|
|
| “อ๋อย” อ้างข้อมูล สมศ.ช่วยให้รู้จุดบกพร่อง จะได้แก้ตรงจุด พร้อมคัดค้านตั้งองค์กรมหาชนและเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษา ใช้งบสูง ขณะที่ กษมา เผยไต๋ 1ตุลาจะเข้าไปปรับปรุงมาตรฐานโรงเรียนตกมาตรฐาน 560 แห่ง เตรียมจับมือ สพท. กำหนดเป้าหมายในการปัญหาเป็นรายโรง พร้อมเสนอใช้แบบทดสอบมาประเมินเด็ก เพื่อดูพัฒนาการของเด็ก
สืบเนื่องมาจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) มาเปิดเผยข้อมูลว่ามีโรงเรียนกว่า 2 หมื่นจาก 3 หมื่นแห่งไม่ผ่านเกณฑ์นั้น นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า รู้ว่าระบบการศึกษามีปัญหาจึงมอบหมายให้ สมศ.ไปรวบรวมข้อมูลแล้วประมวลผลมาให้ว่ามีปัญหาเรื่องอะไรบ้าง จะได้แก้ไขได้ตรงจุด “ไม่อยากให้ประชาชนตื่นตกใจว่าโรงเรียนตกมาตรฐานเยอะ ต้องดูว่าข้อมูลปีไหน ตกเรื่องอะไรบ้าง ขาดครู สื่อการเรียนการสอน อาคารชำรุด วิธีการประเมินของ สมศ.มีหลายด้าน แล้วเราค่อยๆ แก้ไข การศึกษามีขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นจะแก้ไขเสร็จโดยเร็วไม่ได้ คงต้องใช้เวลาเป็นปี และเรื่องไหนทำได้ก็ทำไปก่อน สำหรับสื่อการเรียนการสอนเคยมียุทธศาสตร์การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยสอนในวิชาสำคัญๆ เพียงแต่ปัจจุบันยังไม่ได้นำมาใช้ ถ้านำมาใช้เด็กจะมีพัฒนาการความรู้ความสามารถดีขึ้น” ส่วนเรื่องที่ สมศ.เสนอให้จัดตั้งองค์กรมหาชน เพื่อพัฒนาโรงเรียนที่ไม่ได้มาตรฐาน และเพิ่มเขตพื้นที่การศึกษาจาก 175 เป็น 295 เขต นายจาตุรนต์ แสดงความเห็นว่า การเพิ่มหน่วยงานขึ้นมา จะต้องใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งเรามีข้อจำกัดหลายอย่าง จึงไม่ควรตั้งองค์กรหรือเพิ่มเขต ด้าน คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงผลการประเมินโรงเรียนของ สมศ. ว่า สมศ.ระบุว่ามีโรงเรียนไม่ผ่านการประเมินคุณภาพการศึกษาเป็นจำนวน 2 ใน 3 หรือกว่า 20,000 โรงที่อยู่ในระดับต้องปรับปรุง ซึ่งในจำนวนดังกล่าวมีโรงเรียนที่เข้าขั้นโคม่าไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินขั้นต่ำกว่า 1.75 อยู่แค่จำนวน 560 โรงเท่านั้น โดยเป็นโรงเรียนที่จะต้องเร่งเข้าไปปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน และขณะนี้ สพฐ.ก็มีโครงการที่จะเข้าไปดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานของ สมศ. สำหรับโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครปฐมที่ สมศ.ระบุว่าไม่ผ่านเกณฑ์ใด ๆ เลย ตนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว ซึ่งคิดว่าสามารถแก้ไขให้อยู่ในเกณฑ์การประเมินได้ไม่อยากนัก เพราะที่ผ่านมาโรงเรียนแห่งนี้อยู่ในเกณฑ์พอใช้ แต่ครั้งนี้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินเนื่องเพราะผู้บริหารโรงเรียน ครู ย้ายไปสอนที่โรงเรียนอื่น ส่งผลให้มีครูไม่ครบตามเกณฑ์และคุณภาพการเรียนของนักเรียนตกต่ำ อย่างไรก็ตาม สพท.ประธานกลุ่มโรงเรียนและผู้บริหารโรงเรียนได้ขอเวลา 1 เดือน เพื่อปรับปรุงแก้ไขแล้วให้ สมศ.เข้ามาประเมินอีกครั้งหนึ่ง “1 ตุลาคม จะไปรับตำแหน่ง เลขาฯ กพฐ. จะเข้าไปดำเนินการปรับปรุงโรงเรียนทุกโรงที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน โดยเฉพาะโรงเรียนที่ สมศ.ระบุว่าแย่มากๆ ก็มั่นใจว่าเรายังมีช่องทางที่จะพัฒนาโรงเรียนให้ดีขึ้นได้ โดยจะเข้าไปพัฒนาหลักสูตร สื่อการเรียนการสอนที่เอื้อต่อการเรียนรู้ พร้อมทั้งขออัตราครูเพิ่มในส่วนที่ขาด สำหรับนักเรียนจะเน้นดูแลด้านสุขภาพอนามัยและโภชนาการ จะทำให้เด็กเรียนอย่างมีความสุขและอยากมาโรงเรียนทุกวัน” คุณหญิงกษมา กล่าวต่อว่า เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ศธ.ต้องกำหนดเป้าหมายร่วมกับ สพท. และขอความร่วมมือไปยังจังหวัดหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อแก้ปัญหาโรงเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำทั้ง 560 โรงแรก แทนการที่จะมานั่งถกเถียงกันว่าจะถ่ายโอนหรือไม่ถ่ายโอน แต่ทุกฝ่ายควรจะมาจับมือกันเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนไว้ว่าจะแก้ไขให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษา 2550 เพื่อให้ผู้ปกครองเกิดความมั่นใจต่อคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน คุณหญิงกษมา มีแนวคิดว่า ควรมีการทดสอบวัดคุณภาพการศึกษาระดับชาติในทุกโรงเรียนเพื่อเก็บข้อมูลไว้ติดตามผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของนักเรียนแต่ละราย ซึ่งขณะนี้ในบางเขตพื้นที่การศึกษาได้มีการดำเนินการไปบ้างแล้วและสามารถบอกได้ทันทีว่ามีเด็กที่อ่านเขียนไม่ได้อยู่จำนวนเท่าไหร่ “เราจะไปประณามโรงเรียนที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารที่มีเด็กเรียนไม่เก่ง มีเด็กยากจนและเด็กด้อยโอกาสอยู่ในโรงเรียนจำนวนมากจนทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินไม่ได้ เพราะจะทำให้โรงเรียนรับแต่เด็กเรียนเก่งมาเรียนเท่านั้น ทั้งนี้สำหรับการประเมินโรงเรียนลักษณะดังกล่าวควรมีความยืดหยุ่นโดยให้คะแนนความพยายามของครูและผู้บริหารที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่” ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามที่ สมศ.เสนอให้มีการขยายเขตพื้นที่การศึกษา จากเดิม 175 เป็น 295 นั้น คุณหญิงกษมา บอกว่า การขอขยายเขตพื้นที่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ทันที การขอเพิ่มจะต้องขออนุมัติจากคณะกรรมการสภาการศึกษา อย่างไรก็ตาม ถ้าหากมีความจำเป็น ศธ.อาจจะต้องพิจารณาขยายเขตพื้นที่บ้างในบางเขตพื้นที่ แต่จะขยายจำนวนเท่าไหร่นั้นจะต้องดูข้อมูลจาก สพฐ. ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดพัทลุง ซึ่งมีเขตเดียว ก็อาจจะขยายได้บ้าง แต่สำหรับเขตพื้นที่ที่มีจำนวนเขตอยู่หลายเขตแล้วก็อาจใช้วิธีมอบหมายงานให้ช่วยกันดูแลรับผิดชอบแทนการขยายเขตพื้นที่การศึกษา |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานบุคลากร อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 23 สิงหาคม 2549 13:59 น. |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|