|
|
|
โดย นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นว่านักเรียนทุกวันนี้เรียนวิชาการมากเกินไป สมควรลดการสอนลงเหลือครึ่งวัน เห็นด้วยและสมควรเริ่มได้ปีการศึกษาหน้า ระหว่างที่การปฏิรูปการศึกษาด้านโครงสร้าง กรรมการชุดต่างๆ รวมทั้งเงินเดือนครูยังไม่ลงตัวหรือไม่ส่งผลในทางปฏิบัติ สิ่งที่ทำได้ทันทีคือเรียนครึ่งวัน ทุกวันนี้เด็กเรียนมากเกินไปจริงๆ ครับ วิชาที่เรียนก็ไม่เกี่ยวอะไรกับการดำเนินชีวิต แต่เกี่ยวกับการเลือกประกอบอาชีพเสียมากกว่า มิหนำซ้ำยังกีดกันการประกอบอาชีพเสียอีก กล่าวคือเด็กทำคะแนนดีมีสิทธิเลือกอาชีพก่อน เด็กทำคะแนนไม่ดีให้สิทธิเลือกอาชีพทีหลัง เด็กทำคะแนนไม่ได้ไม่มีสิทธิเลือกอาชีพให้ไปดิ้นรนเอาตัวรอดเอง เด็กทำคะแนนติดลบให้ไปเสพยา สังคมแบบนี้ไม่ถูกหรอกครับ จะเรียนเก่งหรือเรียนไม่เก่งก็คนเหมือนกัน จะเรียนหมอหรือเรียนอาชีวะก็ใช้สมองเหมือนกัน เพียงแค่เด็กหนึ่งคนทำคะแนนฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ไม่ได้แล้วจะตัดสิทธิการเลือกประกอบอาชีพของเขาไปตลอดชาติเป็นเรื่องไม่ถูกต้องแน่นอน เด็กที่เรียนเก่ง ทำคะแนนดี เอ็นทรานซ์ได้ ประกอบวิชาชีพชั้นสูงก็ไม่มีหลักประกันว่าจะเห็นแก่ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่คนด้อยโอกาส มองปัญหาสังคมและช่วยกันแก้ไข อันที่จริงผลจากการเรียนวิชาการอย่างคร่ำเคร่งมาสิบสองปีทำให้เขาหมดความสามารถที่จะเห็นใจคนอื่นไปแล้ว เพราะตลอดเส้นทางแห่งการศึกษานั้นเขาจำต้องฝึกวิชากีดกันคนอื่นมาตลอดทาง ก็เห็นแต่นำอาชีพแย่งเขามาได้ไปสร้างความร่ำรวยให้ตนเองเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนเด็กที่เรียนไม่เก่ง ทำคะแนนไม่ดี เอ็นทรานซ์แพ้ ก็ไร้ความสามารถในการดำรงชีวิต เพราะตลอดชีวิตที่เรียนหนังสือไม่เคยเรียนอะไรเกี่ยวกับชีวิตเลย ไม่รู้เรื่องท้องถิ่นของตน ไม่รู้ว่ามีอะไรในท้องถิ่นของตนที่ทำได้ ไม่รู้แม้กระทั่งการครองตนครองเรือน รู้อย่างเดียวคือ วิชาการที่ใช้อะไรไม่ได้เพราะแพ้เขาไปแล้ว ที่สำคัญคือไม่รู้ว่าเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ เอ็นทรานซ์แพ้ก็สร้างตนเองได้ สาเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะคุณครูไม่มีเวลาทำอย่างอื่นนอกจากสอนวิชาการ นักเรียนก็ไม่มีโอกาสเรียนอย่างอื่นเพราะเรียนแต่วิชาการ ย้ำอีกทีนะครับ วิชาการที่สอนที่เรียนไม่มีประโยชน์อะไรเลยนอกจากนำมากีดกันการเลือกอาชีพของผู้คนในสังคม ทำไมชาวเขาเผ่าม้งซึ่งเป็นชนส่วนใหญ่ของอำเภอในภาคเหนือจึงไม่มีแพทย์สักคนเดียวที่พูดภาษาของเขาได้ไปพัฒนาระบบสาธารณสุขให้แก่พวกเขา ปัญหาของเรื่องนี้คือยังไม่มีเด็กชาวม้งที่เอ็นทรานซ์แพทย์ได้ หากจะมีสักคนหนึ่งเด็กคนนี้ต้องถูกอัดฉีดกวดวิชาอย่างรุนแรงจึงเอาชนะคนอื่นได้ เด็กที่ชนะแล้วคนนี้จะลืมบ้านเกิดเมืองนอนหลังเรียนจบ แล้วก็รับประกันได้ว่าเขาจะไม่กลับไปดูแลเพื่อนร่วมเชื้อชาติตามที่ควรจะเป็น เพราะระบบการศึกษาแบบนี้ไม่สอนให้ใครกลับบ้านอยู่แล้ว แต่สอนให้ประกอบอาชีพเพื่อตนเองอย่างเดียว จะชาวเขาเผ่าไหนหรือชาวเราบ้านไหนก็ครือๆ กันทั้งนั้น ในทางตรงข้ามให้ตัดครึ่งวันนั้นมาคืนเด็กๆ ต้องกล่าวด้วยว่าให้นำครึ่งวันนั้นมาคืนคุณครูจำนวนมากที่ยังมีความคิดความอ่านดีๆ มีภูมิปัญญาท้องถิ่นและเครือข่ายชาวบ้านที่ยังไม่สูญหายไป นำครึ่งวันนั้นมาให้เด็กได้เรียนดนตรีเพื่อพัฒนาจิตวิญญาณ เรียนศิลปะเพื่อเสริมสร้างจินตนาการ เรียนกีฬาเพื่อแก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน นำครึ่งวันนั้นพาเด็กๆ ไปรู้จักท้องถิ่นของตน ขุนเขาไหนเป็นของบ้านเรา น้ำสายไหนเริ่มที่ไหนไหลผ่านไปแห่งใด คนบ้านเราทำอาชีพอะไรกันบ้าง ที่ดินที่นา โรงงานบ้านเรือน สมาคมองค์กรที่กระจัดกระจายอยู่ตามตำบลและอำเภอต่างๆ ทำอะไรกันอยู่ วัดวาอาราม ซากกำแพง ซากเจดีย์ในถิ่นที่อยู่อาศัยให้นำมาบอกเด็กๆ ด้วย เขื่อน โรงไฟฟ้า ทางด่วนข้ามทะเล นำมาเรียนรู้ร่วมกันได้ทั้งนั้น แม้กระทั่งปัญหาสังคม เช่น มือถือ การ์ตูนลามก หนังแผ่นโป๊ ก็สมควรนำมาเปิดประเด็นในห้องเรียนให้เด็กๆ เขาได้เผชิญกับปัญหาของพวกเขาตรงๆ เพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ ทำแท้ง เป็นเรื่องที่ต้องรีบเรียนรีบถกกันในห้องเรียนทุกห้องโดยด่วน จะเรียนฟิสิกส์ เคมี ชีวะกันไปทำไมหากเอ็นทรานซ์เสร็จแล้วตั้งท้อง ทำแท้ง แล้วก็ทิ้ง เผลอๆ ฆ่าคู่นอนอีกต่างหาก การศึกษาบ้านเราผิดพลาดเหลือรับประทานแล้ว การปฏิรูปโครงสร้างใหญ่ จัดกลุ่มกรรมการชุดต่างๆ เพิ่มเงินเดือนเพื่อพัฒนาครู ล้วนเป็นเรื่องควรทำทั้งสิ้น แต่อะไรที่ทำพรุ่งนี้ได้ก็สมควรทำทันที ปล่อยเด็กครึ่งวันให้เรียนรู้ชีวิตและท้องถิ่นเถอะครับ ต่อให้เอ็นทรานซ์ไม่ได้ ชีวิตก็ยังมีทางไป อันที่จริงแล้วยังมีอาชีพอีกมากมายรองรับทุกคนในแต่ละท้องถิ่น เรียนวิชาการพาลไปหาผิด เล่นวันละนิดพาลไปหาผล |
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม |
|
โดย: งาน: งานนโยบายและแผน อ้างอิงแผนงาน : - อ้างอิงโครงการ : - แหล่งที่มา: มติชนรายวัน ฉบับที่ 9397 [หน้าที่ 7 ] ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2546 |
| Vote | |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้โพสต์เอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อฉัน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครอง | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| เป็นประโยชน์ต่อนักเรียน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| มีประโยชน์ต่อทุกคน | ☆ ☆ ☆ ☆ ☆ |
| |
|