|
|
| คนที่น่ากลัวและอันตรายที่สุดก็คือ คนที่ชอบพูดปากอย่างใจอย่าง พูดกับเราแบบหนึ่ง ลับหลังเราเอาเรื่องเราไปนินทาสารพัด คุณเคยเจอคนแบบนี้บ้างหรือไม่ คนแบบนี้จะเป็นคนมีเสน่ห์ เพราะพูดเก่ง เอาใจเก่ง ช่างหาเรื่องมาคุยได้มากมาย และเป็นที่น่าสังเกตเห็นว่าเพื่อนสนิทของเขามักจะมีลักษณะนิสัยคล้าย ๆ กัน
หากเป็นไปได้ เราควรจะอยู่ห่าง ๆ จากคนพวกนี้จะดีกว่า เพราะมิเช่นนั้นแล้วคุณจะเป็นหนึ่งในเรื่องราวที่พวกเขาอาจจะหยิบยกขึ้นมาพูดในวงสนทนาได้ แบบว่าซุบซิบกันสนุกไปเลย จะเห็นได้ว่าพวกเขาจะมีความสุขกับการนำเรื่องราวของคนอื่นมาเม้าส์ ....... เป็นพวกชอบเม้าส์แต่ไม่ชอบให้ใครนำเรื่องราวของตนไปเม้าส์..... มันแปลกดีนะ อลิสขอหยิบยกเรื่องของคนประเภทนี้ให้แฟนคลับรับรู้ดูนะคะ คือว่ามีเพื่อนร่วมงานมาบ่นให้อลิสฟังว่า ไม่อยากจะอยู่ในบริษัทนี้แล้ว ไม่มีใครไว้ใจได้เลย ทีแรกคิดว่าพี่ร่วมงาน สมมุตชื่อว่าคุณเล็ก น่าจะเป็นคนที่ไว้วางใจได้มากที่สุด เพราะดูแล้วเป็นคนมีอัธยาศัยไมตรีดี ชอบชวนคุย เวลาไปที่ไหนมักจะซื้อขอมาฝาก วันหนึ่งเพื่อนอลิสได้ปรึกษาคุณเล็กว่าจะลาออกดีไหม เพราะรู้สึกว่าตนเองต้องตื่นแต่เช้า เนื่องจากที่ทำงานอยู่ไกลจากบริษัท รู้สึกเหนื่อยมาก กลับบ้านแทบจะไม่เวลาทำอะไรแล้ว ถึงบ้านเกือบสามทุ่มทุกวัน ....และหลังจากที่ได้คุยกันไปพักใหญ่ เพื่อนอลิสกำชับกับคุณเล็กว่า “อย่าได้บอกใครเป็นอันขาดเชียว” และหลังจากนั้นไม่นาน เพื่อนอลิสมารับรู้จากน้องที่ทำงานว่า คุณเล็กได้บอกกับใครต่อใครว่าตนเอง (เพื่อนอลิส) จะลาออก เหตุเพราะเบื่อสถานที่ทำงาน (แบบว่าพูดใส่ใข่ค่ะ) รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ของเพื่อนอลิสที่ได้ถูกนำมาพูดคุยกันในวงสนทนาของคุณเล็กไปแล้ว พบว่าการกระทำของคุณเล็ก ก็เหมือนกับการเป็นคนปากอย่างใจอย่าง เป็นพวกไม่ซื่อสัตย์ หน้าไหว้หลังหลอก สิ่งที่คุณพึงกระทำหากต้องทำงานร่วมกับกลุ่มคนที่มีนิสัยเช่นที่ว่านี้ก็คือ การหลีกเลี่ยง แต่ไม่ใช่การหลีกหนี อลิสไม่ขอแนะนำให้ลาออกเพราะเหตุผลไม่ชอบเพื่อนร่วมงานค่ะ เหตุผลที่ฟังขึ้นสำหรับการลาออกแต่ละครั้งก็คือ ลาเพื่อแสวงหาความรู้ใหม่ ลาออกเมื่อมีงานใหม่ที่รองรับและเพิ่มมูลค่าให้กับตนเอง การลาออกเมื่อยังไม่ได้งาน ไม่ขอแนะนำค่ะ ..... ตอนนี้เศรษฐกิจเอาแน่เอานอนไม่ได้นะคะ อลิสให้คำแนะนำแก่เพื่อนไปว่า หากอยากจะทำงานในบริษัทนี้อย่างมีความสุข ข้อที่พึงกระทำคือ 1. เพิกเฉย อย่าไปสนใจกับสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ ไม่จริงใจของเพื่อนร่วมงาน อย่าคิดมากนะคะ เรื่องแบบนี้เป็นของธรรมดา เกิดได้กับทุกที่ ทุกเวลา หากเพื่อนร่วมงานมีนิสัยหน้าไหว้หลังหลอก เราก็ไม่ต้องไปคุยกับพวกเขามากนัก โดยเฉพาะเรื่องส่วนตัว แค่นี้ก็หมดปัญหาค่ะ 2. คิดแต่เรื่องงาน อลิสอยากให้เอาเวลาไปคิดถึงการเพิ่มมูลค่างานของตนจะดีกว่า ให้มองไปที่อนาคตไม่ใช่อยู่ที่ปัจจุบัน มองว่าเราจะเพิ่มมูลค่าของตนให้มากยิ่ง ๆ ขึ้นต่อไปได้อย่างไรจะดีกว่าค่ะ ทำตนเองให้สนุกกับงานที่ทำ พยายามหาวิธีการพัฒนาความรู้ ความสามารถของตนเองอยู่เสมอ 3. อย่าใช้วิธีการแค้นนี้ต้องชำระ นั่นก็คือ เขานินทาเราได้ เราก็นินทาเขาได้ แบบนี้ไม่ดีแน่นอนค่ะ จงให้อภัย และพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือคนประเภทนี้ อลิสว่าเราควรจะสงสารและเห็นใจคนประเภทนี้จะดีกว่าค่ะ การที่เขามีพฤติกรรมแบบนี้ อาจจะเป็นถูกเลี้ยงดูหรือรับรู้พฤติกรรมแบบนี้มาจากการปลูกฝังของพ่อแม่ หรือคนรอบข้าง สำหรับคนที่มีพฤติกรรมหน้าไหว้หลังหลอก อลิสอยากให้คนประเภทนี้ลองหาเวลาเปิดใจถามตนเองว่า “หากมีคนแสดงพฤติกรรมแบบนี้กับเรา เราจะพอใจหรือไม่” “เราจะมีปฏิกิริยาตอบโต้อย่างไร” .... คำตอบน่าจะรู้อยู่แล้วนะคะ .....ใจเขาใจเราค่ะ |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานบุคลากร อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: www.hrcenter.co.th |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|