[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ข่าวการศึกษา : ประธานบอร์ด สทศ.ประกาศ “ลาออก” รับผิดชอบโอเน็ต-เอเน็ตผิดพลาด

    นบอร์ดสทศ.ไขก๊อกลาออกจากตำแหน่งแสดงความรับผิดชอบปัญหาโอเน็ต-เอเน็ต ระบุส่งใบลาออกถึงรมว.ศึกษาธิการวันนี้ แต่จะ งานแก้ไขปัญหาลุล่วงก่อน ส่วนรักษาการผอ.สทศ.ไม่ขอเข้ารับการสรรหาดำรงตำแหน่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบเช่นกัน ขณะที่มติบอร์ด สทศ.ให้ตรวจข้อสอบใหม่หมดทั้งปรนัยอัตนัยทุกวิชา ส่วนปัญหาความผิดของระบบ ยอมรับจ้างเอกชนเขียนโปรแกรมแต่ไม่ยอมเปิดเผยว่าใครเป็นคนทำ ด้าน รองอธิการบดี มศว ย้ำผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบ O-NET, A-NET“งง” มติครม.ต้องรับรู้
     
      วันนี้ (17เมษายน) ที่สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) คณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.)ได้มีการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาการประกาศผลการสอบโอเน็ตและเอเน็ตโดยคุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ ประธานคณะกรรมการบริหารสทศ.กล่าวภายหลังการประชุมว่า ตนในฐานะประฐานคณะกรรมการมทศ.ขอโทษนักเรียนและผู้ปกครองสำหรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการตรวจข้อสอบโอเน็ตและเอเน็ตทั้งปรนัยและอัตนัยใหม่หมดทุกวิชาซึ่งเชื่อมั่นว่า จะสามารถดำเนินการตรวจข้อสอบและประกาศผลได้ทันภายในวันที่ 30 เมษายน 2549 ซึ่งเป็นวันรับสมัครแอดมิดชั่นรอบสุดท้าย
     
      สำหรับตนขอยื่นใบลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารสทศ.เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดทีเกิดขึ้นโดยจะส่งใบลาออกถึงรมต.กระทรวงศึกษาธิการภายในวันนี้แต่จัยังคงทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงเรียบร้อยไปก่อน
     
      ขณะเดียวกัน รศ.ประทีบ จันทร์คง รักษาการผู้อำนวยการสทศ.ไม่ขอเข้ารีบการสรรหาตำรงตำแหน่งสทศ.ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเช่นกัน
     
      รศ.ประทีป กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้มีการเตรียมการอย่างดีที่สุด แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นซึ่งก็ถือเป็นเหตุสุดวิสัย เพราะไม่คาดคิดว่าจะเกิดปัญหามากมายขนาดนี้ อยากจะขอโทษนักเรียน ผู้ปกครอง โรงเรียน และสถานศึกษาทุกแห่งอีกครั้งที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้น จนต้องเลื่อนกำหนดการที่เตรียมการไว้แล้วออกไป จึงขอแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยการไม่รับการสรรหา ผอ.สทศ. แต่จะยังคงทำหน้าที่รักษาการ และดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจนเสร็จสิ้น
     
        “สาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจเช่นนี้ ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น อีกทั้งรู้ว่าการทำงานตรงนี้ต้องมีความรับผิดชอบมาก และเป็นการทำงานที่หนัก ซึ่งคงทำให้ชีวิตผมสั้นลงเร็วกว่าเดิม อีกทั้งครอบครัวผมก็ไม่มีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวผม”
     
      อย่างไรก็ตาม ตนมีความตั้งใจตั้งแต่ก้าวมาทำงานตรงนี้ ที่จะพยายามทำให้ สทศ. เป็นสถาบันที่ได้มาตรฐาน เป็นที่เชื่อถือของคนทั้งประเทศ
     
      ผู้สื่อข่าวถามว่า การปฏิเสธการสรรหา เพราะต้องการลดกระแสกับกรณีที่เกิดขึ้นนี้หรือไม่ รศ.ประทีป กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าการปฏิเสธของตนจะลดกระแสหรือไม่ อย่างไรเพียงแต่คิดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเกิดมาจากตัวเอง จึงควรแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งตนมาทำงานตรงนี้เพราะต้องการให้การศึกษาของประเทศ และสถาบันมีความมาตรฐาน น่าเชื่อถือ แต่เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ก็ควรจะรับผิดชอบ
     
      ส่วนปัญหาเรื่องความผิดพลาดการเขียนโปรแกรมนั้น นายประทีปกล่าวว่า สทศ.ได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนมาเขียนโปรแกรม แล้วไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะมีความผิดพลาดตรงจุดนี้ อย่างไรก็ตามเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นอีก ดังนั้น การตรวจข้อสอบครั้งใหม่นี้ ทาง สกอ.ได้มอบหมายให้ คณะวิศวกรรมศาสตร์(คอมพิวเตอร์) จุฬาฯ เขียนโปรแกรมขึ้นใหม่ แล้วเป็นทีมที่มีประสบการณ์ในการเขียนโปรแกรมสอบเอนทรานซ์ให้ สกอ.มาแล้ว
     
      เมื่อผู้สื่อข่าวจี้ถามว่า บริษัทเอกชนที่เขียนโปรแกรมให้นั้นเป็นใคร รักษาการผอ.สทศ.กลับไม่ยอมเปิดเผยรายชื่อให้ได้รับทราบ
     
      ด้าน ศ.พิเศษ ดร.ภาวิช เผยว่า ระหว่างที่ตั้ง สทศ. เคยเสนอให้ใช้ระบบเดียวกันกับ สกอ.ใช้กับเอนทรานซ์ แต่ สทศ.ต้องการทำระบบใหม่ โดยให้เหตุผลว่าระบบของ สกอ.ค่อนข้างล่าสมัย ซึ่งต้องยอมรับว่าล่าสมัยจริงๆ เพราะใช้มาหลายปีแล้ว แต่ส่วนตัวคิดว่าแม้ว่าจะนานแต่ระบบยังใช้ได้ดีแล้วไม่มีปัญหา และหากไม่มีความจำเป็นก็ไม่ต้องเปลี่ยนระบบ
     
      “ตอนแรกระบบของ สกอ. ยินดีให้ สทศ.นำไปใช้ แต่ถูกปฏิเสธเพราะเขาต้องการพัฒนาระบบใหม่ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่า สทศ.ไปปรึกษาหารือใครมาเขียนโปรแกรม แต่เท่าที่รู้ทราบว่าไปจ้างบริษัทเอกชนมาดำเนินการ พอมาใช้จริงมีข้อผิดพลาดหลายจุด ซึ่งตามหลักการควรมีการเช็คระบบก่อนนำมาใช้จริง หากมีการเช็คก่อนปัญหาคงไม่บานปลายขนาดนี้”
     
      วันเดียวกัน รศ.ดร.นภาภรณ์ หะวานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวว่าขณะนี้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งชาติ (O-NET) และการทดสอบทางการศึกษาขั้นสูงแห่งชาติ (A-NET)ทุกฝ่ายต้องรับผิดชอบร่วมกัน และไม่ต้องโยนความผิดให้ใครเพียงฝ่ายเดียวทั้งนั้น โดยเฉพาะหน่วยงานที่ชอบใช้คำพูดว่าระบบนี้ไม่มีปัญหา มีความพร้อมในการดำเนินการในเรื่องนี้ ขออย่าพูดเช่นนั้นและอยากให้เปลี่ยนวิธีคิดได้แล้ว
     
      “ตอนนี้ต้องพยายามให้ประกาศผลสอบ O-NET, A-NET ในรอบที่สามซึ่งจะประกาศในวันที่ 30 เม.ย.49ให้ได้  เมื่อแจ้งว่าจะประกาศผลในวันที่ 30 เม.ย.ก็ต้องทำให้ได้ แต่ขออย่าได้ทำงานแบบลวกๆ หรือเร่งจนเกิดความผิดพลาดอีก มิฉะนั้นความมั่นใจของพ่อแม่ เด็กนักเรียนและสังคมจะมีมากขึ้น และเห็นด้วยกับการแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบผลคะแนน O-NET, A-NET และจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการของคณะกรรมการอิสระขึ้นมา แต่อยากให้เป็นบุคคลที่ไม่มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งชาติ( O-NET) และการทดสอบทางการศึกษาขั้นสูงแห่งชาติ (A-NET) ต้องเป็นบุคคลที่สังคมยอมรับ มีความเป็นอิสระจริงๆ ที่สำคัญต้องเป็นคนมีความรู้ เพื่อสร้างหลักประกันในการทำงานตรวจสอบผล O-NET, A-NET ได้อย่างไม่มีปัญหา อีกทั้งต้องเป็นคนที่มีจุดยืนที่มั่นคงด้วย”
     
      รศ.ดร.นภาภรณ์ กล่าวต่ออีกว่า ในเรื่องนี้ไม่เห็นว่าจะมีความจำเป็นที่จะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)คิดว่าครม.คงไม่ได้ช่วยอะไรได้มากนัก แต่ถ้าจะนำเรื่องนี้ไปเพื่อพิจารณาความผิดพลาดของรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)ในวันที่ 18 เม.ย.49 ก็เหมาะสมที่จะนำวาระนี้เข้าสู่ที่ประชุมครม.ได้ อย่างไรก็ตามในตอนนี้เชื่อว่าทุกมหาวิทยาลัยคงได้รับผลกระทบจากผลสอบ O-NET, A-NETแทบทุกสถาบัน โดยเฉพาะปฏิทินมหาวิทยาลัยในทุกๆ กิจกรรมต้องเปลี่ยนแปลงและเลือนออกไป ส่วนคณะแพทย์ มศวนั้นจะรอผลการประกาศในรอบที่ 3 เพื่อนำผลคะแนนในรอบที่ 3มาพิจารณาประกอบการรับนิสิตเข้าเรียนด้วย





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานนโยบายและแผน
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 17 เมษายน 2549 13:16 น.

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง