[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ข่าวการศึกษา : เอแบคโพลล์ศอกกลับ “ภาวิช” ทบทวนคุณภาพตัวเองก่อนว่าคนอื่น!!

        เอแบคโพลล์ โต้ “ภาวิช” ทบทวนคุณภาพตัวเองก่อนว่าคนอื่น หลังเลขาฯ สกอ.ระบุการดำเนินงานของเอแบคโพลล์คุณภาพถดถอย และตั้งคำถามชี้นำสร้างปัญหาสังคม แจงต่างจาก สกอ.ที่ตัดสินมหาวิทยาลัยต่างๆ ด้วยตัวชี้วัดที่ไม่ได้มาตรฐาน ชี้ การจัดอันดับมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งดี แต่ควรให้ทุกฝ่ายรับรู้ แขวะถ้าอายุเป็นไม้ใกล้ฝั่ง จะไปอย่างสงบ ไม่สร้างความขัดแย้งไว้ในสังคมไทย

        ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อมวลชนหลายแขนง ว่า เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ซึ่งเป็นผู้จัดอันดับมหาวิทยาลัยไทย กล่าวโจมตีสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ว่า มีคุณภาพถดถอย และตั้งคำถามชี้นำสร้างปัญหาสังคม
     
      สำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ขอชี้แจงว่า การสำรวจความรู้สึกของนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบจากการที่ สกอ.ไปจัดอันดับมหาวิทยาลัยไทยนั้น เอแบคโพลล์สำรวจความรู้สึกของนักศึกษาด้วยเจตนาและการกระทำที่บริสุทธิ์ใจ เคร่งครัดต่อจรรยาบรรณและระเบียบวิธีวิจัย
     
      เอแบคโพลล์ไม่มีการตั้งคำถามชี้นำผู้ตอบใดๆ ทั้งสิ้น แตกต่างไปจาก สกอ.ที่ทำการจัดอันดับมหาวิทยาลัยอันนำมาซึ่งการตัดสิน ชี้ขาดกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งๆ ที่ตัวชี้วัดและกระบวนการวัดตัดสินยังคงมีการวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้ข้อยุติ สกอ.จึงน่าจะทบทวนตัวเองก่อนว่า สิ่งที่ทำลงไปร้ายแรงกว่าการตั้งคำถามในโพลล์หรือไม่
     
      สำหรับเรื่องคุณภาพของโพลล์ที่ เลขาธิการ สกอ.กล่าวว่า คุณภาพเอแบคโพลล์ถดถอยนั้น ขอแย้งว่า คุณภาพเอแบคโพลล์ไม่แตกต่างไปจากอดีตแต่กลับสูงขึ้นมากกว่าหลายเท่า เพราะ 1) คณะผู้บริหารและบุคลากรของสำนักวิจัยทุกคนยังเป็นคนเดิมทั้งหมดตั้งแต่ก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบันนานกว่า 10 ปี บุคลากรของสำนักวิจัยฯ สำเร็จการศึกษาทั้งภายใน และต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับระเบียบวิธีวิจัยโดยตรง 2) จำนวนผู้มาใช้บริการประจำยาวนานร่วม 10 ปี ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม และจำนวนผู้มาใช้บริการรายใหม่ๆ เกิดขึ้น ทุกวัน สามารถตรวจสอบได้อย่างเป็นวิทยาศาสตร์
     
      3) เอแบคโพลล์มีเครือข่ายงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศที่เป็นนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยต่างๆ จำนวนมาก และพนักงานเก็บรวบรวมข้อมูลก็เปิดกว้างทุกสถาบันเข้ามาทำงานหาเบี้ยเลี้ยงเป็นทุนการศึกษาได้ไม่ใช่เฉพาะนักศึกษาเอแบคเท่านั้น 4) การทำวิจัยทุกโครงการจึงต้องอยู่ภายใต้การยึดจรรยาบรรณและระเบียบวิธีวิจัยอย่างเคร่งครัด ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวของใครแอบแฝงทั้งสิ้น สังคมสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา
     
      น่าเสียดายที่ผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานวิชาการกลับไปใช้ความรู้สึกตัดสินวิพากษ์วิจารณ์แทนการใช้ตัวชี้วัดเชิงประจักษ์ จึงยิ่งทำให้น่าเป็นห่วงว่า ตัวชี้วัดเพื่อจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ผ่านมา มีการแทรกความรู้สึกหรืออคติใดๆ ลงไปบ้างหรือไม่
     
      การที่เลขาธิการ สกอ.กล่าวทำนองที่ว่า เอแบคโพลล์ไปถามเด็กนักศึกษาถึงความเชื่อมั่นต่อมาตรฐานการจัดอันดับ เด็กๆ จะไปรู้เรื่องอะไร เด็กก็เลยตอบว่าไม่เชื่อมั่น
      ขอแสดงความเห็นว่า มีสองประเด็นที่ควรพิจารณา คือ 1) ท่านเลขาธิการ สกอ.คงเชื่อผลสำรวจเช่นกันจึงให้สัมภาษณ์มาเช่นนั้น เพราะถ้าท่านไม่เชื่อ ท่านคงตอบว่าเด็กส่วนใหญ่ต้องเชื่อมั่นในมาตรฐานการจัดอันดับ และ 2) การที่ท่านกล่าวทำนองละเลยการรับรู้ของเด็กนักศึกษา เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับความคิดเห็นแบบนี้ในกลุ่มผู้ใหญ่หลายคนของสังคมไทย เพราะการจะทำอะไรใหม่ๆ หรือการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับคนไทย ควรที่จะเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่อาจได้รับผลกระทบมีส่วนรับรู้รับทราบอย่างชัดเจนก่อน
     
      การจัดอันดับมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งที่ดีแต่ควรให้ทุกฝ่ายที่มีส่วนได้ส่วนเสียรับรู้รับทราบ และดึงมาสนับสนุนจึงทำให้เกิดความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงมากกว่า
     
      “อย่างไรก็ตาม ถ้าผมอายุมากเป็นไม้ใกล้ฝั่ง ผมจะไปอย่างสงบ จะไม่สร้างความขัดแย้งทิ้งไว้ในสังคมไทย ในวัย 40 ปีของผมนี้จะเดินหน้าทำวิจัยค้นหาความจริงมาให้สังคมไทยช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์ต่อไปจนตลอดชีพเพราะทำอย่างอื่นไม่เป็น”ดร.นพดล กรรณิกา กล่าว





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานบุคลากร
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 8 กันยายน 2549 14:36 น.

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง