[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

บทความน่ารู้ : วิธีการอ่านและวิเคราะห์จิตใจคน

ในสังคมปัจจุบันไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานะภาพใดหรือประกอบอาชีพใด  ต่างต้องมีการติดต่อสื่อสารพบปะพูดคุย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หรือเพิ่มความสัมพันธ์กับผู้อื่นให้ดียิ่งขึ้น  และหัวใจที่ทำให้เราประสบความสำเร็จทั้งในหน้าที่การงาน ,ในด้านครอบครัวเพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ก็คือ '' การรู้เท่าทันความคิดของผู้อื่น ''


การรู้เท่าทันผู้อื่น  เพื่อเราจะได้ปรับพฤติกรรมของเราให้เข้ากับ พ่อ แม่ หรือสมาชิกในครอบครัว, เพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้างานได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามสถานการณ์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความขัดแย้ง

            ตามที่เคยนำเสนอ ศาสตร์ในการอ่านใจคน ด้วยหลักจริต 6  ซึ่งถือเป็นพื้นฐานที่จะทำให้เรารู้แนวโน้มพฤติกรรมของผู้อื่นอย่างกว้าง ๆ  และเพื่อให้เราเข้าใจผู้อื่นอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น Dr.Dimitrius ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทในการคัดเลือกคณะลูกขุนเข้าร่วมพิจารณาคดีดัง ๆ มากมาย ในสหรัฐอเมริกา ได้เสนอหลักในการอ่านความคิด,แรงจูงใจและพฤติกรรมของผู้อื่น ณ จุดเวลานั้น เช่น อ่านคนจากน้ำเสียง, จากวิธีการพูดจา เป็นต้น

แต่การอ่านความคิดมนุษย์เป็นเรื่องที่ละเอียดสลับซับซ้อนเป็นอย่างมาก จึงจำเป็นต้องมีกรอบความคิดที่ชัดเจน เพื่อป้องกันความสับสน เพราะเบื้องหลังพฤติกรรมต่าง ๆ ที่มนุษย์แสดงออกมาย่อมเกิดจาก แรงกระตุ้น ที่ต่างกันไป

ดังนั้น เพื่อง่ายต่อการปรับประยุกต์ใช้ Dr. Dimitrius จึงให้หลักเกณฑ์พื้นฐาน  4  ประการ ดังต่อไปนี้

1.      มองหารูปแบบของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ

พฤติกรรมซ้ำ ๆ  หมายถึง รูปแบบการกระทำที่ใช้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าภายนอกหรือสถานการณ์เกิดขึ้นเป็นประจำจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของนิสัย เช่น เป็นคนกระตือรือร้น หรือเฉื่อยชา, เป็นคนชอบท่องเที่ยวหรือชอบอยู่เฉย ๆ เป็นต้น 

ดังนั้น เราไม่ควรสรุปผู้อื่นจาก 
                ·          พฤติกรรมในครั้งแรกที่รู้จักกัน  ( First Impression )
                ·          พฤติกรรมในทาง Negative  ที่นาน ๆ เกิดครั้งหนึ่ง

2.        หาพฤติกรรมที่เป็นนิสัยของเขาจริง ๆ ( เกิดขึ้นตามธรรมชาติ )

ตามหลักพื้นฐาน พฤติกรรมของมนุษย์สามารถ แยกได้ 2 ประเภท คือ

            1.  พฤติกรรมที่สร้างขึ้น  อาจจะเพื่อบทบาทหน้าที่การงานในสังคม หรือ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเอง เป็นต้น

            2.  พฤติกรรมที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ คือ พฤติกรรมที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกลายเป็น '' นิสัย '' อาจมีสาเหตุจากการเลี้ยงดู หรือถูกหล่อหลอมจากสภาพสังคม เป็นต้น

คำถาม :  เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพฤติกรรมที่คน ๆ นั้นแสดงเป็นของจริงหรือสร้างขึ้น ? 

      สังเกตจาก '' ระดับความเข้มข้นของพฤติกรรมที่เบี่ยงเบน ''  ปกติคนเราอาจมีพฤติกรรมที่เบี่ยงเบนไปบ้าง แต่จะไม่ต่างจากลักษณะนิสัยเดิม ๆ มากนัก  แต่ถ้าเบี่ยงเบนแบบสุดกู่ แสดงว่าเป็นพฤติกรรมซ้ำ ๆ ที่ถูกสร้างขึ้น 

เมื่อแยกได้แล้ว  ไม่ต้องสนใจพฤติกรรมที่สร้างขึ้น ให้คอยสังเกต '' จุดเปลี่ยน '' เพื่อที่เราจะได้เลือกพฤติกรรมที่จะแสดงออกได้อย่างเหมาะสม

3.      ต้องสรุปให้ได้ว่าบุคคลผู้นั้น '' คบได้ ''  หรือ '' ไม่น่าคบ ''

                    ·          ลักษณะของคนที่น่าคบ  มีนิสัยที่จัดอยู่ในประเภท '' คนเมตตาผู้อื่น '' คือ ใจกว้าง, ยุติธรรม, ดูจริงใจ, พร้อมที่จะให้อภัยผู้อื่น เป็นต้น

                    ·          ลักษณะของคนที่ไม่น่าคบ  หรือคบได้แต่ต้องระวัง คือ พวกที่ทำอะไรหวังผลประโยชน์เพื่อตัวเองฝ่ายเดียว, มีความอาฆาตต้องการลงโทษผู้อื่น เป็นต้น

ข้อสังเกต :  คน ๆ หนึ่งจะเป็นได้เพียงหนึ่งลักษณะเท่านั้น คือ เมตตา หรือ ไม่เมตตา

4.    มองหาจุดแตกต่าง

ต้องแยกให้ออกว่า การกระทำหรือบุคลิกลักษณะภายนอกอะไรบ้างที่ขัดแย้งกับภาพรวมทั้งหมดของคน ๆ นั้น เพราะภายใต้ความแตกต่างนั้น ย่อมมีเหตุสำคัญบางประการ และถ้าเราค้นพบที่มาของความแตกต่างนั้นได้ จะทำให้เรารู้จักคน ๆ นั้นได้อย่างลึกซึ้งและถูกต้องตามความจริง

สรุป :  การที่เราจะอ่านความคิดผู้อื่นได้ถูกต้องตามสถานการณ์ หรือ ณ เวลานั้น ๆ  เราจำเป็นต้องรู้ก่อนว่า อะไรคือพฤติกรรมซ้ำซากแท้จริงที่ถูกหล่อหลอมจน กลายเป็น '' นิสัย ''  ของเขา  เมื่อนั้นเราจึงจะสามารถอ่านความคิดของผู้อื่นได้จากรายละเอียดดังต่อไปนี้

การอ่านคนจากน้ำเสียง และการพูดจา

1.  ระดับความดังของเสียง

1.1    คนเสียงดังผิดปกติ แต่มีรูปร่างเล็ก 

              ·          ชอบใช้อิทธิพล หรืออำนาจไปควบคุมผู้อื่น
              ·          ขาดความอดทน
                หรือ     
              ·          เป็นผู้ที่มีความมั่นใจสูง
1.2    เสียงเบา และมีโทนเสียงต่ำ               

              ·          เป็นผู้ที่มีความสงบภายใน
              ·          มั่นใจในตัวเอง
ข้อสังเกต :  จุดที่เกิดการเปลี่ยนแปลง

            1.  จากปกติพูดเสียงเบา  >>>  พูดเสียงดังผิดปกติ

                ·          มีแนวโน้มว่าช่วงนั้นอาจตื่นเต้น

          2.  จากปกติพูดเสียงดัง  >>>  พูดเสียงเบาผิดปกติ

                ·          มีแนวโน้มว่าอาจมีปัญหาในชีวิต มีความทุกข์ทางกายหรือทางใจ

2.  จังหวะของเสียง

1.1    พูดเร็วมาก ๆ    แบ่งได้ 2 ขั้ว

            ·          เป็นคนใจร้อน, มุ่งมั่น        หรือ
            ·          Self-esteem ต่ำ จะพูดเร็วแต่ไม่ชัดถ้อยชัดคำ หรือพูดติดอ่างเพราะตั้งใจให้คนฟังไม่ทัน

1.2  พูดช้ามาก ๆ    แบ่งตามรูปร่าง

            ·          ถ้าเป็นผู้ที่มีรูปร่างไม่เล็ก    :  อาจป่วย หรือ เป็นคนที่ Negative มากจนเกิดอาการอ่อนเพลีย
            ·          ถ้าเป็นผู้ที่มีรูปร่างสูงใหญ่  :  ชอบดูถูกผู้อื่น คิดว่าตัวเองเก่งกว่า และมักมีสายตาเหยียดผู้ฟัง

ข้อสังเกต :  จุดที่เกิดการเปลี่ยนแปลง

              ·          จากปกติพูดช้า >>> พูดเร็ว  :  กำลังโกรธ หรือกำลังโกหก
              ·          จากปกติพูดเร็ว >>> พูดช้า  :  กำลังคิดหาคำพูดที่จะสื่อความให้เราเข้าใจเร็วขึ้น

3.  พูดจาติด ๆ ขัด ๆ 

แนวโน้มลักษณะนิสัย  แบ่งได้ 2 ขั้ว

              ·          ไม่จริงใจ  พยายามหาเหตุผลต่าง ๆ เพื่อพูดเข้าข้างตัวเอง 
              ·          จริงใจ  สรรหาคำพูดเพื่อให้คนฟังเข้าใจ

ข้อสังเกต  :  ให้สังเกตจากร่างกาย           

              ·          ท่าทาง ไม่นิ่ง  ขาแกว่งไปมา ไม่สงบ ตัวสั่น >>> ไม่จริงใจ 
              ·          ท่าทางสงบ สายตานิ่งสงบ >>> จริงใจ

4.  น้ำเสียงที่มีการดัด หรือไม่เป็นธรรมชาติ

แนวโน้มลักษณะนิสัย    ต้องการแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าตัวเองเป็นคนสำคัญ มีปัญญา ความสามารถสูงกว่าคนอื่น ๆ ซึ่งความจริงไม่ใช่


5.      น้ำเสียงออดอ้อน  แนวโน้มลักษณะนิสัย  มี 2 ขั้ว


              ·          เป็นผู้ที่น่าคบ  ชอบเป็นผู้ตาม
              ·          คนที่ชอบใช้เล่ห์เหลี่ยมเพื่อให้ผู้อื่นทำตาม แต่ไม่อยากให้ผู้อื่นรู้ว่าถูกหลอกใช้

อ่านคนจากลักษณะการพูดจา

1.      วิธีการตอบคำถาม

              ·          นิ่ง            :  ผู้ที่ถูกกล่าวหาแล้วนิ่งให้สงสัยไว้ก่อนว่า มีส่วนในความผิดนั้นจริง
              ·          พูดยืดยาว  :  แสดงว่าจริง ๆ แล้วเขาไม่รู้เรื่องนั้น

2.      พูดจาหยาบคาย หรือชอบสาบานตลอดเวลา

                ·          เป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้  หรือตื่นเต้นตกใจง่าย
                ·          จิตใจโหดร้าย, ชอบข่มขู่ผู้อื่น

3.      เปลี่ยนเรื่องพูด อาจมาจากสาเหตุ ดังนี้

                ·          เบื่อเรื่องที่กำลังสนทนาอยู่
                ·          ปกปิดความจริงเกี่ยวกับเรื่องนั้นจึงไม่อยากพูด

ข้อสังเกต  :  ความเกี่ยวโยงของเรื่องที่เปลี่ยน ถ้าไม่มีความเชื่อมโยงของเรื่องที่เปลี่ยนแสดงว่ากำลังปกปิดความจริง 

4.      คนที่เปิดเผยตัวมาก

              ·          เขาสนในเราจึงยอมเปิดข้อมูลเยอะ    หรือ
              ·            อาจต้องการสร้างภาพ

5.      คนที่ชอบพูดคำว่า '' ลุย

              ·          เป็นคนค่อนข้างก้าวร้าว





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานบุคลากร
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: Dr.Boonchai.com

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 1

อ่าน 0 ครั้ง