|
|
| อธิบดีกรมสุขภาพจิต เสนอให้สถานศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาจัดกิจกรรม “รับน้อง” สร้างบรรยากาศกิจกรรมสร้างสรรค์ “รุ่นพี่ช่วยเหลือ แนะนำรุ่นน้อง” คนแข็งแรงช่วยคนที่อ่อนแอ ยอมรับกระแสนักเรียนหญิงตบตีกันเพิ่มขึ้น หวั่นกลายเลียนแบบเป็นแฟชั่น เรียกร้องพ่อแม่เป็นต้นแบบ พูดคุยสมานฉันท์ ช่วยเหลือผู้อื่น ด้าน “อ๋อย” อ้างมีนักเรียน นักศึกษา กว่า 10 ล้าน ย่อมมีปัญหาทะเลาะกันบ้าง สั่ง 5 องค์กรหลักเยียวยา พร้อมรวบรวมข้อมูลเพื่อหาทางแก้ปัญหาให้ตรงจุด วอนสื่ออย่าเสนอภาพคลิปวิดีโอ หวั่นจูงใจให้นักเรียน นักศึกษา เลียนแบบ
นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงแนวทางแก้ปัญหานักเรียนหญิงตบตีกัน และถ่ายคลิปวิดีโอไว้ว่า แนวโน้มพบนักเรียนนักศึกษาหญิงใช้ความรุนแรงต่อกันมากขึ้น แนวทางการแก้ปัญหานี้ควรมีต้นแบบของการทำดีต่อกัน เริ่มตั้งแต่ครอบครัว คนในสังคม ขณะเดียวกัน ในสถานศึกษาควรมีการ “รับน้อง” ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษา จัดกิจกรรมและบรรยากาศที่สร้างสรรค์ เพื่อเป็นการปลูกฝังวัฒนธรรมการช่วยเหลือกัน โดยเฉพาะรุ่นพี่ควรช่วยเหลือรุ่นน้อง หรือคนที่อยู่โรงเรียนนั้นมาก่อนควรให้คำแนะนำ ดูแลคนที่เพิ่งเข้าเรียนใหม่ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ทางสถานศึกษาต้องสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ขึ้น อีกทั้งพ่อแม่ต้องเป็นต้นแบบการพูดคุยที่ดีต่อกัน แก้ปัญหาอย่างสมานฉันท์ ไม่แก้ปัญหาด้วยความรุนแรง ตบตีกัน กลายเป็นต้นแบบให้ลูก อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า เหตุการณ์ที่นักเรียนหญิงในระดับอาชีวะตบตีกัน และใช้กล้องโทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปวิดีโอไว้ ภาพเหตุการณ์แสดงถึงการใช้ความรุนแรงมากกว่าสมัยก่อน ลักษณะการทำร้ายต้องการให้บาดเจ็บ เสียโฉม หวั่นจะกลายเป็นแฟชั่น เกิดการเลียนแบบ “เอแบคโพลล์ สำรวจพบวัยรุ่นไม่เคยช่วยเหลือคนอื่นถึง 62 เปอร์เซ็นต์ เขาไม่เคยช่วยใครเลย ตอนนี้ในสังคมเราบนรถเมล์ไม่ค่อยเห็นผู้ชายลุกขึ้นให้ผู้หญิง คนแก่ นั่งแล้ว มันหายไปจากสังคมไทย ถึงเวลาที่เราจะสร้างวัฒนธรรม คนที่แข็งแรงกว่าไม่รังแกคนที่อ่อนแอ แต่ต้องช่วยเหลือกัน ผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคมทำเป็นตัวอย่าง เด็กวัยรุ่นเขาต้องการต้นแบบ เราต้องสอนให้เขาเห็นใจคนอื่น” นพ.ม.ล.สมชาย กล่าว อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดในสถานศึกษา ครูอาจารย์จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ ทั้งนี้ ช่วงวัยรุ่นเป็นช่วงที่ร่างกาย จิตใจ มีพลังสูงมาก พร้อมที่จะเลียนแบบในสิ่งที่ดีและไม่ดี ดังนั้น ควรส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมที่เด็กได้ออกกำลังกาย เช่น กีฬา การออกค่าย ฝึกลูกเสือ เนตรนารี เป็นต้น ด้าน นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงปัญหานักเรียนทะเลาะวิวาทกัน ว่า ได้มอบหมายให้ 5 องค์การหลักของ ศธ.ไปร่วมกันจัดเสวนาเพื่อนำข้อสรุปมาแก้ปัญหาเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน อย่างกรณี รถโรงเรียนประสบอุบัติเหตุ นักเรียน นักศึกษาทำร้ายร่างกายกันในโรงเรียน หรือนอกโรงเรียนและการรับน้อง ซึ่งจะมีการรับน้องในเร็วๆ นี้ อันที่จริงปัญหาหลายเรื่อง ไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมานานแล้ว เพียงแต่วันนี้มีเทคโนโลยีล้ำสมัยสามารถเก็บภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ เมื่อได้มีการนำภาพมาเผยแพร่ให้สังคมได้รับรู้ จึงเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคม จึงอยากขอร้องสื่อทุกประเภทอย่านำภาพออกเผยแพร่ต่อสาธารณชน เกรงว่า จะมีการเลียนแบบมากขึ้น เพราะเคยมีตัวอย่างในต่างประเทศ มีนักเรียนคนหนึ่งฆ่าตัวตายจนเป็นข่าวครึกโครม หลังเผยแพร่ข่าวไม่นานก็มีนักเรียน นักศึกษา นับ 10 คน ฆ่าตัวตายจนกระทั่งประเทศนั้นห้ามเผยแพร่ภาพ “ปัจจุบันเรามีนักเรียน นักศึกษา กว่า 10 ล้านคน ต้องยอมรับว่า เราคงควบคุมดูแลนักเรียน นักศึกษาได้ไม่ทั่วถึง จึงขอให้องค์กรหลัก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โรงเรียน ผู้ปกครอง คนในชุมชนเข้าไปมีส่วนร่วมดูแลด้านความประพฤติของนักเรียน นักศึกษา ให้มากขึ้น พร้อมกันนี้ มอบให้กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) จัดทำระบบข้อมูลปัญหาให้ครอบคลุมทุกด้านที่เกี่ยวกับนักเรียน นักศึกษา เพื่อหาสาเหตุและวิธีการแก้ปัญหาเรื่องนั้นๆ” นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า กระทรวงศึกษาธิการ สถานศึกษา ไม่ได้ทำหน้าที่ดูแลด้านการเรียนการสอนเท่านั้น จะต้องเข้ามีบทบาทดูแลครอบคลุมด้านพฤติกรรมของนักเรียน นักศึกษา ให้อยู่ในกรอบด้วย สำหรับกรณีที่การตบตีของนักเรียนหญิงที่เกิดขึ้น และมีการบันทึกภาพไว้เป็นคลิปวิดีโอนั้น ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางนิตย์ โรจน์รัตนวาณิชย์ นักวิชาการศึกษา 8 ว.สำนักผู้ตรวจราชการประจำเขตตรวจราชการที่ 5 กระทรวงศึกษาธิการ อ.เมือง จ.ชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่เดินทางมายังโรงเรียนดังกล่าว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจากผู้อำนวยการโรงเรียน และอาจารย์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งให้ข้อมูลว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตรงกับวันไหว้ครู โดยประมาณช่วงเที่ยงนักเรียนทั้งสองมีปากเสียงกันขึ้น ทำให้รุ่นพี่ลากตัวนักเรียนรุ่นน้องขึ้นไปบนตึก เค ชั้น 3 ซึ่งมีกลุ่มเพื่อนนักเรียนร่วมห้องกว่า 30 คน ขึ้นไปอยู่ในเหตุการณ์ที่มีการตบตีกันและถ่ายคลิปวิดีโอไว้ อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนได้เชิญผู้ปกครองทั้งสองฝ่ายพร้อมนักเรียนทั้งหมด 15 คน มาทำความเข้าใจและขอโทษกันไปด้วยดี โดยเฉพาะให้นักเรียนทั้งหมดลบภาพคลิปวิดีโอออกจากโทรศัพท์ให้หมดเรียบร้อย แต่ไม่ทราบเหตุใดจึงมีภาพเหล่านี้เผยแพร่ออกมา รู้สึกเสียใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่อยากให้นักเรียนเสียอนาคต เพื่อให้นักเรียนทุกคนที่เกี่ยวข้องมีสำนึกในการกระทำผิด ทางโรงเรียนจะนำนักเรียนไปหล่อหลอมจิตใจหรือเข้าค่ายธรรมะ และบำเพ็ญประโยชน์ให้กับสังคมต่อไป พร้อมกันนี้ นางนิตย์ กำชับให้โรงเรียนเข้มงวดกวดขันความประพฤติของนักเรียน เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องทำนองนี้อีก เพราะจะทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อสถาบันการศึกษา อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนได้แก้ปัญหาไปแล้วก็จะรายงานให้ต้นสังกัดทราบ |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานบุคลากร อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 26 มิถุนายน 2549 16:53 น. |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|