|
|
| “จาตุรนต์”ขยับใช้ออกกฎหมายบังคับห้ามโรงเรียนรับเด็กเกินจำนวน ระบุหากไม่ออกเป็นกฎบังคับก็ไม่ได้ผล เพราะโรงเรียนต่างๆ มีสิทธิใช้ดุลพินิจ และถูกดันให้รับเด็กเข้าเรียนได้ ส่วนเด็กในอุปการะคุณขอให้ยังคงมีอยู่
นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมสัมมนาคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่อิมแพค เมืองทองธานี ว่า การทำงานของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา หากจะทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะต้องมีการรวบรวมข้อมูลปัญหาทางด้านการศึกษาในปัจจุบัน จากผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เพื่อให้ทราบว่าปัญหาขณะนี้อยู่ในเรื่องใด เพื่อแก้ไขได้อย่างถูกทาง นอกจากนี้ ศธ. ต้องเร่งแก้ไขปัญหาการศึกษา เนื่องจากผลการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) และแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง (เอเน็ต) พบว่าเด็กไทยมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาค่อนข้างต่ำ ขณะเดียวกันผลการประเมินภายนอกสถานศึกษารอบแรก ก็พบว่า มีโรงเรียนจำนวนมากที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องของการรับนักเรียนที่มีจำนวนต่อห้องมากเกินไปและหากปล่อยไว้จะเกิดความเสียหาย “การห้ามรับนักเรียนเกินจำนวนไม่ใช่เรื่องง่าย ถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ซึ่งในหลายประเทศต้องใช้วิธีออกกฎหมาย ดังนั้น หากประเทศไทยจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ โดยเรียกร้องให้หยุดฝากเด็กเข้าเรียนคงเป็นไปไม่ได้ ถ้าจะทำได้อย่างน้อยคงต้องออกเป็นพระราชบัญญัติ หรือกฎระเบียบ และมีการนำเสนอเข้าคณะรัฐมนตรี และผ่านสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้ผล และผลเสียก็จะเกิดกับเด็ก โรงเรียนก็จะไม่มีคุณภาพ” นายจาตุรนต์ กล่าว รักษาการ รมว.ศธ. กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังหารือให้ได้ข้อสรุปว่าจะกำหนดกติกาอย่างไร เพื่อให้สามารถใช้ได้ทันในปีการศึกษา 2550 โดยระหว่างนี้คงต้องชี้แจงให้สังคมเข้าใจด้วยหากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกมาเป็นกฎระเบียบ เพราะถ้าไม่เข้าใจก็จะไปสร้างแรงกดดัน เช่น ถ้าเป็นมติ ครม. ก็จะไปกดดันจนขอให้ยกเลิกมติ ครม.ได้ หรือถ้าเป็นระเบียบระดับ สพท.ก็จะกดดันขอให้แก้ เป็นต้น รักษาการ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า การคุมจำนวนนักเรียนต่อห้องนั้น คนที่ไม่เข้าใจก็จะวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำไมต้องออกเป็นกฎหมาย ทำไมไม่ใช่วิธีให้ยกเลิกการฝากเด็กเข้าเรียน ซึ่งความจริงแล้วการใช้วิธีขอแรง หรือกำหนดเป็นหลักการนั้นจะทำไม่ได้ผล เพราะโรงเรียนต่างๆ มีสิทธิ์ใช้ดุลยพินิจ และจะถูกกดดันจากทุกฝ่ายที่อยากให้ลูกหลานของตัวเองได้เข้าเรียนโรงเรียนที่มีชื่อเสียง สังเกตได้ว่าปัจจุบันโรงเรียนที่มีคุณภาพจะกลายเป็นโรงเรียนที่มีการรับเด็กในจำนวนจำกัด เช่น โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ที่รับเด็ก 20-30 คน/ห้อง ส่วนโรงเรียนที่มีชื่อเสียงก็ต้องรับเด็กในจำนวนต่อห้องมาก ทำให้คุณภาพของเด็กและโรงเรียนก็ตกไปตามๆ กัน อย่างไรก็ตามในส่วนของเด็กอุปการะคุณนั้นยังคงสามารถกำหนดให้มีต่อไปได้ แต่จะต้องกำหนดรวมกับจำนวนเด็กในภาพรวม ซึ่งต้องไม่ใช่ 60 คน/ห้องอย่างที่เป็นอยู่ |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานบุคลากร อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 25 สิงหาคม 2549 14:09 น. |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|