|
|
| นักเรียน-เครือข่ายผู้ปกครองกว่า 30 บุกเสมา เรียกร้องให้ปรับขั้นตอนการตรวจ-ให้คะแนน โอเน็ต-เอเน็ต โปร่งใส ยุติธรรม พร้อมกับเกรด 4 เป็นเกรด 8 ขณะที่เลขาฯ กพฐ.ชี้ปรับเกรดไม่ได้เจอปัญหาลักลั่น ด้าน “ภาวิช” ระบุปัญหา โอเน็ต-เอเน็ต เป็นความผิดพลาดของระบบ และตัวบุคคลไม่พร้อม จับตาครม.ถกปัญหาความผิดพลาดวันนี้
เมื่อเวลา 09.30 น.วานนี้ (17 เม.ย.) กลุ่มนักเรียนที่เรียกร้องต่อปัญหาแอดมิชชัน และกลุ่มเครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษากว่า 30 คน ยื่นข้อเรียกร้องต่อนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้ตรวจข้อสอบการทดสอบทางการศึกษาขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) และผลการทดสอบทางการศึกษาขั้นสูง (เอเน็ต) ใหม่อย่างโปร่งใส สามารถเข้าไปตรวจสอบได้หากมีข้อสงสัย นอกจากนี้ ข้อเรียกร้องของนักเรียนยังขอให้ปรับเกรดนักเรียนที่จบการศึกษาก่อนปีการศึกษา 2548 จาก 4 เกรด เป็น 8 เกรด เท่ากับนักเรียนชั้น ม.6 ปี โดยตัวแทนกลุ่มนักเรียนที่เรียกร้องร้องต่อกรณีแอดมิชชัน กล่าวว่า จากปัญหาข้อผิดพลาดของระบบการคัดเลือกนักเรียนเพื่อเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย ทั้งในส่วนของการสอบ การตรวจข้อสอบ และการประกาศผลสอบ ที่ได้สร้างความไม่สบายใจและไม่มั่นใจต่อนักเรียน ถึงแม้ว่าการแก้ปัญหาครั้งล่าสุดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่สามารถตอบข้อสงสัยและแก้วิกฤตศรัทธาของนักเรียนและผู้ปกครองได้ พวกเราจึงขอเรียกร้องและเสนอแนะต่อผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.ขอให้มีการตรวจข้อสอบและให้คะแนนในส่วนของข้อสอบอัตนัยของนักเรียนทุกคนใหม่ในทุกวิชา 2.ขอให้มีการชี้แจงกระบวนการและมาตรฐานในการตรวจข้อสอบอัตนัยให้สาธารณชนได้รับทราบ อย่างเช่นให้มีการชี้แจงโดยผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับวิธีการและเกณฑ์ในการตรวจข้อสอบ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้มีการซักถามและแสดงความคิดเห็นได้ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนเข้าไปตรวจสอบกระบวนการตรวจข้อสอบ พร้อมทั้งมีการแสดงความแน่นอนและถูกต้องของระบบผ่านสื่อมวลชน และหลังจากประกาศคะแนนแล้ว หากนักเรียนคนใดมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคะแนนของตนสามารถเข้าไปขอตรวจสอบได้โดยไม่มีข้อยกเว้น 3.ส่วนกรณีนักเรียนที่จบการศึกษาก่อนปีการศึกษา 2548 ขอให้มีการปรับเกรดเป็น 8 เกรด สำหรับโรงเรียนที่ยังเก็บคะแนนรวมสุทธิของนักเรียนไว้ 4.สำหรับการคัดเลือกในปีการศึกษาต่อๆ ไปนั้น ขอให้มีการประชุมร่วมของทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบการคัดเลือก จากนั้นให้มีการเปิดเวทีสาธารณะให้บุคคลทั่วไปได้แสดงความเห็น “พวกเราไม่ต้องการให้ยกเลิกโอเน็ต-เอเน็ต เพียงแต่ต้องการความโปร่งใส่ ยุติธรรมกับผู้ที่ต้องการนำผลสอบไปสมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยเท่านั้น ตอนนี้ทุกคนอยากให้เร่งแก้ไขปัญหาหรือทำกระบวนการต่างๆ เช่น การตรวจข้อสอบ เกณฑ์การให้คะแนนให้ชัดเจน โปร่งใส เพราะไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีกในปีต่อๆ ไป” พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี ประธานเครือข่ายพ่อแม่เยาวชนเพื่อการปฏิรูปการศึกษา แสดงความเห็นว่า ระบบแอดมิชชันมีจำนวนวิชาที่ต้องสอบมากขึ้น ซึ่งทางรัฐบาลเคยคิดว่าดีนั้น วันนี้ปรากฏชัดเจนแล้วว่ามีปัญหาซ่อนอยู่มากมาย และสมควรพิจารณายกเลิกหรือปรับเกณฑ์การใช้วิชาต่างๆ เข้ามหาวิทยาลัย หรือกลับมาใช้ระบบเอนทรานซ์เก่า “ที่ผ่านมาเรายังไม่เคยได้รับผลวิจัยที่ยืนยัน สนับสนุนว่าการใช้แอดมิชชันดีอย่าง แค่ไหน เท่าที่ฟังมาคือ เด็กต้องเรียนหนักกว่าเดิม เครียดมากขึ้น ผู้ปกครองต้องจ่ายค่าเรียนกวดวิชามากขึ้น โรงเรียนกวดวิชารับทรัพย์มากขึ้น และวันนี้การรับสมัครมีปัญหาอย่างที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งเกิดความไม่โปร่งใส ไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น เช่น มีการลอกข้อสอบ มีการแก้คำตอบ มีการตรวจที่ผิดพลาด ไม่เที่ยงธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้คงต้องมีการทบทวนกระบวนการสอบโอเน็ต-เอเน็ตกันใหม่ หรือไม่ยกเลิกแล้วใช้ระบบเอนทรานซ์เก่า” ขณะที่ น.ส.อภิญญา อมรดิลกกุล นักเรียนโรงเรียนนวมินทราชินูทิศ บดินทรเดชา ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อนายจาตุรนต์ และศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลชาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ว่า วันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมาได้เข้าไปดูผลคะแนนโอเน็ตเอเน็ตพบว่า คะแนนวิชาอังกฤษ (เอเน็ต) “ไม่มีคะแนน” จึงไปตรวจสอบกระดาษคำตอบที่ สทศ. โดยค้นตามหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน พบว่า หากระดาษคำตอบไม่เจอ หลังจากนั้นก็ลองหาจากห้องสอบ 038 โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี พอไล่หาห้อง 036, 037 และ039 ทว่าไม่มีห้อง 038 ศ.(พิเศษ) ดร.ภาวิช ได้ไขข้อข้องใจเรื่องดังกล่าวว่า คาดว่าจะอยู่ระหว่างการสแกนข้อสอบอยู่ จึงยังไม่ได้นำขึ้นเว็บไซต์ สำหรับคะแนนที่มีปัญหา พบว่ามีปัญหากระดาษ พอคอมพิวเตอร์ดูดกระดาษ ส่งผลให้คะแนนได้ไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้น ผลการตรวจข้อสอบครั้งใหม่ที่จะประกาศผลในวันที่ 30 เมษายน บางคนอาจจะได้คะแนนเปลี่ยนไป แต่คิดว่าจะมีจำนวนน้อย “เราพบปัญหาหลายจุด มีทั้งกระดาษติด 2 แผ่น การเขียนโปรแกรมผิดพลาด คือการให้คะแนนจะต้องเป็น 2 หลักแต่โปรแกรมทำไว้แค่หลักเดียว พอคณะกรรมการให้คะแนน 10 เลยกลายเป็น 0 ให้คะแนน 18 กลายเป็น 8 เป็นต้น พอสรุปได้ว่าว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด เกิดจากความไม่พร้อมของระบบและคนที่ไปจัดการกับระบบไม่รอบคอบเพียงพอ” ศ.พิเศษ ดร.ภาวิช กล่าว และว่าเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้นอีกจะให้คณะกรรมการตรวจข้อสอบแต่ละวิชา แต่ละโรงเรียน แต่ละห้องมีจำนวนเท่าไหร่ เช่นมี 3 แสนคน ก็ต้องมีกระดาษ 3 แสนชุด จากนั้นจะสแกนคำตอบทุกแผ่นแล้วดูว่าครบถ้วนหรือไม่ ดูไม่ชำรุด ไม่เอียง ไม่เบลอ แล้วตอนนี้ได้มีทีมพัฒนาโปรแกรมเพื่อตรวจข้อสอบซึ่งทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะมาทาบกับกระดาษคำตอบที่สแกน และให้คะแนนอย่างถูกต้องตามจริง เมื่อถามว่าจะมีผลกระทบกับระบบแอดมิชชันหรือไม่ ศ.พิเศษ ดร.ภาวิช กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นยังไม่เกี่ยวข้องกับหลักการของแอดมิชชัน เพียงแต่อยู่ระหว่างการจัดสอบแล้วมีการผิดพลาดเกิดขึ้น และเมื่อรู้สาเหตุของความผิดพลาดก็สามารถแก้ไขได้ ด้าน นายจาตุรนต์ กล่าวภายหลังรับฟังปัญหาจากนักเรียนเกี่ยวกับเกรดของนักเรียนว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าไปดูแลเรื่องนี้แล้ว ส่วนกรณีที่จะให้ยกเลิกการสอบ “คงทำไม่ได้” ต้องทำตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ส่วนการตรวจข้อสอบอัตนัยใหม่ทุกวิชา ตอนนี้ก็ให้ระดมคนจำนวนมากมาตรวจข้อสอบ เพื่อให้ทันเวลาเปิดเทอม คือไม่ต้องการให้กระทบต่อการเปิดภาคเรียนมากนัก “ผมมอบหมายให้ สกอ.ตั้งคณะกรรมการหลายชุดดูการตรวจข้อสอบ เพื่อความถูกต้องแม่นยำ และให้คณะกรรมการตรวจข้อสอบของ นายปรัชญา เวสารัชช์ ประธานประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย มาตรวจซ้ำอีกครั้ง เหมือนกับตรวจข้อสอบแบบดับเบิลเช็กเพื่อลดความผิดพลาด และคะแนนโปร่งใส ยุติรรมกับนักเรียนทุกคน” ด้านนางอารีรัตน์ วัฒนสิน รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) แสดงความเห็นเกี่ยวกับการปรับเกรดว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) คงจะไม่สามารถสั่งการให้โรงเรียนปรับเกรดให้กับนักเรียนที่จบก่อนปีการศึกษา 2548 หรือเด็กที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแล้วกลับมาสอบเข้ามหาวิทยาลัยใหม่(เด็กซิ่ล)อีกครั้ง ทั้งนี้ นางอารีรัตน์ ได้ให้เหตุผลดังนี้ 1.จากสพฐ.ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าเด็กกลุ่มนี้มีเพียง 69 คนเท่านั้นตามรายชื่อที่โรงเรียนได้แจ้งมาไม่ใช่ 10,000 คนตามที่เด็กระบุ พร้อมกันนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบยังพบด้วยว่าบางโรงเรียนก็เก็บคะแนนดิบเอาไว้ บางแห่งไม่ได้เก็บเอาไว้ ถ้าหากจะปรับเกรดใหม่จะทำให้เกิดความลักลั่นกัน 2.ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีที่ผ่านมามีโรงเรียนนำร่องของสพฐ.ที่มีนักเรียนประมาณ 3 – 4 พันคนได้ใช้เกรดเป็น 8 เกรดแต่ทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ได้ขอให้สพฐ.ปรับเกรดเด็กกลุ่มนี้ให้ใช้เกรดเพียง 5 เกรดทำให้เด็กกลุ่มนี้เสียสิทธิและได้คะแนนจีพีเอ ลดลง ซึ่งหากในปีนี้สพฐ.ปรับเกรดให้กับเด็กซิ่ลก็จะทำให้เด็กกลุ่มดังกล่าวเสียเปรียบ 3.หากปรับเกรดใหม่จะทำให้เด็กกลุ่มนี้จะมีค่าจีพีเอ 2 ค่าเพราะขณะนี้สกอ.มีฐานข้อมูลจีพีเอนักเรียนทุกคนแล้วจะเกิดความวุ่นวายได้ อย่างไรก็ตามตนจะเสนอข้อมูลดังกล่าวให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการทราบพร้อมกับชี้แจงรายละเอียดต่างๆ ที่ไม่สามารถปรับเกรดให้นักเรียนได้ วันเดียวกันได้มีกลุ่มนักเรียนได้โทรศัพท์มาร้องเรียน “ผู้จัดการออนไลน์” เกี่ยวกับความไม่ยุติธรรมในการเปิดรับสมัครนักศึกษาของโครงการรัฐศึกษา คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ทั้งนี้ เนื่องจากโครงการดังกล่าวได้เปิดรับสมัครนักเรียนเข้าศึกษาต่อระหว่างวันที่ 5-12 เมษายนที่ผ่านมา และประกาศปิดรับสมัครในวันที่ 12 เมษายนโดยที่ไม่ได้ยืดหยุ่นให้กับนักเรียนที่ยังมีปัญหาเกี่ยวกับการสอบโอเน็ต และเอเน็ต ทำให้นักเรียนเสียสิทธิไปอย่างน่าเสียดาย ทั้งนี้ เมื่อทางนักเรียนได้สอบถามไปยังคณะก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงและเปิดให้รับสมัครใหม่ ดังนั้น จึงต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการ และสกอ.เข้ามาตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย สำหรับความเคลื่อนไหวในวันนี้(18 เม.ย.) นั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีรักษาการจะมีการหยิบยกปัญหาการตรวจข้อสอบ แบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอ-เน็ต และแบบทดสอบการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง หรือ เอ-เน็ต ซึ่งผิดพลาดจนต้องรื้อทำการตรวจข้อสอบใหม่ทั้งหมด เข้าหารือในที่ประชุม |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 17 เมษายน 2549 18:38 น. |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|