[ Home ]  [ Today 's Event ]  [ FAQ ]  [ บันทึกงาน ]
User: Passwd:
ค้นหาข้อมูล:

ข่าวการศึกษา : ดร.อมรวิชช์ชี้ ศธ.ห้ามเด็กเป็นไคโยตี้ได้โดยไม่ต้องออกกฎใหม่

        “ปู่วิจิตร” ไม่สนคำขอ วธ.ออกระเบียบห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเป็นโคโยตี้ อ้างหากเต้นแล้วไม่เหมาะสม อายุเท่าไหร่ก็ไม่เหมาะสม นักวิชาการ ระบุระเบียบเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กทั้งของ ศธ.และมหาวิทยาลัย นำมาใช้ห้ามเด็กเต้นไคโยตี้ได้ ไม่จำเป็นต้องออกกฎใหม่ ชี้ต้องสร้างกติกาสังคมไม่ยอมรับสิ่งผิดศีลธรรม-จารีตดีงามวัฒนธรรมไทย ขณะเดียวกันต้องหารายได้ทางเลือกอื่นให้เด็กที่ยังจำเป็นต้องหารายได้ด้วย

        นายวิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณีที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ขอให้กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ออกกฎกระทรวงห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเต้นไคโยตี้ ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ความคิดของ ศธ.ต้องสอบถามคนที่ห้าม ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการมีกฎระเบียบอยู่แล้วว่านักเรียนต้องทำอะไร หากไปทำหรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต้องว่ากล่าวตักเตือน แต่เรื่องที่เกิดขึ้นยังไม่ทราบว่าเป็นนักเรียนหรือไม่ และในบริเวณวัด เจ้าอาวาส หรือกรรมการวัดมีสิทธิอยู่แล้วที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เข้าไปทำอะไร
     
      “หากเต้นไม่เหมาะสม อายุเท่าไรก็ไม่เหมาะสม แล้วเรื่องอายุไปเกี่ยวอะไรด้วย ต้องดูเรื่องของความประพฤติที่ไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ เป็นสิ่งที่ทุกคนต้องไม่ทำ อย่างไรก็ตาม การจะออกกฎห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเต้นโคโยตี้ไม่ได้คัดค้าน แต่เห็นว่าการจะออกมาตรการอะไรขอให้ปฏิบัติได้จริง อย่าไปกระทบเรื่องสิทธิส่วนบุคคล ไม่เช่นนั้นเด็กนักเรียนจะไปทำงานอะไรไม่ได้เลย” นายวิจิตรกล่าว
     
      ด้าน ดร.อมรวิชช์ นาครทรรพ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการสถาบันรามจิตติ เปิดเผยถึงปัญหาเยาวชนเข้าสู่การเต้นไคโยตี้ว่า ปัญหานี้มีมานานพอสมควร จนเด็กเข้าสู่การเต้นไคโยตี้กันมากเพราะรายได้ดี ตนเห็นด้วยกับกระทรวงวัฒนธรรมที่พยายามรณรงค์ปราบปรามเรื่องนี้ เพราะภาพและพฤติกรรมของสาวไคโยตี้ ซึ่งท่าเต้นวาบหวิว ล่อแหลมเชิงวัฒนธรรม และเป็นผลเสียต่อเด็กเอง เสี่ยงต่อการเข้าสู่การขายบริการทางเพศ ทั้งนี้ กฎระเบียบที่มีอยู่ของแต่ละกระทรวงนำมาใช้ห้ามปรามได้ ตนมองว่าอย่ามองเรื่องระเบียบอย่างเดียว ควรต้องพูดเรื่องสิทธิสังคมด้วยว่าอะไรถูกหรือไม่ถูก ต้องออกเป็นฉันทามติของสังคมที่ต้องการเป็นสังคมมีศีลธรรมเรียบร้อยตามจารีต อย่าอ้างแต่สิทธิบุคคลแล้วมารุกรานสิทธิสังคม
     
      “กระทรวงศึกษาธิการ หรือมหาวิทยาลัยต่างๆ มีระเบียบสถานศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมเด็กอยู่แล้วที่นิสิต นักศึกษาต้องไม่ทำเรื่องเสื่อมเสียวัฒนธรรม เอามาตีความใช้กับสาวไคโยตี้ได้ ไม่จำเป็นต้องออกระเบียบใหม่ รวมทั้งการสร้างค่านิยมให้สังคมเห็นว่าเรื่องนี้ไม่เหมาะสม ถ้าคนในสังคมบอกก่อนว่าไม่ดีไม่เอา กฎระเบียบจะตามมาเอง ตอนนี้เราต้องทำให้เห็นว่าการเต้นวาบหวิว ผู้ชายมาทำหน้าหื่นกระหายอยู่ข้างเวที จะเอาหรือ พ่อแม่ทนได้หรือ ต้องให้สังคมช่วยกันคิดว่าบรรทัดฐานของสังคมควรอยู่ตรงไหน สิทธิเด็กกับความถูกต้องดีงาม สังคมเจอวิกฤติความต้องดีงามมานานแล้ว ถ้าตัดสินว่าไม่เอาก็จบ ไม่ใช่ปล่อยให้เด็กเข้าสู่อาชีพแล้วเอารายได้เป็นตัวตั้งไม่สนใจความถูกต้องดีงาม” ดร.อมรวิชช์ กล่าว
     
      ดร.อมรวิชช์ กล่าวด้วยว่า การออกกฎที่จะห้ามเด็กอายุ 20 ปีเต้นไคโยตี้ ก็สอดคล้องกับกฎหมายอีกหลายฉบับ และอธิบายทางกฎหมายได้ว่าบรรลุนิติภาวะแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อห้ามแล้ว เด็กที่ยังต้องมีรายได้ ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องรับผิดชอบช่วยคิดหารายได้ทางเลือกอื่นให้เด็กด้วย
     
      **ห้ามเด็กต่ำกว่า 20 ปีเข้าผับแต่ให้เป็นไคโยตี้?
      ด้าน น.ส.ลัดดา ตั้งศุภาชัย ผู้อำนวยการสำนักเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม วธ. กล่าวว่า สิ่งที่ วธ.ขอความร่วมมือไปยัง ศธ.นั้น เนื่องจากแต่ละกระทรวงมีกฎหมายที่สามารถนำมาบังคับใช้เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวได้อยู่แล้ว เพียงแต่ขอให้ไปดูแลกฎหมายของกระทรวงตัวเอง เพื่อนำมาดูแลเด็ก ซึ่งในส่วนของเด็กที่ไปประกอบอาชีพเต้นไคโยตี้โดยอายุยังไม่ถึง 20 ปีนั้น ก็ต้องถามว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมหรือไม่ เพราะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ระบุออกมาชัดเจนแล้วว่า หากมีการแสดงใดที่ไม่
      เหมาะสมก็จะดำเนินการจับกุมอย่างเคร่งครัด รวมถึง พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก ก็ระบุให้ดูแลเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีด้วย
     
      “การที่เด็กอายุไม่ถึง 20 ปี ไปเที่ยวในสถานประกอบการบันเทิงต่างๆ นั้น ตามกฎหมายก็เข้าไม่ได้อยู่แล้ว แต่ปัจจุบันกลับปรากฏว่ามีเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปเป็นสาวไคโยตี้ ยึดเป็นอาชีพหารายได้อยู่ในสถานบันเทิงต่างๆ แบบนี้ผิดกฏหมายหรือไม่ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการจับกุมหรือไม่ ซึ่งหากเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าจะเอาจริง หากเด็กทำผิดกฎหมายแล้วถูกจับกุมก็จะกลายเป็นปัญหาอีก เราควรจะร่วมกันดูแล ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการไม่จำเป็นต้องออกกฎกระทรวงใหม่ แต่ขอให้เรียกประชุมครูปกครองนักเรียนเพื่อให้เกิดความตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และใช้กฎหมายที่มีอยู่อย่างจริงจังเท่านั้น” น.ส.ลัดดา กล่าว





ดูรายละเอียดเพิ่มเติม


โดย:
งาน: งานบุคลากร
อ้างอิงแผนงาน : -
อ้างอิงโครงการ : -
แหล่งที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 31 ตุลาคม 2549 13:35 น.

ขอบคุณสำหรับการโวตท์
Vote
เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง
เป็นประโยชน์ต่อฉัน
เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง
เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน
มีประโยชน์ต่อทุกคน
บุคลากร 0 บุคคลภายนอก 0

อ่าน 0 ครั้ง