|
|
| ดร.อำรุง จันทวานิช เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดเผยผลการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อวางแผนการจัดการศึกษาเพื่อผลิตกำลังคนตามความต้องการของประเทศที่ผ่านมาว่า สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้ศึกษาข้อมูลความต้องการกำลังคนของหน่วยงานต่างๆ โดยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ 7 กลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ ได้แก่ ปิโตรเคมี ยานยนต์ สิ่งทอ ท่องเที่ยว ซอฟต์แวร์ อาหาร โลจิสติกส์ และภายหลังได้เพิ่มอีก 2 กลุ่ม คือกลุ่มอาชีวศึกษา และกลุ่มวิชาชีพครู โดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์ เสนอความต้องการกำลังคนรวมทุกสาขาใน 5 ปี พบว่าต้องการประมาณ 9 แสนคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.6 ต่อปี
นายอำรุงกล่าวอีกว่า ส่วนผู้แทนแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม สรุปความต้องการกำลังคนดังนี้ 1.กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ต้องการกำลังคนในปี 2552 จำนวน 41,577 คน และต้องการวิศวกรการผลิตเพิ่ม 1,148 คน วิศวกรวิจัยและพัฒนา ช่างเทคนิคเพิ่ม 2.กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ต้องการกำลังคนในปี 2552 เพิ่มจากปี 2547 จำนวน 23,484 คน ส่วนเชิงคุณภาพ ต้องการเทคโนโลยีการผลิต การเพิ่มผลผลิตความปลอดภัยของอาหาร กฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ ความคิดสร้างสรรค์ ภาษา/การสื่อสาร 3.กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ มีเป้าหมายเพิ่มการผลิตปี 2553 เป็นปีละ 2 ล้านคัน ต้องการเพิ่มกำลังคนเป็น 3.25 แสนคน หรือร้อยละ 44.12 และเพิ่มสัดส่วนวิศวกรเป็นร้อยละ 5.8 เน้นวิจัยและพัฒนา 4.กลุ่มอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ต้องการกำลังคนโดยรวม 66,500 คน แบ่งเป็น ฝ่ายการประชุม และแสดงสินค้า 11,000 คน ฝ่ายสปา 3,500 คน ฝ่ายโรงแรม/ที่พัก 51,849 คน เพื่อตอบสนองเป้าหมายนักท่องเที่ยว 18 ล้านคนในปี 2551 ทำรายได้เข้าประเทศกว่า 6 แสนล้านบาท 5.กลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอ ต้องการสร้างนักออกแบบ นักวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ นักการตลาดและฝ่ายปฏิบัติการ ตามยุทธศาสตร์กรุงเทพฯ เมืองแฟชั่น รวมทั้ง กำลังคนระดับปริญญาด้านสิ่งทอ และเครื่องนุ่งห่ม และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ด้านสิ่งทออย่างมาก 6.กลุ่มอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ ต้องการ 1 แสนคน 7.กลุ่มอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ บริการโลจิสติกส์ขยายตัวในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มจาก 14.8 พันล้านดอลลาร์ เป็น 27.9 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2010 ต้องการกำลังคนใน 5 ปีข้างหน้า ประมาณ 28,000 คนต่อปี ไม่รวมด้านการขนส่ง ''สำหรับการวางแผนการจัดการศึกษา ต้องร่วมมือกันระหว่างฝ่ายการศึกษา และภาคการผลิตให้มากขึ้น เพื่อจะได้ตอบสนองต่อความต้องการกันได้อย่างเต็มที่ โดยมีกลไกของกองทุนเงินกู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาค (กรอ.) ช่วยสนับสนุน''นายอำรุงกล่าว |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานบุคลากร อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: มติชนรายวัน ฉบับที่ 10421 [หน้าที่ 27 ] ประจำวันที่ 21 กันยายน 2549 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|