[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

บทความน่ารู้ : Balanced Score Card เคล็ดการบริหารเพื่อทำกำไร

                ในปัจจุบันนี้เหล่าบรรดาผู้บริหารระดับสูงไม่ว่าจะเป็น ในวงการธนาคาร หรือ  วงการทางด้านการเงิน  เป็นต้น  ยอมเสียค่าใช้จ่ายเป็นแสน ๆ ส่งพนักงานในระดับ Executive Vice President เข้าอบรมที่ Harvard University  เพื่อร่วมสัมมนาในเรื่อง Balanced Score Card  ซึ่งตอนนี้เป็นเรื่องที่ได้รับความสนในอย่างกว้างขวางในวงธุรกิจต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งในวงราชการ และสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่อาศัยประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ ก็จะสามารถมองเห็นธุรกิจของท่านได้อย่างรอบด้านโดยไม่ต้องรอให้ปัญหาเกิดขึ้นก่อน ถ้าเข้าใจว่า Balanced Score Card คืออะไร

Balanced Score Card คืออะไร
                   
              แนวคิดในการบริหารธุรกิจแบบใหม่ อาจเรียกได้ว่าเป็น Management System คือ ระบบการบริหารงานทั้งองค์กร ตั้งแต่ระดับผู้กำหนดนโยบายจนถึงผู้ปฏิบัติ โดยมองจาก 4 ปัจจัยพร้อม ๆ กัน คือ ด้านลูกค้า ด้านการปรับระบบการทำงานภายในองค์กร ด้านการเงิน และด้านการพัฒนาบุคลากร ซึ่งเปรียบเสมือนเป็น Check list ตรวจสอบพฤติกรรมขององค์กรทางธุรกิจอย่างเป็นกระบวนการ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างคุณภาพในการผลิต คุณภาพทำงานของบริษัทหรือองค์กร เพื่อจะดูว่าช่วงนี้บริษัทเรากำลัง focus ในเรื่องใด แล้วเรื่องนั้นมันมีปัญหาหรือยัง เราควรแก้ไขปรับปรุงอย่างไร

ประโยชน์ Balanced Score Card

                    1.      เป็นวิธีการบริหารงานที่มองเห็นภาพรวมทั้งหมดอย่างครบวงจร  เพื่อให้งานสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้า เพราะให้มุมมองใหม่เกี่ยวกับลูกค้า, การบริหารงานภายในองค์กร, การกำหนดเป้าหมายทางธุรกิจและการพัฒนาองค์กรในแง่การสร้างเสริมศักยะภาพให้กับพนักงาน การนำระบบ computer เข้ามาช่วยเก็บข้อมูล

              2.      สามารถประเมินผลได้อย่างถูกต้องและแก้ไขปัญหาได้ทันเวลา

              3.      จะก่อให้เกิด team work  เพราะพนักงานทุกคนจะร่วมมือร่วมใจประสานงานเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมาย  เดียวกัน คือ การสร้างผลกำไรให้กับบริษัท

              4.        Balanced Score Card จึงเปรียบเสมือนแผ่นให้คะแนน การบริหารที่มองในมุมต่าง ๆ อย่างได้สมดุล ทั้งหมด 4 ด้าน ได้แก่
                      1.      มองด้านลูกค้า  ใครคือลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่ทำกำไรให้แก่บริษัท หรือองค์กรจริง ๆ ลูกค้าคนไหนที่ถือว่าเป็น  high network customer ถือเป็นวิธีการมองลูกค้าด้วยมุมมองแบบใหม่ คือ ไม่ใช่แค่การสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าเท่านั้น แต่เราจะทำอย่างไรเพื่อให้ลูกค้าซื้อสินค้า หรือ บริการของเราเพิ่มซึ่งมีวิธีการวัดลูกค้า 5 ประการ ดังนี้
                                1.      ส่วนแบ่งทางการตลาด  (Market Share)
                                                    *  ใครคือลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของเรา (potential segment) เน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นตลาดใหญ่ อำนาจซื้อสูงและยินดีซื้อสินค้าหรือบริการของเรา และถ้าสินค้าหรือบริการของเรามีกลุ่มเป้าหมายขนาดเล็กให้เลิกดำเนินกิจการนั้นไปเลย

                                        *  ลูกค้าที่ซื้อสินค้าของเราเป็นกี่เปอร์เซ็นต์จากจำนวนเงินของลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ตัวเดียวกันเมื่อเทียบกับทุกบริษัท

                                  2.    การรักษาฐานลูกค้าเก่า (Customer Retention) เพื่อเป็นการลดต้นทุนและเวลาสำหรับการบริการลูกค้า บริษัทควรเลือกรักษาลูกค้าเก่าโดยการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มอย่างชัดเจน  ได้แก่

                                        *  ลูกค้าเก่าที่มีความซื่อสัตย์ต่อบริษัท  มีการซื้อสินค้าหรือบริการเพิ่มขึ้น แนะนำลูกค้าใหม่ให้บริษัท

                                        *  ลูกค้าเก่าที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย ไม่ซื้อสินค้าเพิ่ม หรือต่อรองราคาอย่างสม่ำเสมอ

                                  3.      การหาฐานลูกค้าใหม่

                                          *  เทียบจำนวนราย
                                          *  ในจำนวนลูกค้าใหม่สามารถสร้างยอดขายเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของยอดขายทั้งหมด เช่น 200 คน ใหม่นี้สร้างยอดขายให้แก่บริษัทเพิ่ม 20 % บริษัทต้องรักษาไว้

                                  4.      การสนองตอบต่อความต้องการของลูกค้า (Customer Satisfaction)

                                                        *  ควรเลือกสนองตอบต่อความต้องของลูกค้าระดับ A เพื่อเป็นการประหยัดต้นทุนในการ service ลูกค้าและบริษัทต้องบริการกลุ่มนี้ให้ดีที่สุด

                                  5.      ลูกค้าทำกำไรให้เราบ้างหรือไม่ (Customer referrer)
                                                        จะถือเป็นลูกค้าระดับ A  ซึ่งจะต้องมีลักษณะ 3 ประการ คือ
                                            *  แนะนำลูกค้ารายใหม่ให้แก่บริษัท
                                            *  ชอบสินค้าหรือบริการเรามาก ๆ (completely or extremely)
                                                          *  ซื้อสินค้าหรือบริการของเราเพิ่ม

                      2. มองกระบวนการทำงานภายในองค์กร (Internal Business Process)
                                    ในอดีตเน้นแต่จำนวนการผลิต ต้อง productive เพื่อเป็นการลดต้นทุน ซึ่งหากพิจารณาในระยะยาวแล้วจะพบว่า อาจเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้บริษัท เพราะต้องเสียค่าแรงงานในการตรวจ หรือจัดเก็บคลังสินค้า (stock)  และเมื่อเวลาผ่านไปความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนไปสินค้า ตัวนั้นอาจขายไม่ได้ วิธีแก้
                          1. ทำการวิจัยตลาด เพื่อผลิตสินค้าใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด โดยดูจาก
                                    *  ลูกค้ามีความต้องการอะไร ต้องเป็นตลาดใหญ่
                                    *  คู่แข่ง เลือกเฉพาะบริษัทที่อยู่ในระดับ TOP
                                                *  บริษัทหรือองค์กรเรา มีความถนัด หรือความสามารถในการผลิตสินค้าหรือบริการประเภทใดและต้องเป็นราคาที่ลูกค้ายอมรับได้
                                    *  สภาพตลาด หรือสถานการณ์ในเวลาปัจจุบันเป็นสินค้าหรือบริการที่จำเป็นสำหรับตลาดนั้น ๆ
                          2.  เพิ่มความพอใจให้กับลูกค้า  แทนการผลิตสินค้าทีละมาก ๆ ดูจาก
                                      *  ระยะเวลาการผลิต ใช้ระยะเวลานานในระดับที่ลูกค้ารับได้หรือไม่ในการส่งมอบสินค้า  สำหรับด้านบริการ อย่าให้ลูกค้าต้องรอรับบริการนาน ใช้ computer เพื่อความรวดเร็วในการดึงข้อมูลลูกค้า
                                      *  วัดคุณภาพของสินค้าหรือบริการ  รับคืนสินค้าที่มีตำหนิ (defect) ทำให้เรารักษาลูกค้าไว้ได้  พนักงานขายจะเกิดความระมัดระวังให้ข้อมูลถูกต้องในการขายมากขึ้น และต้องตรวจดูจำนวนสินค้าที่ส่งคืนมากน้อยแค่ไหน และต้องนำมาแปรรูปอีกหรือไม่
                                      *  การบริการหลังการขาย  ใช้ระยะเวลานานแค่ไหนในการแก้ปัญหาให้ลูกค้า
                            3. การกำหนดเป้าหมายทางธุรกิจแบบใหม่ (Financial Perspective) แบบที่ไม่ได้เป็นการสร้างตัวเลข
                                    1.      ขยายรายได้ ด้วย 4 วิธี
                                            *  เสนอสินค้าหรือบริการใหม่ ๆ ที่ลูกค้าเก่าต้องการ โดยมองจากสภาพของตลาด แต่ฐานความต้องการสินค้าเก่าต้องไม่ลดลง
                                            *  หาวิธีการนำสินค้าเก่า นำไปเสนอขายแก่ลูกค้ากลุ่มใหม่
เจาะกลุ่มลูกค้าใหม่ เช่น ในส่วนภูมิภาคอื่น แต่ฐานลูกค้าเก่าต้องไม่ลดลง
                                            *  การปรับราคาให้สูงขึ้น หรืองดการลด แลก แจก แถม ถ้าสินค้าบริการเป็นที่ต้องการสูงหรือไม่มีคู่แข่ง
                                    2.      การลดต้นทุน  ทำได้แต่สินค้าหรือบริการต้องคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพและไม่กระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้า  สำหรับธุรกิจที่อยู่ในระยะเริ่มต้น  ควรพิจารณาในเรื่อง
                                            *  พนักงานแต่ละคนสามารถสร้างผลกำไรให้เราได้เท่าไร
                                            *  ลดต้นทุนต่อหน่วย ใช้อุปกรณ์เครื่องมือทำงานแทนการจ้างงานพนักงานในส่วนไหนได้บ้าง
                                            *  เปลี่ยนช่องทางการให้บริการ

                              4. การพัฒนาระบบการบริหารงาน จะพัฒนาระบบงาน ระบบคน ทรัพยากรมนุษย์ของเราได้อย่างไร
                                      1.  ระบบพนักงาน
                                          *  เพิ่มศักยะภาพของพนักงาน  โดยเลือกพนักงานที่ควรได้รับ Reskilling เพื่อทำงานใหม่ได้ตรงตามความต้องการของเราซึ่งตรงกับความพอใจของลูกค้า
                                          *  ต้องให้ตัวพนักงานทราบด้วยว่า Reskilling กี่ปี แล้วพนักงานจะเกิดความกระตือรือร้นในการทำงาน งานก็จะออกมามีประสิทธิภาพ และไม่ควรปล่อยให้พนักงานที่ทำงานมีประสิทธิภาพออกจากงานโดยเด็ดขาด
                                          *  สร้าง team work  ให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น

                                      2.    ระบบงาน
                                          *  ควรสร้างระบบ computer เพื่อจะได้รู้ระดับของลูกค้าแต่ละคนได้อย่างรวดเร็ว





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานบุคลากร
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: Dr.Boonchai.com

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง