|
|
| “วิจิตร” ดัน ศธ.ให้มีบทบาทในการแก้วิกฤตของประเทศ มอบนโยบายให้นำเรื่องหลักเศรษฐกิจพอเพียง การสร้างความสมานฉันท์สู่โรงเรียนและขยายผลถึงประชาชน พร้อมปรับนโยบายการจัดการศึกษาใหม่ เลิก “ความรู้คู่คุณธรรม” ชู “คุณธรรมนำความรู้” ส่วนทุนจะให้เรียนจนกว่าจะเรียนจบ
ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหาร 5 องค์กรหลัก และ 6 องค์กรในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ศธ.จะปรับนโยบายการจัดการศึกษาใหม่ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายที่ชัดเจน โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจของประเทศจะยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามที่ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลลานนท์ นายกรัฐมนตรี ประกาศไว้ พร้อมกันนี้จะเดินตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ดังนั้น นอกจากที่กระทรวงศึกษาการจะเดินหน้าการปฏิรูปการศึกษา ตามแนวที่ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 กระทรวงศึกษาธิการยังมีเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องทำเพื่อสนองนโยบายรัฐบาล ศ.ดร.วิจิตร กล่าวว่า ศธ.จะช่วยสร้างความเข้าใจให้แก่ประชาชน ถึงแม้ว่าขณะนี้จะมีเสียงขานรับนโยบายดังกล่าว แต่ยังมีบางคนไม่เข้าใจว่าหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่แท้จริงคืออะไร ขัดกับหลักเศรษฐกิจเสรีหรือไม่ ทางรัฐบาลเองก็เห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำการชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจอย่างถูกต้อง มิฉะนั้นจะเกิดผลกระทบหรือสร้างความเสียหายได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการกำลังจัดทำหลักสูตรเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อนำไปสอนนักเรียน ซึ่งตนมองว่าสอนนักเรียนอย่างเดียวไม่พอ ควรมีการขยายผลไปสู่ประชาชนด้วยส่วนการแก้ปัญหาใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ กระทรวงจะดำเนินการอย่างชัดเจน แก้ไขปัญหาแบบฉับไว นอกจากนี้จะให้ปรับแนวคิดในการจัดการศึกษาจากเดิมที่ชูเรื่องความรู้คู่คุณธรรมมาเป็นคุณธรรมนำความรู้ และความสมานฉันท์ ความสามัคคีปรองดอง ซึ่งปัจจุบันยังมีปัญหาอยู่ เพราะฉะนั้นการศึกษาควรมีบทบาทสำคัญในการสร้างสมานฉันท์ ปลูกฝังการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธีไม่ใช้ความรุนแรง เพราะว่าวิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากปัญหาเรื่องการขาดคุณธรรม รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า เรื่องที่พูดมาเราได้แนวทางแล้ว เพียงแต่ยังขาดในรายละเอียดจะทำอย่างไร ซึ่งเราจะเชิญผู้รู้มาช่วยกันวางแผน เพราะถ้าเราไม่ทำเช่นนี้ปัญหาชาติบ้านเมืองจะไม่สามารถแก้ไขได้ นายวิจิตร กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่า จะให้หน่วยงานในพื้นที่ของกระทรวงเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมด้วย เพราะ ศธ. มีหน่วยงานในพื้นที่จำนวนมากไม่ว่าจะเป็นวิทยาลัยอาชีวศึกษา หรือมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งสามารถที่จะลงไปประสานกับหน่วยงานอื่นๆ หรือเข้าไปช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ สำหรับในส่วนของ ศธ.กำชับให้ดูแลนักเรียน โรงเรียน ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม ในส่วนการฟื้นฟูภายหลังน้ำลดจะต้องมาหารือในรายละเอียดว่าจะแก้ไขปัญหาในแต่ละจุดอย่างไร “ในที่ประชุมวันนี้ผมได้ย้ำกับผู้บริหารทุกคนว่าให้ใช้หลัก 4 ป.ของนายกฯ คือ โปร่งใส เป็นธรรม ประหยัด และประสิทธิภาพในการทำงาน ขณะเดียวกันจะให้ ศธ.บูรณาการการทำงานประสานกับกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเรื่องการส่งเสริมคุณธรรมผมคิดว่าจะบูรณาการเรื่องนี้โดยจะทำงานร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย ศธ.จะรับเป็นเจ้าภาพหลัก” สำหรับโครงการเมกะโปรเจกต์ ศ.ดร.วิจิตร กล่าวว่า บางโครงการเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งไม่ใช่งานใหม่ เป็นงานที่เริ่มต้นไว้ เพียงแต่จะต้องเติมเต็ม ยกตัวอย่างโครงการจัดหาคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตให้กับโรงเรียน ที่ปัจจุบันมีสัดส่วน 1:61 คน ถ้าจะให้มีประสิทธิภาพควรให้เหลือ 1:20 คน แต่ถ้าเมกะโปรเจกต์ไหนเป็นโครงการมาริเริ่มใหม่ในภาวะที่งบประมาณมีจำกัด หากดำเนินการไปแล้วจะไปเบียดบังงบประมาณที่จะไปแก้ปัญหาและกระทบต่อตัวเด็กก็จะไม่ทำ ดังนั้น หลักการพิจารณาว่าจะสานโครงการหรือไม่ ผมจะยึดว่าผลที่เกิดได้กับเด็กเป็นหลัก ส่วนเรื่องทุน ศ.ดร.วิจิตร กล่าวว่า คงต้องมาพิจารณาแหล่งที่มาของทุน วิธีการได้มา แต่ก็ยอมรับว่าการให้ทุนเด็กเรียนเป็นเรื่องดี หากมีการยกเลิกโครงการให้ทุนก็ไม่กระทบผู้ที่ได้รับทุน จะให้ทุนจนกว่าจะเรียนจบ |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานบุคลากร อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 11 ตุลาคม 2549 14:08 น. |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|