาจจะปีนได้เร็วกว่าเพราะพละกำลังดีกว่าบวกกับความมุทะลุ ในขณะที่ผู้ใหญ่ค่อยๆปีนเพราะเคยมีประสบการณ์มาก่อน(อาจจะเคยตกต้นไม้มาก่อน) แต่เมื่อปีนขึ้นไปสูงขึ้นๆ จะพบว่าเด็กบางคนเริ่มหยุดหรือปีนช้าลงเพราะเริ่มกลัว ในขณะที่ผู้ใหญ่อาจจะยังปีนได้ต่อไป เพราะมีการวางแผนไว้ล่วงหน้าและค่อยๆคิดค่อยๆทำ ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้ก็คงไม่แตกต่างอะไรกับผู้บริหารรุ่นใหม่กับผู้บริหารรุ่นเก่าที่อยู่ในองค์กรเดียวกัน ที่มักจะมีความคิดเห็นในการทำงานแตกต่างกัน คนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ใจร้อนอยากคิดเร็วทำเร็ว ในขณะที่คนที่มีอาวุโสกว่ามักจะคิดอย่างรอบคอบและรอบด้าน จึงทำให้ตัดสินใจหรือทำงานช้ากว่าที่คนรุ่นใหม่ๆต้องการ คงจะไม่สามารถบอกได้ว่าใครถูกใครผิด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละเวลา เพราะบางสถานการณ์ต้องการการตัดสินใจที่เร็ว เช่น สถานการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วน แต่ในบางสถานการณ์อาจจะต้องการการตัดสินใจที่รอบคอบเพราะถ้าตัดสินใจผิดจะเกิดผลกระทบสูงมาก

เพื่อลดความหนาวและลดความเสี่ยงของผู้ที่ต้องปีนป่ายขึ้นไปอยู่ในจุดที่สูงขึ้น จึงขอแนะนำแนวทางเพื่อให้เปลี่ยนจากสถานการณ์ “ยิ่งสูง ยิ่งหนาว” มาเป็น “ยิ่งสูง ยิ่งท้าทาย” ดังต่อไปนี้

                      1.  เตรียมใจก่อนเตรียมตัว คนส่วนใหญ่มักจะเตรียมตัวและเตรียมใจไปพร้อมๆกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเตรียมใจควรจะเกิดขึ้นก่อน เพราะถ้าใจยังไม่พร้อมต่อให้เก่งต่อให้มีฝีมือแค่ไหน ก็คงจะไปได้ไม่ไกล ไปได้ไม่สูง ดังนั้น ผู้ที่จะก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งงานในระดับสูง จึงควรจะฝึกซ้อมคิดฝึกซ้อมใจไว้ก่อนล่วงหน้า โดยการซ้อมคิดแบบผู้บริหารว่าถ้ามีปัญหาแบบนี้จะตัดสินใจอย่างไร ถ้าผลการตัดสินใจเกิดขึ้นในทางลบจะรับมือไหวหรือไม่ เช่น ถ้าเราเป็นซีอีโอแล้วต้องเจอมรสุมชีวิตที่เกิดจากการทำงานเหมือนซีอีโอบริษัทนั้นบริษัทนี้ เราจะรับได้หรือไม่ ถ้าเราต้องทำงานในสถานการณ์ที่ผู้บริหารระดับสูงบีบคั้น และถูกลูกน้องกดดัน เราจะรับได้หรือไม่ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ควรจะคิดและซ้อมใจไว้ตั้งแต่ต้น เพราะเราจะได้ประเมินได้ว่าใจเราพร้อมที่จะขึ้นไปสูงกว่านี้หรือยัง
                      2. เตรียมบริหารความเสี่ยง ในเมื่อทุกคนที่ปีนต้นไม้สูงๆหรือขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งระดับสูงขององค์กรจะต้องเจอกับความเสี่ยงทุกคน จะแตกต่างกันตรงที่ลักษณะความเสี่ยงและระดับว่ามากหรือน้อยเท่านั้น ดังนั้น ผู้ที่จะขึ้นไปอยู่ในระดับสูง ควรจะต้องศึกษาและเตรียมตัวรับมือกับความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ ความเสี่ยงบางเรื่องสามารถลดได้ ถ้าเราเตรียมตัวมาก่อน เช่น ผู้บริหารระดับสูงทุกคนต้องพูดภาษาต่างประเทศได้ดี ต้องใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ได้ ถ้าเราพัฒนาตัวเองให้พร้อมก่อนเวลาขึ้นไปในระดับนั้นจริงๆ ความเสี่ยงก็ลดลง  ความเสี่ยงบางเรื่องสามารถป้องกันได้จากบทเรียนของคนในรุ่นก่อน เช่น ศึกษาความผิดพลาดของผู้ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าเรา หรือศึกษาจากความผิดพลาดของผู้บริหารในองค์กรอื่นๆ

สรุป ใครก็ตามที่ต้องเติบโตก้าวหน้าไปอยู่ในระดับที่สูงขึ้นไป ไม่ว่าจะด้วยความสมัครใจหรือเติบโตแบบภาคบังคับ(อายุตัว อายุงานและฝีมือถึง) อย่ามัวแต่หลงดีใจอยู่กับความภูมิใจในอดีตที่เคยทำได้และอย่ายึดติดกับความสำเร็จในปัจจุบัน แต่จงเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะการรับมือกับความเสี่ยงมากขึ้นที่มาพร้อมกับความก้าวหน้าที่สูงขึ้น 





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานบุคลากร
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: www.hrcenter.co.th

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง