|
|
| จาก 4 กุมภาพันธ์ เรื่อยมาถึง 11 กุมภาพันธ์ การชุมนุมที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ต่อเนื่องถึงชุมนุมใหญ่ที่ท้องสนามหลวง 26 กุมภาพันธ์ มีหลายองค์กรออกมาแสดงจุดยืนทางการเมืองที่ค่อนข้างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นคณาจารย์มหาวิทยาลัย เครือข่ายภาคประชาชน กลุ่มนิสิตนักศึกษา แม้กระทั่งนักเรียนมัธยมฯ รวมทั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สถาบันการศึกษาที่จัดตั้งเพื่อให้บริการสร้างประโยชน์สนองคนในท้องถิ่น
การแสดงจุดยืนของผู้นำทางความคิดจากรั้วมหาวิทยาลัยราชภัฏ เป็นไปในรูปแบบของปัจเจกบุคคลและกลุ่มบุคคล อย่างเช่น มรภ.นครราชสีมา มรภ.ภูเก็ต และ มรภ.อุตรดิตถ์ มีจุดยืนและชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้น ''สมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์'' ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ มรภ.นครราชสีมา ผู้ผ่านการเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งยุค 14 ตุลา และเป็นผู้ก่อตั้งสมาพันธ์ประชาธิปไตยพฤษภาทมิฬ รวมทั้งเป็นหนึ่งในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย การชุมนุมใหญ่ 26 กุมภาพันธ์ อีกด้วย สมเกียรติ เริ่มพบความไม่จริงใจของรัฐบาลชุดนี้มาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะครั้งที่รัฐบาลไม่เห็นความสำคัญการศึกษา พยายามโอนครูและสถานศึกษาไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นตัวจุดชนวนให้ต้องพิจารณาพฤติกรรมการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้ ในรอบ 5 ปี จนเห็นว่ามีการคอรัปชั่นเชิงนโยบาย คอรัปชั่นแบบบูรณาการ และออกกฎหมายเอื้อก๊กแก๊งตนเอง จนตัดสินเข้าร่วมกับพันธมิตรกู้ชาติในเดือนพฤศจิกายน 2548 ''อาจาย์ราชภัฏตื่นตัวทางการเมืองช้า แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีจิตรักความเป็นธรรม แต่การจะให้ตัดสินใจเลือกอยู่ข้างใดข้างหนึ่งในทันที ไม่ใช่วัฒนธรรมของอาจารย์ราชภัฏ ที่เติบโตมาทางด้านการผลิตครู ไม่ใช่สายรัฐศาสตร์ หรือนิติศาสตร์ ส่วนใหญ่จึงเป็นทัพหนุนอยู่ด้านหลัง'' สมเกียรติ ให้ความเห็น ใช่ว่า ''อาจารย์'' รั้วราชภัฏจะไม่มีอุดมการณ์ทางการเมือง ดังจะเห็นได้จาก มรภ.นครราชสีมา ไม่รับวิจัยแก้ไขรัฐธรรมนูญตามนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ จึงเป็นการสะท้อนจุดยืนภาพรวมของ มรภ.ทั่วประเทศไปโดยปริยาย จากนั้น 5 วัน ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์ฯ มรภ.ทั่วประเทศ ก็ประกาศเจตนารมณ์ 3 ข้อ หลังถกเครียดที่ มรภ.พระนคร นานร่วม 2 ชั่วโมง โดย 1.ขอเรียกร้องให้ประชาชนทุกหมู่เหล่า ใช้สติในการรับรู้และพิจารณาข้อมูลข่าวสาร หลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ขอคัดค้านการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ 2.ขอให้มีการศึกษาทบทวนแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้เกิดการครอบงำการใช้อำนาจทางการเมืองจนเกินขอบเขต และ 3.ขอให้ทุกฝ่ายเปิดใจกว้างยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ การตรวจสอบจากระบบรัฐสภา องค์กรอิสระ สื่อมวลชน และประชาชน ''ก่อนหน้าที่จะมีการประชุม ได้รับการติดต่อจากประธานสภาคณาจารย์ฯ มรภ.เกือบทุกแห่ง ให้แจ้งวาระการประชุมอย่างชัดเจน และสอบถามว่ามีประเด็นการเมืองหรือไม่ หากมีไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้'' ผศ.วันทนา จันทพันธ์ ผู้ซึ่งมีส่วนร่วมในเหตุการณ์เดือนตุลา ประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ มรภ.พระนคร ในฐานะรองประธาน ทปสท. อธิบายที่มาของการประชุม ทปสท. ผศ.วันทนา อดีตของเธอคือ ผู้ซึ่งมีส่วนร่วมในเหตุการณ์เดือนตุลา แม้ว่าจะผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองมามากมาย แต่ยอมรับว่า นับแต่เกิดกระแสคัดค้านการคงอยู่ในตำแหน่งของนายกรัฐมนตรี มรภ.กลับมีบทบาททางการเมืองค่อนข้างน้อย เป็นเพราะถูกปกครองมาแบบราชการที่ถูกตีและล้อมกรอบไว้ ทำให้การดำเนินการใดๆ ค่อนข้างลำบาก แต่อย่างน้อยก็ควรมีบทบาทในทางการเมือง ด้วยการเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นการตรวจสอบนายกรัฐมนตรี เนื่องจากนายกฯ ปัจจุบันตรวจสอบค่อนข้างลำบาก เพราะมาจากพรรคการเมืองใหญ่ ที่มี ส.ส.เกินครึ่ง เช่นเดียวกับ วันชัย ยงพิทยาพงศ์ รองประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการ มรภ.นครราชสีมา กล่าวว่า มรภ.โดยภาพรวมมีบทบาททางการเมืองค่อนข้างอ่อน แม้จะมี มรภ.บางแห่งออกมาเคลื่อนไหว แต่เป็นลักษณะปัจเจก เพราะวัฒนธรรมฝังลึกของชาวราชภัฏ ที่ค่อนข้างเพิกเฉยต่อนโยบายรัฐที่มีผลกระทบต่อส่วนรวม ทุกคนนึกถึงแต่สถานภาพของตนเอง ไม่เพียงเท่านี้ รองประธานสภาคณาจารย์ฯ มรภ.นครราชสีมา บอกอีกว่า วินัยทางราชการเป็นตัวครอบ ทำให้การแสดงความคิดเห็นในหลายๆ เรื่องของชาวราชภัฏ เป็นไปในทิศทางรักษาสภาพของตัวเองไว้ จึงต้องถนอมตัวไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง ''ส่วนตัวต้องการให้ผู้บริหารประเทศรับผิดชอบต่อพฤติกรรมตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีที่สุด เนื่องจากการอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปทำให้ประเทศมีแต่ทรงกับทรุด ไม่ว่าจะด้านความเชื่อมั่นของต่างประเทศ ที่สำคัญความเชื่อมั่นของประชาชนจะเสื่อมถอยลง'' วันชัย กล่าว แม้ว่า มรภ.มีภารกิจผลิตบัณฑิตสายครุศาสตร์เป็นหลัก ไม่แปลกที่จะขยับตัวแสดงจุดทางการเมืองช้า ต่างจากมหาวิทยาลัยที่มีคณะรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ หรือนิเทศศาสตร์ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เสียหายหากจะไม่เลือกแนวทางสงบปากทางการเมือง อย่างน้อยเพื่อเป็นแนวประกอบการตัดสินใจให้ประชาชนในท้องถิ่น ที่มหาวิทยาลัยให้บริการตามปรัชญาการต่อตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏ ก็จะเป็นการดีไม่น้อยต่อเกียรติประวัติของ ''สถาบันที่ได้ชื่อว่าผลิตเรือจ้าง'' ให้แก่สังคมไทย |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: คมชัดลึก ฉบับที่ 1605 [หน้าที่ 14 ] ประจำวันที่ 9 มีนาคม 2549 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|