|
|
| ศธ.จับมือ สสวท.ปรับกลยุทธ์แก้ปัญหานักเรียนอ่อนวิทย์-คณิต ให้อาจารย์มหาวิทยาลัย ครูที่จบสายวิทย์-คณิต เป็นพี่เลี้ยงครูประถม โดยจัดอบรมทุกสัปดาห์ สอนเทคนิคการสอนใหม่ๆ ให้สอดคล้งกับหลักสูตร พร้อมทั้งจัดสอบนักเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินความก้าวหน้าในรายวิชาที่ขาดแคลนครู
คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) กล่าวภายหลังการหารือร่วมกับ ศ.ดร.สุรินทร์ พงศ์ศุภสมิทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (ผอ.สสวท.) และคณะเพื่อยกระดับรายวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีว่า ที่ผ่านมาผลการประเมินจากผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) และการประเมินของ สสวท.อยู่ในทิศทางที่ตรงกันว่าคะแนนรายวิชาดังกล่าวของทุกระดับส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ศธ.ทราบมาตลอดว่าเด็กมีปัญหาในรายวิชาเหล่านี้มาอย่างยาวนาน เพื่อแก้ปัญหานี้ ศธ.จับมือกับ สสวท.พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนวิทย์ คณิต เทคโนโลยี แบบเชิงรุก และเป็นรูปธรรม โดยจะมีการจัดสัมมนาเชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งในประเทศและต่างประเทศ และโรงเรียนที่มีชื่อเสียงโดดเด่นในรายวิชาเหล่านี้มาร่วมกันทำหลักสูตรขึ้นใหม่ ยกตัวอย่าง วิชาคณิตศาสตร์ ที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ออกมาต่ำ ดังนั้น เราจะมีการนำหลักสูตร คู่มือ แบบเรียนและสื่ออุปกรณ์ ที่ร่วมกันคิดค้นมาใช้ในโรงเรียนที่มีปัญหาค่อนข้างมาก จากนั้นจึงขยายไปโรงเรียนอื่นๆ สำหรับวิชาวิทยาศาสตร์ ซึ่ง สสวท.ได้ดำเนินการด้านนี้มามากแล้ว ครั้งนี้จะเน้นส่งเสริมด้านการทดลอง รวมทั้งให้เด็กเรียนรู้จากการทำโครงงานอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ สสวท.จะร่วมกันพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กที่ถนัดทางศิลป์ และเด็กสนใจจะไปเรียนต่อสายอาชีวศึกษา ส่วนโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล ศธ.และ สสวท. จะร่วมกันผลิตสื่อทางไกล โดยนำครูที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชานั้นมาจัดบรรยายในชั้นเรียนแล้วถ่ายทอดออกอากาศทางโทรทัศน์ พร้อมทั้งจัดทำเป็นซีดีด้วย ในส่วนวิชาคอมพิวเตอร์ เนื่องจากตั้งข้อสังเกตว่ามีเด็กที่เรียนด้านการเขียนโปรแกรมน้อย ดังนั้น จะเน้นเรื่องการพัฒนาหลักสูตรการเขียนโปรแกรมและนำเอาโปรแกรมที่ สสวท.ได้ซื้อลิขสิทธิ์มาใช้ คุณหญิงกษมา กล่าวอีกว่า สำหรับครูที่จบในโครงการส่งเสริมครูวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ (สควค.) ที่ยังไม่ได้รับการบรรจุจำนวน 94 คนนั้น ซึ่งเป็นบุคลากรในสาขาที่ขาดแคลนอยู่ ดังนั้น จะหาแนวทรางเพื่อบรรจุครูกลุ่มนี้ไปยังโรงเรียนต่างๆ หรืออาจจะให้เป็นครูพี่เลี้ยงไปอบรมครูที่สอนวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เพื่อพัฒนาเทคนิคการเรียนการสอน เพื่อที่ครูเหล่านี้จะได้นำไปสอนเด็กต่อไป นอกจากนี้จะมีการพัฒนาหลักสูตรวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ สำหรับเด็กเก่งเพื่อให้สอดคล้องกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่จัดโครงการห้องเรียนพิเศษ อย่างไรก็ตาม การยกระดับการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ที่ ศธ. ทำร่วมกับ สสวท. จะนำมาใช้ในปีการศึกษา 2550 ศ.ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า การเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ จะมีความแตกต่างกัน คณิตศาสตร์จะเป็นการเรียนตามทฤษฎีคงที่ หมายความว่าจะได้คำตอบเหมือนกันถึงแม้วิธีการคิดอาจจะต่างกัน ในขณะที่วิทยาศาสตร์ จะต้องเรียนทฤษฎีผสมผสานกับการทดลอง เพราะฉะนั้น ครูผู้สอนจะต้องจบสาขานั้นๆ โดยตรง ซึ่งจะเข้าใจขบวนการที่ซับซ้อนและสามารถถ่ายทอดได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้จบ ที่สำคัญครูเหล่ายังนำไปต่อยอดหรือสอดแทรกในรายวิชาอื่นๆ ได้ เช่น คณิตศาสตร์แทรกเข้ากับวิชาฟิสิกส์ จากปัญหาผลสัมฤทธิ์ในรายวิชาสำคัญของนักเรียนต่ำ เกิดจากครูผู้สอนส่วนใหญ่ไม่ได้จบวิทย์ คณิต ซึ่งจะมีปัญหามากในโรงเรียนระดับประถมศึกษา ดังนั้น จะต้องหาครูพี่เลี้ยงมาช่วยอบรมรูที่ไม่มีวุฒินี้ เพื่อเป็นการถมจุดอ่อน วิทย์จะแตกต่างกับคณิต เพราะการเรียนจะมีทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งภาคปฏิบัติต้องมีเครื่องมือเพื่อให้เด็กเรียนรู้ได้รวดเร็วขึ้น วิทยาศาสตร์จะต้องจินตนาการได้ ถ้าสอนได้ดี อนาคตเด็กไทยสามารถต่อยอด สามารถเรียนรู้ได้ สำหรับแนวทางการพัฒนาเด็กเก่ง ศ.ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เราจะอบรมครูในช่วงปิดเทอม ซึ่งพบจุดอ่อนอย่างหนึ่ง ก็คือช่วงที่อบรมกับช่วงที่ครูนำความรู้มาใช้มีช่วงห่างมาก ก็มาคิดกลยุทธ์ใหม่ จะให้อาจารย์มหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญสาขาคณิต วิทย์ ไปสอนให้ครูสัปดาห์ละครั้ง โดยจะเขตพื้นที่การศึกษารวบรวมครูมาเข้าร่วมอบรมในเวลาหลังเลิกเรียน โดยจะดูว่าในสัปดาห์นี้ครูจะสอนเรื่องอะไรบ้าง จากนั้นครูพี่เลี้ยงจะสอนเทคนิควิธีนำเสนอเพื่อให้สอดคล้องกับเนื้อหาที่จะเรียน จากนั้น จะนำข้อสอบมาตรฐานซึ่ง สสวท.จัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว มาให้นักเรียนทำ ทั้งนี้ เพื่อประเมินความรู้ความสามารถของเด็กว่ามีความก้าวหน้ามากน้อยเพียงใด หากพบว่ายังมีจุดอ่อนตรงไหนก็จะแก้ตรงจุดนั้น เราจะไม่รอดูผลการเรียนตอนสิ้นปี หากดูผลตอนนั้นหากพบปัญหาเราคงแก้ไขไม่ได้แล้ว ศ.ดร.สุรินทร์ กล่าวถึงรูปแบบการเรียนการสอนเด็กพิเศษในโรงเรียนปกติว่า โดยปกติเด็กกลุ่มนี้จะเรียนรู้ได้เร็วกว่าปกติ ดังนั้น จะจัดหลักสูตรให้เด็กอาจจะใช้เวลาเรียนเพียง 60% ของเวลาเขาก็เรียนจบหลักสูตร ส่วนเวลาที่เหลืออีก 40% จะหากิจกรรมพิเศษให้ โดยจะเสริมเทคนิคการคิด การตั้งคำถามทางวิทยาศาสตร์ หรือให้เด็กเก่งมาช่วยสอนเด็กอ่อน “เด็กเก่งจะเรียนเหมือนเด็กปกติเพียงแต่เขาใช้ระยะเวลาในการเรียนรู้สั้นกว่าเท่านั้น แล้วเอาเวลาที่เหลือมาช่วยเพื่อนที่อ่อน ส่วนครูที่สอนเด็กเก่งต้องมีการฝึกขึ้นมาเป็นพิเศษเหมือนกัน ไม่ใช่เด็กพิเศษแล้วครูสอนไม่พิเศษ มิฉะนั้นแล้วเด็กจะเรียนรู้ได้เร็วกว่าครูผู้สอนจะทำให้เด็กรู้สึกเบื่อ ดังนั้น เราจะเป็นต้องสร้างครูพิเศษขึ้นมาด้วย” สำหรับการผลิตครูสายวิทย์ คณิต ของ สสวท. ศ.ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า สสวท.จะเน้นเข้มข้นในเรื่องเทคนิคและวิธีการสอนพื้นฐานในส่วนที่เด็กคิดว่ายาก เพื่อให้นักเรียนสนใจเรียนคณิตศาสตร์ โดยมีตัวอย่างและวิธีการสอนที่ดี อย่างไรก็ตาม เนื้อหาของหลักสูตรการเรียนการสอนคณิตศาสตร์นั้นจะต้องมีการปรับกระบวนการในการสอนว่าจะสอนอย่างไรให้เด็กสามารถคิดและแก้ปัญหาได้ โดยจะนำสื่อใหม่ๆ มาใช้ ทั้งนี้จะเน้นพัฒนาเด็กชั้นประถมศึกษาที่พบว่าเด็กคิดเลขไม่เป็น เพราะสาเหตุมาจากเด็กอ่านหนังสือภาษาไทยไม่ออก คุณหญิงกษมา กล่าวเสริมว่า ศธ.จะนำประสบการณ์ที่ สสวท.เคยดำเนินการมาแล้วมาประสานกับประสบการณ์จากโรงเรียนที่สอนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จมาปรับเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งดึงอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมาร่วมด้วย โดยอาศัย สสวท.เป็นหน่วยงานหลัก “เมื่อก่อนการพัฒนาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์จะทำเป็นเอกสารแจกให้ครู หรือใช้วิธีอบรมครู แต่ครั้งนี้จะดำเนินการแบบครบสูตร คือ จะดูแลหลักสูตร ดูแลสื่อ และมีโค้ชหรือครูพี่เลี้ยงไปอบรมครูถึงโรงเรียน พร้อมทั้งดูแลเรื่องอุปกรณ์และสื่อว่าแต่ละโรงเรียนมีเพียงพอหรือไม่ ดังกล่าวเป็นการดำเนินงานอย่างเบ็ดเสร็จ ครบวงจร เพื่อทำให้คุณภาพการเรียนการสอนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ดีขึ้นให้ได้” |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานบุคลากร อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 13 กันยายน 2549 17:06 น. |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|