[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ข่าวการศึกษา : PLAY Q เล่นเพิ่มไอคิว

      ช่วงนี้อยู่ในช่วงที่เด็กๆ หลายคนต่างก็เคร่งเครียด กับการท่องหนังสืออ่านตำรับตำรา เพื่อสำหรับการเตรียมความพร้อม เพื่อสอบเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น จึงส่งผลให้เด็กหลาย ๆ คนต้องอยู่ในภาวะที่เครียด และไม่รู้วิธีที่จะขจัดความเครียดให้พ้นไปจากจิตใจได้
     
      ยิ่งในยุคปัจจุบัน ที่สภาพแวดล้อมและสังคมเต็มไปด้วยการแข่งขัน ก็ยิ่งทำให้เด็กๆ ตกอยู่ในสภาพน่าเป็นห่วงไม่น้อย
     
      อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่า “การเล่น” นั้น เป็นอีกวิถีทางหนึ่งที่นอกจากจะสามารถแก้ไขภาวะความเครียดได้แล้ว ยังสามารถเพิ่มพัฒนาการทั้งทางร่างกายและจิตใจอีกด้วย
     
      การเล่นประเภทนี้ เราเรียกว่า “เพลย์คิว” เพราะเมื่อถ้าเด็กได้เล่นอย่างอิสระ เหมาะสมตามวัย จะทำให้เด็กอารมณ์ดี และมีความสุข ปราศจากความเครียด ซึ่งจะส่งผลให้สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และมีพัฒนาการทั้งทางร่างกาย สติปัญญา และอารมณ์ไปพร้อมๆ กัน
     
      ทั้งนี้ ผู้ที่มีส่วนในการส่งเสริมให้ลูกเล่นอย่างเหมาะสม ก็คือพ่อแม่ ผู้ปกครอง ที่จะต้องคอยบอกับลูก ว่าการเล่นอย่างไรจึงจะเหมาะสม และต้องไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เพื่อเป็นการสร้างเพลย์คิวให้เด็กเนื่องจาก เพลย์คิวเป็นพื้นฐานที่สำคัญของ ไอคิว และอีคิว
     
      พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลว่า ผลของการที่ในปัจจุบัน เด็กๆ ต้องเผชิญกับภาวะที่กดดันมากมายในสังคมที่มีการแข่งขันสูง ในขณะที่พ่อแม่ก็ต้องการให้ลูกเก่งในทุกด้านจึงส่งผลให้เด็กเกิดความเครียดได้
     
      อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวนี้สามารถแก้ไขได้ไม่ยาก เพียงแค่ผู้ปกครองพ่อแม่ ให้ความสำคัญ และให้ความใกล้ชิดกับเด็ก และส่งเสริม ให้เด็กได้ เล่นอย่างเหมาะสม เพราะฉะนั้น “การเล่น” จึงสามารถส่งเสริมศักยภาพของเด็กได้
     
      พญ.อัมพรอธิบายเพิ่มเติมว่า จากผลการวิจัยของนักจิตวิทยาได้ทำการวิจัยค้นพบว่า การเล่นนั้นสามารถพัฒนาประสิทธิภาพของเด็กได้ดังต่อไปนี้
     
      1.การเล่นสามารถพัฒนาด้านร่างกาย เพราะการเล่นจะทำให้เด็กได้ออกกำลังกายทุกส่วนของร่างกาย ส่งผลให้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้ทำงาน เพราะในขณะที่เล่น จะมีการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา ทำให้เด็กมีร่างกายที่แข็งแรง และสมบูรณ์ และมีภูมิคุ้มกันโรคที่ดี
     
      2.การเล่นสามารถพัฒนาในเรื่องของอารมณ์ เพราะในขณะที่เด็กได้เล่นอยู่นั้น เขาจะหลั่งสารที่อยู่ในร่างกายอย่างหลากหลาย และทำให้มีความสุขในขณะที่เล่น และจะมีอารมณ์ที่สงบ เพราะในขณะที่เขาเล่นจะพยายามใช้สมาธิในการเล่น ทำให้ไม่เครียด
     
      3.การเล่นสามารถพัฒนาในเรื่องของสติปัญญา เพราะในขณะที่เขาได้เล่นนั้นเขาจะใช้ สมาธิในการคิด ว่าเขาควรจะเล่นอย่างไร เพื่อที่จะเอาชนะเกมนั้นได้ และเมื่อใช้สมาธิก็จะก่อให้เกิดปัญญา เช่นในขณะที่กำลังเล่นฟุตบอลอยู่ ทุกคนก็ได้คิดวางแผนว่าควรจะใช้วิธีการเล่นแบบใดเพื่อที่จะเอาชนะคู่แข่งขันได้ ซึ่งก็จะเป็นการเพิ่มสติปัญญา และได้ใช้สมองที่จะคิด
     
      4.การเล่นสามารถพัฒนาในเรื่องของการอยู่ร่วมกับคนในสังคม เพราะในขณะที่เขาเล่น เขาจะคิดว่าควรจะเล่นอย่างไร ถึงจะมีเพื่อนเล่นด้วย รวมทั้งยังเป็นการปลูกฝังให้เด็กรู้ จักการรักษาของที่เป็นของตัวเอง และในขณะเดียวกันการเล่นก็จะสอนให้เด็กเป็นผู้ให้ที่ดี ได้ด้วย ด้วยการแบ่งปันของเล่นให้กับเพื่อน
     
      นอกจากนี้ พญ.อัมพรยังได้พูดถึงความสำคัญของการเล่นที่จะมีพัฒนาการต่อเด็กที่สำคัญอีกว่า ในขณะที่เด็กได้เล่นนั้นเด็กจะได้มีโอกาสรับรู้ ถึงอาการของ RAMP ได้ดี โดย RAMP นั้นประกอบไปด้วย
     
      R(realex) รีแลกซ์ เพราะในขณะที่เขาเล่นจะรู้สึกผ่อนคลาย
     
      A (action) ในขณะที่เล่นจะมีการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอดเวลา
     
      M(motivetion) แรงจูงใจในการเล่นเพราะในขณะที่เล่นเขาจะมีแรงจูงใจว่าเขาควรจะเล่นอย่างไรถึงจะสามารถเป็นที่ยอมรับของเพื่อนได้
     
      P (positive) เป็นความคิดในทางบวก เพราะในขณะที่เล่นเขาเด็กจะมองโลกในแง่ดี เกี่ยวกับสิ่งของที่เขาเล่น และจะมีความรู้สึกรักและรักษาของเล่นของตัวเอง
     
      สำหรับในเรื่องของการเด็กที่มีผลต่อการพัฒนาประสิทธิภาพของเด็กนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองหลายต่อหลายคนต่างก็ได้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การเล่นนั้นสามารถแก้ไขปัญหาความเครียดของลูกได้
     
      หัทยา วงศ์กระจ่าง ดารานักแสดงพิธีการชื่อดัง ในฐานะทีเป็นคุณแม่คนหนึ่งได้พูดถึงความสำคัญของการเล่นว่า การที่เราได้ปล่อยให้ลูกได้เล่นอย่างเหมาะสม และตามความชอบของเขา จะสามารถทำให้เขาคลายเครียดได้ เนื่องจากในแต่ละวัน เด็กจะต้องเผชิญกับภาวะที่เครียดมาทั้งวัน ถ้าเขาไม่ได้มีการทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย ซึ่งก็แน่นอนว่ากิจกรรมที่ผ่อนคลายสำหรับเด็กก็คือ การที่เขาได้เล่นในสิ่งที่เขาชอบ และมีความสุขที่จะเล่น
     
      อย่างไรก็ตาม การเล่นนั้นนอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาความเครียดของเด็กได้แล้ว ยังสามารถพัฒนาจิตใจของเด็กให้เป็นผู้ที่มีความคิด และสติปัญญาที่ดี และสามารถแสดงออกได้อย่างเหมาะสม ดังเช่นที่ว่าการเรียนรู้นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ เท่านั้นแต่การเรียนรู้มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง เพียงแค่ว่าผู้ปกครองจะสามารถทำให้เด็กรู้ได้อย่างไรว่าอะไร เป็นการเล่นที่เหมาะสมหรือเกินเลยจนเกินไป เพราะเด็กในวันนี้ก็คืออนาคตที่สำคัญของชาติต่อไป ควรจะให้เขาเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีของสังคม และไม่ทำให้สังคมต้องเดือดร้อน





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 24 มีนาคม 2549 09:27 น.

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง