|
|
| เอแบคโพลล์ โต้ “ภาวิช” ทบทวนคุณภาพตัวเองก่อนว่าคนอื่น หลังเลขาฯ สกอ.ระบุการดำเนินงานของเอแบคโพลล์คุณภาพถดถอย และตั้งคำถามชี้นำสร้างปัญหาสังคม แจงต่างจาก สกอ.ที่ตัดสินมหาวิทยาลัยต่างๆ ด้วยตัวชี้วัดที่ไม่ได้มาตรฐาน ชี้ การจัดอันดับมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งดี แต่ควรให้ทุกฝ่ายรับรู้ แขวะถ้าอายุเป็นไม้ใกล้ฝั่ง จะไปอย่างสงบ ไม่สร้างความขัดแย้งไว้ในสังคมไทย
ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อมวลชนหลายแขนง ว่า เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งเป็นผู้จัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย กล่าวโจมตีสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ว่า มีคุณภาพถดถอย และตั้งคำถามชี้นำสร้างปัญหาสังคม สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ขอชี้แจงว่า การสำรวจความรู้สึกของนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากการที่ สกอ.ไปจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยนั้น เอแบคโพลล์สำรวจความรู้สึกของนักศึกษาด้วยเจตนาและการกระทำที่บริสุทธิ์ใจ เคร่งครัดต่อจรรยาบรรณและระเบียบวิธีวิจัย เอแบคโพลล์ไม่มีการตั้งคำถามชี้นำผู้ตอบใดๆ ทั้งสิ้น แตกต่างไปจาก สกอ.ที่ทำการจัดอันดับมหาวิทยาลัยอันนำมาซึ่งการตัดสิน ชี้ขาดกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งๆ ที่ตัวชี้วัดและกระบวนการวัดตัดสินยังคงมีการวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ข้อยุติ สกอ.จึงน่าจะทบทวนตัวเองก่อนว่า สิ่งที่ทำลงไปร้ายแรงกว่าการตั้งคำถามในโพลล์หรือไม่ สำหรับเรื่องคุณภาพของโพลล์ที่ เลขาธิการ สกอ.กล่าวว่า คุณภาพเอแบคโพลล์ถดถอยนั้น ขอแย้งว่า คุณภาพเอแบคโพลล์ไม่แตกต่างไปจากอดีตแต่กลับสูงขึ้นมากกว่าหลายเท่า เพราะ 1) คณะผู้บริหารและบุคลากรของสำนักวิจัยทุกคนยังเป็นคนเดิมทั้งหมดตั้งแต่ก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบันนานกว่า 10 ปี บุคลากรของสำนักวิจัยฯ สำเร็จการศึกษาทั้งภายใน และต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับระเบียบวิธีวิจัยโดยตรง 2) จำนวนผู้มาใช้บริการประจำยาวนานร่วม 10 ปี ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม และจำนวนผู้มาใช้บริการรายใหม่ๆ เกิดขึ้น ทุกวัน สามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์ 3) เอแบคโพลล์มีเครือข่ายงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศที่เป็นนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ จำนวนมาก และพนักงานเก็บรวบรวมข้อมูลก็เปิดกว้างทุกสถาบันเข้ามาทำงานหาเบี้ยเลี้ยงเป็นทุนการศึกษาได้ไม่ใช่เฉพาะนักศึกษาเอแบคเท่านั้น 4) การทำวิจัยทุกโครงการจึงต้องอยู่ภายใต้การยึดจรรยาบรรณและระเบียบวิธีวิจัยอย่างเคร่งครัด ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวของใครแอบแฝงทั้งสิ้น สังคมสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา น่าเสียดายที่ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานวิชาการกลับไปใช้ความรู้สึกตัดสินวิพากษ์วิจารณ์แทนการใช้ตัวชี้วัดเชิงประจักษ์ จึงยิ่งทำให้น่าเป็นห่วงว่า ตัวชี้วัดเพื่อจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ผ่านมา มีการแทรกความรู้สึกหรืออคติใดๆ ลงไปบ้างหรือไม่ การที่เลขาธิการ สกอ.กล่าวทำนองที่ว่า เอแบคโพลล์ไปถามเด็กนักศึกษาถึงความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานการจัดอันดับ เด็กๆ จะไปรู้เรื่องอะไร เด็กก็เลยตอบว่าไม่เชื่อมั่น ขอแสดงความเห็นว่า มีสองประเด็นที่ควรพิจารณา คือ 1) ท่านเลขาธิการ สกอ.คงเชื่อผลสำรวจเช่นกันจึงให้สัมภาษณ์มาเช่นนั้น เพราะถ้าท่านไม่เชื่อ ท่านคงตอบว่าเด็กส่วนใหญ่ต้องเชื่อมั่นในมาตรฐานการจัดอันดับ และ 2) การที่ท่านกล่าวทำนองละเลยการรับรู้ของเด็กนักศึกษา เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับความคิดเห็นแบบนี้ในกลุ่มผู้ใหญ่หลายคนของสังคมไทย เพราะการจะทำอะไรใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับคนไทย ควรที่จะเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่อาจได้รับผลกระทบมีส่วนรับรู้รับทราบอย่างชัดเจนก่อน การจัดอันดับมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่ดีแต่ควรให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียรับรู้รับทราบ และดึงมาสนับสนุนจึงทำให้เกิดความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงมากกว่า “อย่างไรก็ตาม ถ้าผมอายุมากเป็นไม้ใกล้ฝั่ง ผมจะไปอย่างสงบ จะไม่สร้างความขัดแย้งทิ้งไว้ในสังคมไทย ในวัย 40 ปีของผมนี้จะเดินหน้าทำวิจัยค้นหาความจริงมาให้สังคมไทยช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์ต่อไปจนตลอดชีพเพราะทำอย่างอื่นไม่เป็น”ดร.นพดล กรรณิกา กล่าว |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานบุคลากร อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 8 กันยายน 2549 14:36 น. |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|